“ดีป้า” ชู 5 ชุมชนเด่นในอีอีซี ดึงเทคโนโลยีดิจิทัลประยุกต์ใช้ยกระดับคุณภาพชีวิต

สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า มุ่งหน้ายกระดับชุมชนในพื้นที่อีอีซี (ชลบุรี, ฉะเชิงเทรา และ ระยอง) ชู 5 ชุมชนเด่นประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล ยกระดับคุณภาพชีวิต สร้างรายได้แก่ชุมชน และลดความเหลื่อมล้ำ โดยดีป้ามุ่งส่งเสริมการเปลี่ยนผ่านและประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและรายได้และขีดความสามารถในการแข่งขันของชุมชน ผ่านมาตรการช่วยเหลือหรือการอุดหนุนการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลในชนบท (depa Digital Transformation Fund for Community) สำหรับการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลในระดับชุมชนชนบท เตรียมความพร้อมของชุมชนในด้านการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ได้อย่างเหมาะสมกับความเป็นอยู่และพื้นที่รองรับการหลั่งไหลเข้ามาของนักลงทุนและนักพัฒนาด้านเทคโนโลยีจากทั่วโลก
ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า เผยว่า การขับเคลื่อนสังคมดิจิทัลจำเป็นต้องพัฒนาตั้งแต่ฐานรากเพื่อเข้าถึงชุมชน โดยมุ่งเน้นการพัฒนาชุมชนและท้องถิ่นด้วยโมเดลธุรกิจชุมชน (Community Business Model) ให้สามารถพึ่งพาตนเองแบบยั่งยืนได้ด้วยเงื่อนไขและสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมลงตัวในแต่ละพื้นที่ ทั้งนี้ ดีป้ามีนโยบายส่งเสริมและสนับสนุนการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลเข้าไปขับเคลื่อนพัฒนาสังคมเศรษฐกิจในชุมชน พร้อมกลไกสนับสนุนที่มุ่งสร้างและยกระดับธุรกิจนวัตกรรมในเชิงสังคมอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะในพื้นที่อีอีซี ซึ่งต้องมีการวางรากฐานความพร้อมของชุมชนเพื่อรองรับการหลั่งไหลเข้ามาของนักลงทุนและนักพัฒนาด้านเทคโนโลยีจากทั่วโลกในอนาคต หากไม่มีการเตรียมความพร้อมของชุมชนในด้านการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ได้อย่างเหมาะสมกับความเป็นอยู่และพื้นที่แล้ว การที่จะอยู่รอดโดยไม่ปรับตัวอาจจะทำให้ประชาชนในพื้นที่มีข้อจำกัดในการพัฒนาคุณภาพชีวิตในอนาคตอันใกล้ได้
โดยจากความตั้งใจของดีป้า ในการส่งเสริมและสนับสนุนการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อชุมชนในชนบทตลอด 2 ปี ตั้งแต่ ก่อตั้งสำนักงานขึ้นมา รู้สึกภูมิใจที่ได้เห็นการตื่นตัวในการเปลี่ยนผ่านสู่เทคโนโลยีดิจิทัลของหลากหลายชุมชนทั่วประเทศ ซึ่งนอกจากการให้คำปรึกษาแล้วดีป้ายังได้ส่งเสริมผ่านมาตรการช่วยเหลือหรือการอุดหนุนการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลในชนบท (depa Digital Transformation Fund for Community)
ทั้งนี้ ผอ.ดีป้า ได้เผยถึง 5 ชุมชน ในพื้นที่อีอีซีที่ได้มีการนำเทคโนโลยีดิจิทัลไปประยุกต์ใช้เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในชุมชน ได้แก่ 1. โครงการดิจิทัลแพลตฟอร์มเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชนและศูนย์การเรียนรู้ เกษตรปลอดสารตามศาสตร์พระราชา โดยวิสาหกิจชุมชนกลุ่มสมุนไพรแปรรูป อ.บ้านโพธิ์ จ.ฉะเชิงเทรา, 2. โครงการพัฒนาระบบ IoT ในการอบแห้งผลผลิตทางการเกษตร กรณีศึกษา โดยกลุ่มเกษตรกรพัฒนาเกษตรกร อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา, 3. โครงการพัฒนาระบบ IoT สําหรับการตรวจวัดและควบคุมการเพาะปลูกในโรงเรือนโดยใช้พลังงานโซลาเซลล์ โดยวิสาหกิจชุมชนผักสด ผลไม้แปรรูปบ้านหนองทราย อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา, 4. โครงการการดูแลผู้ป่วยที่มีภาวะฉุกเฉินโดยการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัล สภาองค์กรชุมชนตำบลหนองเหียง อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี และ 5. โครงการเกษตรอัจฉริยะหนุนเสริมกลุ่มครอบครัวผู้พิการ ชมรมธีราทรเพื่อคนพิการ อ.แกลง จ.ระยอง
โดยทั้ง 5 โครงการนั้น มีความเข็มแข็งในการเตรียมพร้อมที่จะประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อความยั่งยืนของชุมชนเป็นหลัก โดยได้วิเคราะห์จากปัญหาหรือข้อจำกัดที่มีอยู่ของชุมชนและเลือกปรับใช้เทคโนโลยีเพื่อแก้ปัญหาได้อย่างตรงจุด และ เหมาะสมกับสภาพแวลล้อมของแต่ละพื้นที่ ทั้งการสร้างรายได้จากสินค้าเกษตรให้แก่ผู้พิการเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ ของชมรมธีราทรเพื่อคนพิการ อ.แกลง จ.ระยอง, การสร้างพัฒนาโรงเรือนที่สามารถควบคุมปัจจัยในการเจริญเติบโตของพืชผลเพื่อเพิ่มผลผลิตของกลุ่มเกษตรกรพัฒนาเกษตรกร และ วิสาหกิจชุมชนผักสด ผลไม้แปรรูปบ้านหนองทราย อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา, การเพิ่มความปลอดภัยในชีวิตของผู้สูงวัยและผู้ป่วยติดเตียงในชุมชนด้วยระบบเตือนภับและช่วยเหลือฉุกเฉินของสภาองค์กรชุมชนตำบลหนองเหียง อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี ตลอดจนการนำแอปพลิเคชันมาประยุกต์ใช้สามารถเพิ่มความน่าสนใจและเก็บข้อมูลนำไปสู่การพัฒนาชุมชนให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจยิ่งขึ้น ของวิสาหกิจชุมชนกลุ่มสมุนไพรแปรรูป อ.บ้านโพธิ์ จ.ฉะเชิงเทรา ซึ่งหากชุมชนเหล่านี้ไม่มีความเข็มแข็งคงไม่สามารถเปลี่ยนผ่านได้อย่างเป็นรูปธรรม ผอ.ดีป้า กล่าวเสริม










