วันพฤหัสบดี ที่ 24 กันยายน 2569

Login
Login

เบนซ์ GLC EV รุ่นแรก แพลตฟอร์มใหม่ MB.EA-M ประกอบไทย ไม่เกิน 3.7 ล้าน

เมอร์เซเดส-เบนซ์ ส่ง อีวี ยุคใหม่ รุ่น 2 "Mercedes-Benz GLC EV" ขับเคลื่อน 4 ล้อ แบตเตอรี 800 โวลต์ วิ่งไกล 616 กม. ออปชั่น ลูกเล่นแน่น ๆ

เมอร์เซเดส-เบนซ์ เตรียมเปิดตัว "The all-new electric GLC" ช่วงงานมหกรรมยานยนต์ปีนี้ แต่ว่าการส่งมอบจะเริ่มได้ช่วงเดือนมีนาคม 2570

ซึ่งไม่เกี่ยวกับเรื่องของการเตรียมการปรับเพิ่มภาษีสรรพสามิต อีวี นำเข้า (CBU) ใหม่แต่อย่างใด เพราะ The all-new electric GLC ซึ่งจะขอเรียกสั้น ๆ ว่า GLC EV (จีแอลซี อีวี) คันนี้ เป็นรถประกอบในประเทศ (CKD) ที่โรงงาน ธนบุรีประกอบรถยนต์ สำโรง สมุทรปราการ 

Mercedes-Benz GLC EV เป็นรถรุ่นแรกของแพลตฟอร์มใหม่ “MB.EA-M” หรือ Mercedes-Benz Electric Architecture - Mid-Size

พูดถึงแพลตฟอร์ม อีวี ของเมอร์เซเดส-เบนซ์ นั้น ผ่านการพัฒนาและแนวคิดมาหลายช่วง

  • “EVA1” (Electric Vehicle Architecture1) เป็นแพลตฟอร์มที่ใช้ร่วมกับรถที่ใช้เครื่องยนต์ รถรุ่นแรกที่ทำตลาดคือ EQC ที่ใช้แพลตฟอร์มร่วมกับ GLC 
  • "EVA1.5" มีแนวคิดการพัฒนาเหมือนกับ EVA1 ยุคนี้มีรถทำตลาด 2 รุ่น คือ EQA และ EQB ซึ่ง EQB  เป็น อีวี รุ่นแรกที่นำเข้ามาทำตลาดในประเทศไทย
  • “EVA2” นี่เป็นยุคที่ 3 ที่มาพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ เพราะเมอร์เซเดส-เบนซ์ แยกแพลตฟอร์มชัดเจนระหว่าง EV กับแพลตฟอร์มรถที่ยังมีเครื่องยนต์ เช่น EQS ที่เป็นเรือธงของอีวี ก็ไม่เกี่ยวข้องกับ  S-Class และตามมาด้วย EQC, EQE ซึ่งก็ไม่เกี่ยวข้องกับ C-Class หรือว่า E-Class แต่อย่างใด 

มาถึงยุคปัจจุบัน เปลี่ยนแปลงอีกครั้ง และแพลตฟอร์มชุดนี้จะมี 4 กลุ่มหลัก

  • “MMA” หรือ Mercedes-Benz Modular Architecture ซึ่งพัฒนาให้รองรับหลายพลังงาน ไม่ว่าจะเป็น อีวี, เครื่องยนต์ หรือ ไฮบริด ซึ่งรถรุ่นแรกคือ CLA ที่ถือว่าเป็นรุ่นแรกของยุคนี้ด้วยเช่นกัน 

ที่เหลืออีก 3 กลุ่ม จะรองรับเฉพาะอีวี  คือ

  • MB.EA-M ซึ่งรุ่นแรกคือ  GLC EV ที่กำลังจะเปิดตัวในบ้านเรานี่แหละ และจะตามมาด้วย C-Class EV เป็นแพลตฟอร์มสำหรับ อีวี ขนาดกลาง ทั้งรถยนต์และเอสยูวี 
  • AMG.EA รองรับการพัฒนาอีวี สมรรถนะสูง ซึ่งปัจจุบันเปิดตัวแล้วคือ Mercedes AMG GT 4 Door Coupe แต่ยังไม่ได้เปิดตัวในบ้านเรา
  • VAN.EA  รองรับอีวีไซส์ใหญ่ ซึ่งจะมีทั้งรถเชิงพาณิชย์ หรือว่ารถสำหรับบุคคล รถเอสยูวีขนาดใหญ่ ซึ่งปัจจุบันมีรถทำตลาดคือ VLE

