งงไม่รู้เรื่อง! ถูกเรียกเก็บภาษี483ล้าน วอนสื่อช่วยถูกแจ้งจับซ้ำ

14 มกราคม 2562
7,733

หนุ่มใหญ่สุดงง! จู่ๆมีใบภาษีเรียกเก็บเป็นเงิน 483 ล้าน มีชื่อเป็นถึงผู้บริหาร ทั้งๆที่สภาพภาพเป็นอยู่แทบจะไม่มีกิน หาเช้ากินค่ำไปวันๆ แจ้งหน่วยงานที่รับผิดชอบช่วยตรวจสอบ ไม่มีใครยื่นมือช่วย ร้องสื่อเป็นกระบอกเสียง

ผู้สื่อข่าวเนชั่นทีวี ได้เดินทางไปบ้านเลขที่ 40 หมู่ 1 ต.บ้านหอย อ.ประจันตคาม จ.ปราจีนบุรี พบกับนายไพบูลย์ ศรีทอง อายุ 43 ปี เล่าให้ฟังว่า สรรพากรพื้นที่ปราจีนบุรี เตือนให้นำเงินภาษีอากรค้างไปชำระ โดยเรียกเก็บภาษีมา 3 ครั้ง ครั้งแรกเป็น 29 ล้านบาท ครั้งที่สอง กว่า 335 ล้านบาท และครั้งนี้ 483 ล้านบาทเศษ และสรรพากร ยังดำเนินคดีอาญา จึงได้ร้องเรียนมายังผู้สื่อข่าว นำเสนอข่าว ให้ทางหน่วยงาน หรือมีส่วนเกี่ยวข้องช่วยตรวจสอบข้อเท็จจริง

นายไพบูลย์ นั้น อยู่บ้านเอื้ออาทรที่อบต.สร้างให้สำหรับผู้ยากไร้ ภายในจัดทำเป็นที่นอน 3 ที่ ด้านข้างต่อเติมเป็นครัว โดยทั้งหมดมี นายไพบูลย์ ภรรยา บุตร แม่และหลาน ๆ อยู่รวมกัน 5 ครอบครัว จากการตรวจสอบสภาพแล้วพบว่า อาชีพรับจ้างก่อสร้างทั่วไป ฐานะยากจน

นายไพบูลย์ ได้ให้ผู้สื่อข่าวดูหลักฐานที่ทางสรรพากรพื้นที่ปราจีนบุรี เรียกเก็บภาษี อาทิเช่น หนังสือที่ กค 0723.0835/651 ลงวันที่ 25 มกราคม 2561 เรื่อง เตือนให้นำเงินภาษีอากรค้างไปชำระ เรียน กรรมการผู้จัดการบริษัท มาแทน เฟอร์นิเจอร์ จำกัด เลขที่ 63 หมู่ 2 ต.ประจันตคาม อ.ประจันตคาม จ.ปราจีนบุรี โดยแจ้งให้กรรมการผู้จัดการค้างค่าภาษีอากร ตั้งแต่ เดือนสิงหาคม 2553 เดือนพฤศจิกายน 2557 มกราคม 2559 พฤษภาคม 2559 และธันวาคม 2559 รวมเป็นเงิน 335 ล้านบาทเศษ (ยังไม่รวมเงินเพิ่มตามกฎหมาย)

ต่อมา ยังได้มีหนังสือเตือนให้นำเงินภาษีอากรค้างชำระจากสรรพากรพื้นที่ปราจีนบุรี ลงวันที่ 9 ตุลาคม 2561 โดยแจ้งว่า ด้วยปรากฏว่าท่านค้างภาษีอากร ตามหนังสือแจ้งการประเมิน พงด.73 ลงวันที่ 24 สิงหาคม 2553 และลงวันที่ 25 กรกฎาคม 2561 รวมทั้งสิ้น 8 แบบแจ้งการประเมิน เป็นเงิน จำนวน 483 ล้านบาทเศษ

นายไพบูลย์ บอกอีกว่า มีหมายเรียกผู้ต้องหา ครั้งที่ 1 ออกโดย สภ.ประจันตคาม ลงวันที่ 1 ตุลาคม 2561 ระหว่างกรมสรรพากร โดยนางสาวราตรี อังกุลานนท์ ผู้รับมอบอำนาจเป็นผู้กล่าวหา นายไพบูลย์ ศรีทอง ผู้ต้องหา ทำให้รู้สึกกังวล เนื่องจากตนเองพร้อมครอบครัวมีอาชีพรับจ้างฐานะยากจน ยังต้องอาศัยบ้านเอื้ออาทรของน้องสาวอยู่ไม่เคยเป็นกรรมการผู้จัดการ บริษัทมาแทนเฟอร์นิเจอร์ จำกัด แต่อย่างใด

ส่วนสาเหตุที่ถูกเรียกเก็บภาษีและถูกหมายเรียกคดีอาญา เชื่อว่า น่าจะมีผู้เอาหลักฐานของตนเองไปใช้ประโยชน์ โดยที่ตนเองไม่ทราบเรื่องมาก่อน จึงร้องขอความเป็นธรรมกับทางสื่อมวลชน ให้ช่วยในเรื่องนี้ด้วย เพราะที่ผ่านมาตั่งแต่ตนรู้ว่าถูกเรียกเก็บภาษีมูลค่ามหาศาลนั้น ได้เคยไปแจ้งความร้องทุกข์ กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แต่ไม่ได้รับความร่วมมือ อ้างแต่ทำตามหน้าที่

นายไพบูลย์ บอกว่า โดนเรียกเก็บภาษี 335 ล้านบาท ไปแจ้งที่ สภ.เมืองปราจีนบุรี ก็ถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย ฝากขังและส่งฟ้องศาล ก็ถูกปรับฐานจงใจเพิกเฉยไม่ไปรับทราบ ปรับ 2,500 บาท โดนเอาเปรียบด้วยความไม่เป็นธรรม ไม่รู้ ไม่เคยมีบริษัท แต่โดนเรียกเก็บภาษี อยากให้สังคมตีแผ่ ให้สื่อตีแผ่ว่าใครเป็นคนกระทำ อยากร้องทุกข์ไม่รู้เรื่องจริง ๆ เฉลี่ยรายได้วันละ 500 บาท ทำก็ได้ ไม่ทำก็ไม่ได้ ซึ่งหลังจากทราบเรื่องไปขอคัดเอกสาร จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเป็นข้อมูล ก็มีค่าใช้จ่ายในแต่ละครั้งไม่ต่ำกว่า 3,000-4,000 บาท ไม่มีเงินมากขนาดนั้น อยากให้สังคมหรือหน่วยงานตรวจสอบความเป็นจริงบ้าง

ด้าน พ.ต.ท.อาทิตย์ ศรีปราชญ์ ร้อยเวรสอบสวน สภ.ประจันตคาม พนักงานสอบสวน สภ.ประจันตคาม ได้กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า หลังจากได้รับการแจ้งความจากเจ้าหน้าที่สรรพากรพื้นที่ปราจีนบุรีแล้ว ได้ออกหมายเรียก นายไพบูลย์ ศรีทอง มาทำการสอบสวน เจ้าตัวให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา โดยพนักงานสอบสวนได้ตั้งข้อกล่าวหา 2 ข้อ ไม่ยื่นแสดงภาษี และหลีกเลี่ยงการเสียภาษีอากร และจะสรุปสำนวนส่งฟ้องต่อไป

แชร์ข่าว :
Tags: