'จตุพร'ระบุการเสียชีวิต'เอกยุทธ'ไม่เกี่ยวรัฐบาล

12 มิถุนายน 2556
649

พบแล้วศพ"เอกยุทธ อัญชันบุตร"เตรียมขอหมายจับ 4 ผู้ต้องหา นครบาลพร้อมแถลงปิดคดีพรุ่งนี้ ด้าน"จตุพร" ระบุการเสียชีวิตไม่เกี่ยวกับรัฐบาล

นายสุวัตร อภัยภักดิ์ ทนายนายเอกยุทธ อัญชันบุตร ให้สัมภาษณ์ผ่านสถานีเนชั่น แชลแนล ว่า พบศพนายเอกยุทธ แล้ว เบื้องต้นคาดว่าอาจถูกคนร้ายบีบคอ

ทั้งนี้ ความคืบหน้า คดีสังหาร นายเอกยุทธ นักธุรกิจชื่อดัง หลังจากที่เจ้าหน้าที่ตำรวจระดมกำลังขุดค้นหาศพที่บริเวณ หมู่ที่ 10 บ้านเขาจิงโจ้ ต.ชัยบุรี อ.เมือง จ.พัทลุง

มีรายงานว่า เจ้าหน้าที่ได้ขุดจนพบศพแล้วแต่ยังไม่สามารถระบุได้ว่า เป็นนายเอกยุทธหรือไม่ เพราะต้องรอให้พนักงานพิสูจน์หลักฐานเก็บรายละเอียดชิ้นเนื้อ เนื้อเยื่อ เพื่อนำไปตรวจดีเอ็นเอว่าตรงกับนายเอกยุทธหรือไม่ รวมไปถึงต้องให้ทางญาติยืนยันในเรื่องของเสื้อผ้านายเอกยุทธที่ใส่ในวันที่หายตัวไปด้วย

พบ.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบ.บช.น.) กล่าวว่า จากการที่ดูศพเบื้องต้นแล้ว เป็นไปตามที่คนร้ายรับสารภาพ ซึ่งการยืนยันอย่างเป็นทางการ ต้องรอให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ระบุผลพิสูจน์ทางนิติเวชออกมาก่อน โดยขณะนี้ได้นำศพกลับไปพิสูจน์แล้ว

ผบ.ตร.รอนครบาลเค้นวิธีสังหาร "เอกยุทธ"

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 12 มิถุนายน พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เปิดเผยถึงกรณีนายสันติภาพ เพ็งด้วง อายุ 25 ปี ผู้ต้องหาฆ่านายเอกยุทธ อัญชันบุตร นักธุรกิจชื่อดังว่า คดีนี้คืบหน้าพอสมควร โดยได้รับรายงานจากพล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ซึ่งอยู่ในพื้นที่ว่าสามารถควบคุมผู้ต้องหาได้ 3 คนแล้ว และได้เงินของกลางจำนวนหนึ่ง ส่วนจะมีผู้อยู่เบื้องหลังการสังหารครั้งนี้หรือไม่นั้น ต้องรอการสอบสวนต่างๆ แต่ว่าในขั้นนี้เราได้หลักฐานพอสมควรที่สามารถมัดตัวคนร้ายได้ ขณะนี้กำลังพาตัวผู้ต้องหาไปหาศพกำลังเข้าไปในพื้นที่ นอกจากนี้ ตนได้มอบหมายให้พล.ต.อ.ปานศิริ ประภาวัติ รองผบ.ตร. ลงไปช่วยดูเรื่องสำนวนและคดีดังกล่าว พร้อมทั้งให้พิจารณาด้วยว่าควรตั้งคณะสอบสวนคดีนี้ในส่วนของตร.หรือไม่ เนื่องจากเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในหลายพื้นที่และประชาชนให้ความสนใจ

ผู้สื่อข่าวถามว่า สามารถเชื่อได้แค่ไหนว่าคนขับรถและเพื่อนจะเป็นผู้ลงมือฆ่านายเอกยุทธ พล.ต.อ.อดุลย์ กล่าวว่า ต้องให้นครบาลทำคดีไปก่อนทั้งวิธีการฆ่าว่าใช้วิธีใด ซึ่งต้องลงลึกในรายละเอียด เมื่อถามต่อว่า สาเหตุการฆ่านายเอกยุทธจะเป็นการชิงทรัพย์หรือจ้างวานฆ่า พล.ต.อ.อดุลย์ กล่าวว่า รอนครบาลสอบสวนอยู่

