เกษตรกรไร่แก้วมังกรเฮ! โกยรายได้ต่อปีเฉียดล้าน

18 มกราคม 2561
2,659

เกษตรกรไร่แก้วมังกรเฮ! โกยรายได้ต่อปีเฉียดล้านบาท ผลผลิตจากน้ำบาดาล

กลุ่มเกษตรกรบ้านโคกงาม ตำบลโพนสูง อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย พลิกฟื้นไร่แก้วมังกรแคระแกร็นเป็นไร่แก้วมังกรอวบอิ่ม สีแดงสด รสชาติหวานกรอบ สร้างรายได้ให้เกษตรกรกว่าปีละ 1 ล้านบาท ผลพวงจากการผลักดันและสนับสนุนแนวทางการทำเกษตรแปลงใหญ่ของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี โดยมุ่งเน้นพัฒนาที่ดินเพื่อการเกษตรและจัดหาแหล่งน้ำที่อุดมสมบูรณ์ให้แก่เกษตรกรเป็นหลัก

ภายใต้นโยบายของรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้พลเอกสุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เร่งพัฒนาที่ดินเพื่อการทำเกษตรของพี่น้องประชาชนทั่วทุกภูมิภาค โดยกรมทรัพยากรน้ำบาดาลได้เร่งจัดหาแหล่งน้ำบาดาลที่มีศักยภาพทั้งในด้านปริมาณและคุณภาพให้มีความเหมาะสมในแต่ละพื้นที่ เพื่อเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรอย่างมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน อาทิ กลุ่มเกษตรกรบ้านโคกงาม ตำบลโพนสูง อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย ที่ได้รับการสนับสนุนจัดสร้างโครงการพัฒนาแหล่งน้ำบาดาลเพื่อการเกษตรในพื้นที่ประสบภัยแล้งครอบคลุมพื้นที่ 500 ไร่

นายชัยยันต์ พรหมดี สมาชิกกลุ่มผู้ใช้น้ำบาดาลบ้านโคกงาม หมู่ที่ 2 เปิดเผยว่า จากเดิมพื้นที่ดังกล่าวแห้งแล้งการทำเกษตรรอใช้น้ำฝนอย่างเดียวในช่วงฤดูฝน เกษตรกรส่วนใหญ่ก็ปลูกข้าว ปลูกอ้อย ปลูกแก้วมังกร แต่ก็ไม่ได้ผลผลิตดีเพราะไม่มีน้ำเพียงพอ ก็ได้ผลผลิตตามสภาพแต่ละครัวเรือนก็มีหนี้สินกันทุกบ้าน จนกระทั่งได้รับโครงการพัฒนาแหล่งน้ำบาดาลเพื่อการเกษตรในพื้นที่ประสบภัยแล้งพื้นที่ 500 ไร่ ของกรมทรัพยากรน้ำบาดาล จึงได้มีการทดลองใช้น้ำบาดาลในการเพาะปลูกแก้วมังกรแล้วพบว่าผลผลิตของแก้วมังกรมีขนาดใหญ่มาก 1 ลูกจะน้ำหนักกิโลกว่า และผลมีสีแดงสดใส รสชาติหวานฉ่ำ ปัจจุบันมีพ่อค้ามารับซื้อถึงที่ซึ่งผลผลิตแก้วมังกรจากบ้านโคกงาม จะถูกส่งไปจำหน่ายยังตลาดไท บิ๊กซี โลตัส สร้างรายได้เดือนละ 80,000 – 90,000 บาท คิดเป็นปีก็อยู่ที่ปีละ 1ล้านบาท ซึ่งแก้วมังกร 1 ต้นจะให้ผลผลิตกว่า 50 ลูก ใช้เวลาปลูก 12 เดือน หลังจากนั้นจะเริ่มเก็บผลผลิตขายได้ตลอดยาวนาน 10 – 15 ปี สร้างรายได้ที่มั่นคงและยังช่วยปลดหนี้ที่มีอยู่ก่อนหน้านี้จนหมด

ทั้งนี้นายอุโรม แก้วจันทร์ ผู้อำนวยการสำนักทรัพยากรน้ำบาดาล เขต 4 ขอนแก่น ผู้ดูแลรับผิดชอบโครงการในพื้นที่เปิดเผยว่า สิ่งที่กลุ่มเกษตรกรได้รับไม่เพียงแต่จะได้แหล่งน้ำบาดาลที่มีศักยภาพในการทำเกษตรแล้ว ประโยชน์ในด้านอื่น ๆ ก็ยังมีอีกด้วย อาทิ ด้านบุคคล ก็คือสร้างอาชีพและรายได้ที่มั่นคงยั่งยืน ด้านสังคม ก็ช่วยสร้างครอบครัวให้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตา มีการศึกษาของลูกหลานที่ดีขึ้น และในด้านของกลุ่มใหญ่ ก็จะได้สร้างความสามัคคี ความร่วมมือของคนในกลุ่ม

นอกจากนี้ ในด้านการตลาด ยังสามารถจัดตั้งเป็นแหล่งเรียนรู้ต้นแบบในการประกอบอาชีพเกษตรกรรมให้แก่เพื่อนเกษตรกรที่สนใจ มีการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ซึ่งกันและกันได้ดีมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังเป็นการสร้างโอกาสในการต่อรองกับตลาด พ่อค้าคนกลาง และการตั้งราคา เมื่อสามารถสร้างกลุ่มที่เข้มแข็งได้ สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลที่มุ่งหวังให้พี่น้องกลุ่มเกษตรกรของไทยมีความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนต่อไป

แชร์ข่าว :
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง