’ซูเปอร์คุ้ม’เขย่าคู่แข่งชูคอมมูนิตี้ซูเปอร์มาร์เก็ตบุกภูธร

26 พฤษภาคม 2560 | โดย สรัญญา จันทร์สว่าง
8,776

ความได้เปรียบของฐานลูกค้ากว่า 12 ล้านรายผ่านบัตรสมาชิก “เดอะวันการ์ด” เป็นคลังข้อมูลในการตีโจทย์สร้างกลยุทธ์ธุรกิจสอดรับพฤติกรรมผู้บริโภคที่มีความต้องการสินค้าหลากหลายและแตกต่าง แต่นับเป็นโอกาสทางการตลาดที่สำคัญ

ภัทรพร เพ็ญประพัฒน์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด ผู้บริหารเครือข่ายร้านค้าปลีกซูเปอร์มาร์เก็ต ภายใต้ชื่อ ท็อปส์ ซูเปอร์, ท็อปส์ มาร์เก็ต, ท็อปส์ เดลี่, ซูเปอร์คุ้ม และ เซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์ กล่าวว่า ได้วางโมเดลร้าน “ซูเปอร์คุ้ม” เป็นหัวหอกในการขยายสาขาเจาะตลาดต่างจังหวัด โดยเฉพาะจังหวัดขนาดเล็ก ซึ่งเป็น “ช่องว่าง” ในการแทรกตลาด วางแผนเปิดบริการ 133 สาขา หรือมีเครือข่ายสาขาไม่ต่ำกว่า 200 แห่งในสิ้นปีนี้ จากปัจจุบันมีสาขา 67 แห่งทั่วประเทศ

ซูเปอร์คุ้ม พื้นที่ขาย 300-500 ตร.ม. วางตำแหน่งทางการตลาดเป็น “คอมมูนิตี้ ซูเปอร์มาร์เก็ต” ในคอนเซปต์ Value for money เน้นสินค้าจำเป็นในชีวิตประจำวัน 3,000-4,000 รายการ

โมเดลธุรกิจซูเปอร์คุ้ม เน้นขายสินค้ากลุ่มโกรเซอรี่ ไม่มีคู่แข่งทางตรง ซึ่งร้านค้าปลีกขนาดใหญ่เน้นลงจังหวัดใหญ่และเมืองรองเป็นหลัก แต่จังหวัดเล็กลงยังไม่มีผู้ประกอบการค้าปลีกเข้าเปิดตลาดจริงจัง”

การดำเนินธุรกิจค้าปลีกท่ามกลางการแข่งขันรุนแรงผู้ประกอบการไม่สามารถใช้โมเดลธุรกิจเดิมๆ หรือรูปแบบใดรูปแบบหนึ่งรองรับผู้บริโภคได้ทั้งหมด ต้องปรับตัวให้ทันความต้องการและการเปลี่ยนแปลงของตลาด รวมไปถึงการพัฒนาด้านสินค้าและบริการ

การขยายตัวของสังคมเมืองและไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ ทำให้ความต้องการสินค้าและบริการของคนกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดไม่แตกต่างกัน แต่ผู้ประกอบการจะต้องพัฒนารูปแบบธุรกิจที่สามารถ “เข้าถึง” ลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้เกิดการตอบรับและขับเคลื่อนธุรกิจเติบโต

อย่างไรก็ตาม นอกเหนือจาก “ซูเปอร์คุ้ม” บริษัทยังมุ่งขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง โดย 4 เดือนที่ผ่านมา เปิดสาขาใหม่ 31 แห่ง ประกอบด้วย ท็อปส์ มาร์เก็ต 2 สาขา ซูเปอร์คุ้ม 22 สาขา ท็อปส์ เดลี่ 6 อย่างไรก็ตาม นอกเหนือจาก “ซูเปอร์คุ้ม” บริษัทยังมุ่งขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง โดย 4 เดือนที่ผ่านมา เปิดสาขาใหม่ 31 แห่ง ประกอบด้วย ท็อปส์ มาร์เก็ต 2 สาขา ซูเปอร์คุ้ม 22 สาขา ท็อปส์ เดลี่ 6 สาขา และเซกาเฟรโด 1 สาขา

เป็นการขยายาขามากกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน เป็นส่วนหนึ่งทำให้ผลประกอบการรอบ 4 เดือนแรกของปีนี้เติบโตสูงสองหลัก สวนทางภาพรวมค้าปลีกที่เติบโตประมาณ 3%

การเติบโตของยอดขายมาจากกลุ่ม “อาหารสด” สะท้อนพฤติกรรมผู้บริโภค ซึ่งขณะนี้แบ่งเป็น 2 กลุ่มชัดเจน ได้แก่ กลุ่มครอบครัวขนาดใหญ่ ที่นิยมทำอาหารรับประทานเอง และกลุ่มครอบครัวขนาดเล็ก จะนิยมสินค้าพร้อมรับประทาน ซึ่งเป็น “ฐานลูกค้าใหม่” ของเซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล ที่ขยายตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

ปีนี้ จะมีการปรับใหญ่ เซ็นทรัล ฟู้ดฮอลล์ ซึ่งเป็นแฟลกชิพสโตร์ ที่จะถูกยกระดับให้ “พรีเมียมมากขึ้น” เตรียมเปิดโฉมใหม่ เดือน ก.ค.นี้ รองรับการแข่งขันซูเปอร์มาร์เก็ตระดับพรีเมียมที่รุนแรงย่านใจกลางเมือง

นอกจากนี้ ยังอยู่ระหว่างพัฒนาโมเดลธุรกิจใหม่ “ท็อปส์ พลาซ่า” เป็นลักษณะคอมมูนิตี้มอลล์ ที่มี ท็อปส์ ซูเปอร์สโตร์ เป็นแม่เหล็กหลัก เตรียมเปิดไพลอตโปรเจคช่วงสิ้นปีนี้ ได้แก่ พิจิตร พะเยา อุดรธานี  

แชร์ข่าว :
Tags: