อธิบดีป่าไม้ลุยตัดต้นยางนายทุนจ.เลย หลังรุกป่ามากสุดของปท.

16 กรกฎาคม 2560
17,975

"ชลธิศ สุรัสวดี" อธิบดีกรมป่าไม้ ลุยตัดต้นยางพารานายทุนรุกป่า อ.นาแห้ว-ด่านซ้าย หลังพบจ.เลยมีการบุกรุกมากที่สุดในประเทศ

เมื่อวันที่ 15ก.ค. ที่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ ลย.4 (ด่านซ้าย) อ.ด่านซ้าย จ.เลย นายชลธิศ สุรัสวดี อธิบดีกรมป่าไม้ พร้อมนายอรรถพล เจริญชันษา รองอธิบดีกรมป่าไม้ ในฐานะหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการพิทักษ์ป่า ร่วมกับ กอ.รมน.ฝ่ายทหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่เพื่อติดตามการปฏิบัติเชิงรุกในการบังคับใช้กฎหมายต่อกลุ่มนายทุนที่บุกรุกพื้นที่ปลูกยางพาราในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าภูเปือย ป่าภูขี้เถ้าและป่าภูเรือ ต.นามาลา อ.นาแห้ว จ.เลย ซึ่งเป็นไปตามคำสั่งคสช.ที่64/2557 และ66/2557 รวมทั้งแผนปฏิบัติการศูนย์ปฏิบัติการพิทักษ์ป่า(ศปก.พป.)กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ภายใต้การนำของพลเอกสุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รมว.ทส. ที่กำหนดให้จังหวัดเลยเป็นเป้าหมายใหญ่ของทั้งประเทศ

นายชลธิศ กล่าวว่า กรมป่าไม้ลงพื้นที่ปฏิบัติการเชิงรุกในการบังคับใช้กฎหมายกับกลุ่มนายทุนที่บุกรุกพื้นที่ป่าเพื่อปลูกยางพาราในเขตป่าสงวนแห่งชาติมาตั้งแต่ปี 2558 จากการตรวจสอบพบว่าในภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติในความรับผิดชอบของกรมป่าไม้ถึง 10,695,806 ไร่และโดนบุกรุกเพื่อปลูกยางพาราจำนวน 1,364,066 ไร่โดยเฉพาะในจังหวัดเลยที่มีพื้นที่ป่าในความรับผิดชอบของกรมป่าไม้รวม 2,355,618 ไร่ แต่ถูกบุกรุกเพื่อปลูกยางพาราจำนวน 482,304 ไร่ ซึ่งถือว่ามากที่สุดในประเทศไทย

อย่างพื้นที่ของป่าสงวนแห่งชาติป่าภูเปือย ป่าภูขี้เถ้า และป่าภูเรือ ในท้องที่รอยต่อจังหวัดเลย - เพชรบูรณ์ที่ได้รับการประกาศเป็นป่าสงวนแห่งชาติเมื่อปี 2527 และถือว่าเป็นป่าต้นน้ำของแม่น้ำป่าสักมีเนื้อที่จำนวน 947,000 ไร่ แต่ปัจจุบันถูกบุกรุกทำลายเหลือพื้นที่ป่าเพียง3แสนกว่าไร่ และพื้นที่ส่วนใหญ่ถูกบุกรุกนำไปปลูกยางพารา ทั้งนี้คาดว่าเป็นการบุกรุกของกลุ่มนายทุนไม่ต่ำกว่า2แสนไร่

“การบังคับใช้กฎหมายของกรมป่าไม้ เริ่มจากการตรวจสอบพื้นที่ว่าเข้าข่ายลักษณะนายทุนหรือไม่โดยใช้หลักเกณฑ์พิจารณาลักษณะการบุกรุกพื้นที่ป่า7ข้อด้วยกัน คือมีเนื้อที่บุกรุกตั้งแต่25ไร่ ขึ้นไปหากมีขนาดน้อยกว่า25ไร่ แต่มีรูปแบบการดำเนินการในลักษณะกลุ่มทุนจากต่างถิ่นเช่น มีการสร้างบ้านพักตากอากาศราคาแพงหรือมีวัตถุประสงค์อื่นๆ ได้แก่การมุ่งหวังพื้นที่เพื่อพัฒนาเป็นบ้านพักตากอากาศโรงแรมหรือรีสอร์ทเป็นเจ้าของสวนยางพาราหลายแปลง เจ้าของสวนยางพาราเป็นนายทุนต่างถิ่นมาจ้างแรงงานในพื้นที่หรือคนท้องถิ่นให้ดำเนินการแทน สวนยางพารามีขนาดใหญ่มีสิ่งปลูกสร้างหรือที่พักอาศัยและระบบการจัดการที่มีการลงทุนสูงในรูปแบบเชิงธุรกิจ ชาวบ้านในพื้นที่หรือผู้นำท้องถิ่นยืนยันว่าเจ้าของเป็นคนต่างถิ่นและไม่ใช่ผู้ยากไร้/ไร้ที่ทำกินและ ในกรณีเป็นผู้ยากไร้ต่างถิ่น แต่มีที่ดินทำกินอยู่ในภูมิลำเนาเดิมเพียงพอต่อการเลี้ยงชีพ” นายชลธิศ กล่าว

สำหรับปฏิบัติการในครั้งนี้เป็นพื้นที่เข้ากับหลักเกณฑ์ข้อที่1,4,5 และ 6 โดยมีขั้นตอนการรื้อถอนพืชผลอาสินตามมาตรา 25 แห่ง พ.ร.บ. ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 ซึ่งกรมป่าไม้เริ่มติดประกาศให้ผู้บุกรุกรื้อถอนพืชผลอาสินตั้งแต่เดือนมีนาคม2560จนปัจจุบัน ยังไม่พบว่ามีผู้มาอ้างสิทธิในที่ดินหรือทำการรื้อถอนตามประกาศแต่อย่างใด จึงได้เข้าตรวจยึดพื้นที่พร้อมทั้งตัดฟันต้นยางพาราแบบ3แถวเว้น2แถวจากนั้นจะดำเนินการฟื้นฟูโดยการปลูกต้นไม้ระหว่างแถวของต้นยางพาราที่เหลืออยู่ควบคู่ไปกับการสร้างเครือข่ายภาคประชาชนเพื่อช่วยกันดูแลพื้นที่ป่าและรักษาระบบนิเวศน์ของแหล่งต้นน้ำลำธารให้คงอยู่ต่อไปนอกจากนี้จะคอยติดตามผลคดีเพื่อให้เกิดความสัมฤทธิ์ผลสูงสุดในการบังคับใช้กฎหมาย

“ทั้งนี้กรมป่าไม้ได้เล็งเห็นความสำคัญในปฏิบัติการเชิงรุกของการบังคับใช้กฎหมายกับพื้นที่ปลูกยางพาราในเขตป่าสงวนแห่งชาติซึ่งที่ผ่านมาตั้งแต่ปี2558จนถึงปัจจุบันสามารถตรวจยึดพื้นที่ได้ประมาณ130,000ไร่และในจำนวนนี้ได้ดำเนินการตัดฟันตามมาตรา25ตามพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติปี2507ไม่ต่ำกว่า2หมื่นไร่และมีเป้าหมายดำเนินการในปี2560 ทั่วประเทศไม่ต่ำกว่า 3 หมื่นไร่โดยในปี2561กรมป่าไม้มีเป้าหมายดำเนินการถึง1.2แสนไร่” นายชลธิศ กล่าว

คลิปข่าว

แชร์ข่าว :
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

คอลัมน์อื่นๆ