เบนซ์ GLC EV รุ่นแรก แพลตฟอร์มใหม่ MB.EA-M ประกอบไทย ไม่เกิน 3.7 ล้าน

จุดน่าสนใจอีกอย่างนอกจากเป็นรุ่นแรกของแพลตฟอร์มใหม่ ก็คือ GLC EV เป็นรุ่นแรกที่ใช้ภาษาดีไซน์ใหม่ที่เรียกว่า Welcome Home Concept เป็นการดีไซน์แบบคิดถึงบ้านเก่าที่เติบโตมา โดยดึงเอาอารมณ์ในอดีตมาปรับใช้ให้ได้ทั้งอารมณ์เดิม และเข้ากันได้กับยุคสมัยใหม่ 

ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ กระจังหน้าที่สะท้อนบุคลิกยุค 1902 ที่มีกระจังหน้าขนาดใหญ่ สีดำ และก็เพิ่มความทันสมัยเข้าไปเรียกว่าเป็น Mercedes-Benz iconic grille with illuminated panel ประกอบไปด้วยไฟ LED เรืองแสง 942 จุด พร้อมแสดงเป็นแอนิเมชันได้ รวมถึงยิงขึ้นกำแพงเป็นลูกเล่นเพิ่มเติม 

เบนซ์ GLC EV รุ่นแรก แพลตฟอร์มใหม่ MB.EA-M ประกอบไทย ไม่เกิน 3.7 ล้าน

และยังมีชุดแต่ง AMG Line plus และ Night Packageไฟหน้า DIGITAL LIGHT เจเนอเรชันใหม่ เทคโนโลยี Micro-LED ที่ให้ทั้งความสว่างและความคมชัดของแสงมากขึ้น ลดใช้พลังงานลงกว่า 50% 

ติดตั้งไฟสูงแบบ ULTRA RANGE High Beam ร่วมกับไฟเลี้ยวตามโค้งแบบ Cornering Light

ตัวรถยังเพิ่มความพรีเมียมกับหลังคากระจก Panoramic roof ที่มีจุดเด่นกับระบบควบคุมความเข้มแสงแบบ SKY CONTROL ที่สามารถปรับระดับความโปร่งใสได้ 3 รูปแบบ 

  • แบบใส (Clear) 
  • แบบทึบแสง (Opal) 
  • และแบบลายเส้น (Motif) 

การปรับระดับความโปรงแสง ใช้เทคโนโลยี Liquid Crystal และยังเคลือบชั้นผิวแบบพิเศษเพื่อลดความร้อนจากรังสีอินฟราเรด (IR) และป้องกันรังสี UV ได้ 99.9% 

GLC EV มีพื้นที่เก็บสัมภาระด้านหน้า (Frunk) บริเวณฝากระโปรงหน้าความจุ 128 ลิตร โดยสามารถเปิดได้ด้วยการกดที่โลโก้ ตรงฝากระโปรงหน้าได้โดยตรง 

ขณะที่พื้นที่เก็บสัมภาระด้านท้ายจุ 570 ลิตร และเมื่อพับเบาะนั่งเพิ่มเป็น 1,740 ลิตร

เบนซ์ GLC EV รุ่นแรก แพลตฟอร์มใหม่ MB.EA-M ประกอบไทย ไม่เกิน 3.7 ล้าน

GLC EV เป็นรถขับเคลื่อนสี่ล้อแบบ All-wheel drive มอเตอร์ไฟฟ้าคู่แบบ PSM 

  • กำลังสูงสุด 421 แรงม้า 
  • แรงบิดสูงสุด 800 นิวตันเมตร 
  • อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. 4.7 วินาที 
  • ความเร็วสูงสุด 210 กม./ชม. 
  • ระบบส่งกำลังแบบ 2 จังหวะ (Two-speed transmission) 
  • อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย 15-16 kWh ต่อ 100 กม. 

 

แบตเตอรีแรงดันสูง 800 โวลต์

  • ความจุ 85 kWh 
  • ระยะทางขับขี่สูงสุด 616 กม. (WLTP)

 

การชาร์จ 

ชาร์จกระแสตรง (DC Charging) สูงสุด 320 kW 

  • ชาร์จจาก 10-80% ในเวลา 22 นาที
  • ชาร์จ 10 นาที รองรับการขับขี่เพิ่ม 255 กม. 

ชาร์จแบบกระแสสลับ (AC Charging) สูงสุด 22 kW 

  • ชาร์จ 0-100% ประมาณ 4 ชั่วโมง 45 นาที

เบนซ์ GLC EV รุ่นแรก แพลตฟอร์มใหม่ MB.EA-M ประกอบไทย ไม่เกิน 3.7 ล้าน

ไฮไลต์สำคัญอย่างหนึ่งของ GLC EV คือ เทคโนโลยีดิจิทัล เช่น หน้าจอ MBUX HYPERSCREEN ขนาด 39.1 นิ้ว ที่เป็นแบบ Seamless คือ ยาวต่อเนื่องตลอดแนวคอนโซลหน้า 

ควบคุมการทำงานผ่านระบบปฏิบัติการ MB.OS (Mercedes-Benz Operating System) 

เทคโนโลยี AI-driven superbrain powering และระบบ MBUX Virtual Assistant เป็นเหมือนผู้ช่วยส่วนตัวที่ใช้การประมวลผลแบบ Multi-Agent Approach ทำหน้าที่เลือกความสามารถของ Generative AI จากฐานข้อมูลขนาดใหญ่ของไม่ว่าจะเป็น Microsoft Bing, ChatGPT 4 และ Google Gemini แบบ Vertex AI ที่มีความธรรมชาติมากขึ้น 

และความร่วมมือกับ Google เชื่อมต่อแพลตฟอร์ม Google Maps เพื่อเข้าถึงข้อมูลการเดินทางและสถานที่ต่างๆ  และการอัปเดตซอฟต์แวร์ เชื่อมต่อกับ Mercedes-Benz Intelligent Cloud ซึ่งช่วยให้สามารถอัปเดตระบบและฟังก์ชันใหม่ๆ ได้แบบ Over-the-Air (OTA)

เบนซ์ GLC EV รุ่นแรก แพลตฟอร์มใหม่ MB.EA-M ประกอบไทย ไม่เกิน 3.7 ล้าน

และสำหรับการขับขี่ Off-Road มีโหมดการขับขี่ TERRAIN MODE ซึ่งจะปรับการทำงานของระบบขับเคลื่อน พวงมาลัย และเบรกให้เหมาะกับสภาพสภาพเส้นทางในช่วงเวลานั้น ติดตั้งกล้องมองภาพรอบคันแบบ 360 องศา และฟังก์ชัน Transparent Bonnet หรือการจำลองภาพใต้รถให้เห็นถึงสิ่งกีดขวาง และสภาพพื้นผิว

และไม่ได้จำลองแค่ช่วงใต้รถด้านหน้าเท่านั้น แต่ GLC EV จำลองให้เห็นตลอดทั้งคัน 

ระบบ One-Box Braking System ผสานการเบรกเข้ากับระบบ Recuperation ทำให้การชาร์จพลังงานกลับเข้าสู่แบตเตอรี่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

เบนซ์ GLC EV รุ่นแรก แพลตฟอร์มใหม่ MB.EA-M ประกอบไทย ไม่เกิน 3.7 ล้าน

เบนซ์ GLC EV รุ่นแรก แพลตฟอร์มใหม่ MB.EA-M ประกอบไทย ไม่เกิน 3.7 ล้าน

ด้านความปลอดภัย MB.DRIVE เจเนอเรชันที่ 6 ติดตั้งระบบช่วยเหลือการขับขี่ MB.DRIVE ASSIST ที่รวมเทคโนโลยีความปลอดภัยขั้นสูง เช่น

  • DISTRONIC
  • Blind Spot Assist Plus
  • Lane Keeping Function
  • Steering Assist, Brake Assist 
  • MB.DRIVE PARKING ASSIST 360

สำหรับราคา เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย ระบุว่า จะไม่เกิน 3.7 ล้านบาท