เมื่อถามอีกว่า ฝ่ายการเมืองได้กำชับอะไรเกี่ยวกบเรื่องนี้หรือไม่ ผบ.ตร. กล่าวว่า ไม่ได้กำชับอะไรมา และคดีนี้ไม่มีการเมืองอยู่เบื้องหลัง

"เฉลิม"ยัน"เอกยุทธ"ตายแล้ว ชี้ไม่มีอะไรซับซ้อน

ที่ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 12 มิ.ย. 56 เมื่อเวลา 12.20 น. ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีสาเหตุการหายตัวของนายเอกยุทธ อัญชันบุตร นักธุรกิจชื่อดังที่ยังมีความสับสนในมูลเหตุการฆาตกรรม ซึ่งเบื้องต้นนายสันติภาพ เพ็งด้วง คนขับรถนายเอกยุทธรับสารภาพว่าเป็นผู้ฆาตกรรมนายเอกยุทธ ว่า ไม่สับสน เป็นการเสียชีวิตแล้วจากคนขับรถ เป้าประสงค์เพื่อเงิน 5 ล้านบาท ทั้งนี้เมื่อวานนี้ จ.ส.อ.อิทธิพล เพ็งด้วง บิดาของนายสันติภาพ สารภาพว่ารับเงินลูกชายมาแล้ว 2 ล้านบาท อย่างไรก็ตามไม่มีอะไรซับซ้อน เพราะนายเอกยุทธไม่มีบารมีและรับคนมาอยู่ใกล้ชิดไม่ได้ศึกษาประวัติคนขับรถที่มีคดีติดตัว เมื่อครั้งเกิดเรื่องที่ผับคนขับรถก็เป็นคนตบตีเตะต่อย อีกทั้งมีทรัพย์ 5 ล้านเป็นแรงจูงใจ แต่ที่มีใครมาบอกว่ามีตำรวจ หรือว่ามีเสธ.เข้าไปเกี่ยวข้องนั้น ไม่มี

เมื่อถามว่านายสุวัตร อภัยภักดิ์ ในฐานะทนายความของนายเอกยุทธไม่เชื่อ และน่าจะมีอะไรอยู่เบื้องหลัง ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า เป็นเรื่องของนายสุวัตร ซึ่งตำรวจก็ต้องดำเนินการไปตามหลักฐาน แต่ถ้ามีหลักฐานก็ให้มาบอก และตนจะไปรับหลักฐานด้วยตัวเอง ซึ่งสังคมจะได้เกิดความชัดเจนว่านายเอกยุทธเสียชีวิตอย่างไร

เมื่อถามต่อว่ามีการโยงว่าเกี่ยวข้องกับการเมือง ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวต่อว่า ใครจะไปกล้าทำเพราะเรื่องการเมือง ซึ่งขอย้ำว่าถ้าตนอยู่ตรงนี้ใครใช้ความรุนแรงไม่ได้โดยเด็ดขาด ทั้งนี้ตนไม่เชื่อว่านายเอกยุทธจะสร้างสถานการณ์ อย่างไรก็ตามเมื่อถามว่ามีการตั้งข้อสังเกตว่านายเอกยุทธมีเงินมากกว่า 5 ล้านบาท เหตุใดจึงเอาแค่นั้น ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า เบิกมากจะเป็นข้อพิรุธ และธนาคารอาจจะไม่ให้

ขอหมายจับ 4 ผู้ต้องหาฆ่า "เอกยุทธ"

ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 12 มิถุนายน 2556 พล.ต.ต.อนุชัย เล็กบำรุง รองผบช.น. ในฐานะหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวนคดีคนร้ายฆ่านายเอกยุทธ อัญชันบุตร นักธุรกิจชื่อดัง เปิดเผยว่า พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น. ได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนคดีดังกล่าวขึ้นมา มอบหมายให้ตนเป็นหัวหน้าคณะรับผิดชอบคดี และร่วมประชุมปรึกษาหารือวางแนวทางการทำงานในการรวบรวมพยานหลักฐาน รวมถึงตรวจสอบดูคำให้การของนายสันติภาพที่สน.วังทองหลางรวบรวมไว้

ในส่วนการสืบสวนนั้นพล.ต.ท.คำรณวิทย์ ได้ลงพื้นที่จ.พัทลุงเพื่อหาศพนายเอกยุทธตามที่นายสันติภาพให้การไว้ที่วางนำไปอำพรางไว้ที่เขาจิงโจ้ อย่างไรก็ตาม ในส่วนตัวของนายสันติภาพขณะนี้อยู่ที่จ.พัทลุง ไม่ได้อยู่กับพนักงานสอบสวนจึงยังไม่สามารถแจ้งข้อหาได้ แต่หากได้ตัวมาแล้วก็จะรีบรวบรวมคำให้การและหลักฐานต่างๆ เพื่อแจ้งข้อหาต่อไป แต่ทั้งนี้ต้องรอหลักฐานชิ้นสำคัญคือศพของนายเอกยุทธ ซึ่งจะประกอบสำนวนที่จะแจ้งข้อหาได้

ต่อข้อถามว่า จะมีการโอนคดีไปยังท้องที่จ.พัทลุงหรือไม่ในกรณีที่พบศพนายเอกยุทธแล้ว พล.ต.ต.อนุชัย กล่าวว่า กรณีดังกล่าวทราบมาว่า พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร.จะออกคำสั่งตั้งคณะพนักงานสอบสวนขึ้นมาอีกชุด ที่สนธิกำลังร่วมกันระหว่างบช.น. กองปราบปราม และภูธรในพื้นที่ ร่วมกันสอบสวนภายใต้การควบคุมของพล.ต.อ.ปานศิริ ประภาวัตร รองผบ.ตร. และทางบช.น.ก็จะมีอำนาจสอบสวนได้เช่นกัน

นอกจากนี้ ในทางกฎหมายอาญามาตรา 18 พบว่าคนร้ายกระทำความผิดหลายกรรมในหลายท้องที่ ซึ่งทางสน.วังทองหลางที่รับแจ้งเหตุก็จะสามารถเข้าไปสอบสวนด้วยได้เช่นกัน ในส่วนกรณีไม่พบศพก็ยังไม่มีการคิดถึงขั้นนั้น เพราะอย่างไรก็ต้องตามหาศพของนายเอกยุทธให้เจอ

ผู้สื่อข่าวถามว่า พนักงานสอบสวนติดใจในคำให้การของนายสันติภาพหรือไม่ พล.ต.ต.อนุชัย กล่าวว่า จากที่หารือกันมีหลายจุดที่ต้องตรวจสอบให้เกิดความชัดเจน หลังจากที่แบ่งมอบงานกันไปแล้วก็จะออกไปตรวจสอบ

ชุดสืบสวนนครบาลขออนุมัติศาลออกหมายจับคนร้ายในคดีดังกล่าวแล้ว 4 คนในข้อหาปล้นทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นตาย และร่วมกันกักขังหน่วงเหนี่ยว หนึ่งในนั้นคือนายสันติภาพด้วย ส่วนกรณีที่มีข่าวว่าเสธ.คนดังมีส่วนเกี่ยวข้องกับการฆ่านายเอกยุทธด้วย เรื่องดังกล่าวก็ต้องตรวจสอบเช่นกัน รวมถึงทุกเรื่องที่อาจจะมีส่วนเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกัน ซึ่งตำรวจจะต้องสอบสวนนายสันติภาพอีกครั้งเพื่อหาการเชื่อมโยงต่างๆ

"พล.ต.ท.คำรณวิทย์"ยันสอบปมสังหาร"เอกยุทธ"ต่อ

พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยว่า สำหรับประเด็นการสังหารนายเอกยุทธ์ จากคำรับสารภาพของผู้ต้องหาอ้างว่าประสงค์ต่อทรัพย์ ส่วนประเด็นอื่นๆจะมีการสืบสวนสอบสวนต่อไป

โดยวันที่ 14 มิ.ย.นี้ จะมีการเชิญญาติ และทนายความของนายเอกยุทธ มาร่วมประชุมเพื่อรับฟังข้อมูลเพิ่มเติม ก่อนจะมีการประชุมพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินการสืบสวนต่อไป

โดยการดำเนินการสอบสวนคดีนั้นยังต้องดำเนินต่อไป เนื่องจากยังมีประเด็นอื่นๆ เช่น เรื่องเงิน เรื่องทรัพย์สินอื่นๆ รวมทั้งกรณีที่เสื้อผ้าของนายเอกยุทธ ที่ใส่ในวันเกิดเหตุซึ่งหายไป ประกอบกับผู้ต้องหาทั้ง 3 คนให้การไม่ตรงกัน บางคนบอกว่าเอาไปทิ้ง บางคนบอกว่าเอาไปเผา ซึ่งต้องมีการขยายผลต่อเพื่อให้ได้ข้อเท็จจริง

พล.ต.ท.คำรณวิทย์กล่าวอีกว่า สำหรับการลงมือสังหารนั้นในทางสืบสวนพบว่ามีเพื่อนนายสันติภาพอีก 1 คนที่ยังหลบหนีอาจเกี่ยวข้องกับการลงมือฆ่า ส่วนประเด็นผู้บงการนั้น เบื้องยังไม่พบว่ามีผู้บงการในการสังหารครั้งนี้แต่ก็ยังสอบสวนต่อไป

แหล่งข่าวจากชุดสืบสวนสอบสวนกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า การสังหารนายเอกยุทธนั้นอาจลงมือสังหารมาจากกรุงเทพฯ ด้วยวิธีการรัดคอ โดยทีมสังหารนั้นไม่มีคนในพื้นที่ร่วมด้วย ซึ่งอาจเป็นคนละทีมกันโดยหลังจากที่สังหารแล้ว ได้นำศพลงมาทางภาคใต้และระหว่างทางผู้ร่วมทีมสังหารอีก 1 คนที่เดินทางพร้อมกับนายสันติภาพ ได้แยกตัวระหว่างทางที่จ.สุราษฎร์ธานี และเดินทางกลับกรุงเทพฯปล่อยให้นายสันติภาพนำศพนายเอกยุทธลงมาเพียงลำพัง ก่อนที่นายสันติภาพ จะประสานเพื่อนคือนายชวลิต ให้มาช่วยกันนำศพไปฝังที่จุดเกิดเหตุ

"กรณ์"ร่วมอาลัย"เอกยุทธ" สงสัยใครเบื้องหลัง

นายกรณ์ จาติกวณิช ส.สระบบบัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊คส่วนตัวที่ใช้ชื่อว่า Korn Chatikavanij แสดงความเสียใจต่อการเสียชีวิตของนายเอกยุทธ อัญชันบุตร อดีตนักธรุกิจการเงินและอสังหาริมทรัพย์ชื่อดัง ที่ถูกคนขับรถคือนายสันติภาพ เพ็งด้วง อายุ 25 ปี อุ้มฆ่าและนำศพไปทิ้งที่จังหวัดพัทลุง โดยระบุว่า พฤติกรรมของตำรวจชวนให้น่าสงสัยว่าใครอยู่เบื้องหลัง

"พานทองแท้"จวก"กรณ์"หยุดให้ร้ายผู้อื่น

ขณะที่ นายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้โพสต์ข้อความลงบนเฟซบ๊คส่วนตัวที่ใช้ชื่อว่า Oak Phanthongtae Shinawatra เช่นเดียวกันเพื่อตอบโต้ข้อความของนายกรณ์ว่า ผู้เขียนใช้ประโยชน์จากเหตุการณ์นี้ใส่ร้ายผู้อื่น และขอให้ลบข้อความนี้ออกไป และขอให้ลบข้อความดังกล่าวที่มีการโพสต์ออกไป

ทั้งนี้ หลังจากที่นายพานทองแท้โพสต์ข้อความไม่นานนัก ปรากฏว่าไม่ปรากฎข้อความที่นายกรณ์โพสต์ลงบนเฟซบุ๊ก ซึ่งอาจถูกดีลีทออกไปออกจากหน้าเฟซบุ๊คไปเช่นกัน


ทนาย"สุวัตร" เชื่อปมการเมืองอุ้มฆ่า"เอกยุทธ"เสธ.ดังอยู่เบื้องหลัง

นายสุวัตร อภัยภักดิ์ ในฐานะทนายความของนายเอกยุทธ อัญชันบุตร ได้กล่าวถึงปมสังหารนายเอกยุทธว่า ตอนนี้ทางครอบครัวของนายเอกยุทธ ได้มุ่งประเด็นการก่อเหตุในครั้งนี้ว่าเป็นเรื่องการเมือง เพราะนายเอกยุทธ เป็นผู้วิพากย์วิจารณ์ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี รวมถึงก่อนหน้านี้ได้ออกมาเปิดเผยเรื่อง ว.5 โฟร์ซีซั่น น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และล่าสุด ยังมีการโพสต์เรื่องการนำเงินภาษีไปโต้คลื่นสวาท ที่ประเทศมัลดีฟ ของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ที่เป็นการโจมตีฝ่ายรัฐบาลครั้งสุดท้ายในวันที่ 3 มิถุนายน ใน ก่อนที่จะหายตัวไป

"ทั้งหมดเป็นการสร้างความไม่พอใจทางการเมืองให้กับฝ่าย พ.ต.ท.ทักษิณ อีกทั้งเมื่อเปรียบเทียบกับ สาเหตุอื่นๆ เช่นความแค้น ที่นายเอกยุทธทำการไล่ 3 พนักงานที่ทำการยักยอกเงินกว่า 1 ล้านบาทของบริษัทไปก่อนหน้านี้ จนทำให้นายสันติภาพเกิดความแค้นและก่อเหตุ ก็ยังไม่มีเหตุผลมากพอถึงกับต้องหมายเอาชีวิต จึงคาดว่าไม่น่าใช่ประเด็นความแค้น แต่สาเหตุที่แท้จริงในการลงมือของนายสันติภาพครั้งนี้ อาจมาจากการติดหนี้พนัน "นายสุวัตร ระบุ

นายสุวัตร กล่าวอีกว่า จากการสืบสวนทราบว่า นายสันติภาพติดหนี้ตามโต๊ะพนันบอลหลายแห่งรวมเป็นเงินมากกว่า 1ล้านบาท จนทำให้ นายสันติภาพ ได้รับการว่าจ้างจาก กลุ่มทหารนอกราชการที่เป็นผู้ดูแลโต๊ะพนัน ให้ก่อเหตุชิงตัวนายเอกยุทธ เพื่อเป็นการหักล้างหนี้ที่ติดค้าง และจากแหล่งข่าวระดับชั้นผู้ใหญ่ที่ตนได้ตรวจสอบมายังพบว่านายสันติภาพเคยทำงานในสังกัดของกลุ่ม เสธ. ชื่อดัง กลุ่มหนึ่งที่มีเรื่องแถวคลองเตย ก่อนที่จะลาออกมา สมัครงานเป็นคนขับรถของนายเอกยุทธโดยผ่านการประกาศรับสมัครทางอินเทอร์เน็ต ซึ่งนายสันติภาพได้เข้ามาในเดือนพฤศจิกายน ปีที่ผ่านมา จึงอาจเป็นไปได้ว่ามีการวางแผนแฝงตัวมาเป็นเวลานานกว่า 7 เดือน จนเมื่อถึงวันที่ 6 มิถุนายน วันเกิดเหตุ นายสันติภาพ รู้ว่านายเอกยุทธเตรียมที่จะให้พนักงานคนขับรถคนใหม่มาทำหน้าที่แทน ประกอบกับสบโอกาสที่นายเอกยุทธไม่มีบอดี้การ์ดคุมความปลอดภัย จึงลงมือก่อเหตุ

นอกจากนี้นายสุวัตร ยังตั้งข้อสังเกตอีกว่า มูลเหตุจูงใจของนายสันติภาพ ยังถูกใช้เพื่อเบี่ยงประเด็นของการก่อเหตุให้ดูเหมือนมีจุดประสงค์ต่อทรัพย์ แต่จากการตรวจสอบเงินจำนวน 5 ล้านบาท กลับตกไปอยู่ที่นายสันติภาพ และบิดาที่อาศัยใน จ.พัทลุง โดยกลุ่มคนอีก 4-5 คน ที่นายสันติภาพให้การว่าร่วมก่อเหตุอุ้มฆ่านายเอกยุทธนั้น ไม่ได้ส่วนแบ่งจากเงินจำนวนนี้ เหมือนเป็นการทำฟรี จึงน่าสงสัยว่า กลุ่มคนกลุ่มนี้มาเพื่อหมายเอาชีวิตเพียงอย่างเดียว

"เรื่องชิงทรัพย์ผมไม่เชื่อ หลักฐานมันไม่ใช่แค่นั้น นี่มันเหมือนการวางแผนมาเป็นระยะเวลานาน คุณเอกยุทธก็เหมือนปลาใหญ่ตายน้ำตื้นที่ไปรับคนขับรถมาโดยไม่ดูหัวนอนปลายตีน" นายสุวัตร กล่าว

นายสุวัตร กล่าวอีกว่า แม้ว่าทางเจ้าหน้าที่ของรัฐจะพยายามปฏิเสธไม่ให้เป็นไปในเรื่องทางการเมือง แต่ครอบครัวยังคงมองว่าเกี่ยวข้องโดยตรง เพราะยังมีข้อสังเกตอื่นๆ ที่ทำให้คาดได้ว่าอาจมีกลุ่มคนมีสีเข้ามาเกี่ยวข้อง เช่น การขนย้ายร่างของนายเอกยุทธ จากกรุงเทพฯ - พัทลุง ที่ต้องใช้เวลานานกว่า 9 ชั่วโมง ผ่านกล้องวงจรปิด และด่านตรวจหลายแห่ง หากไม่มีเจ้าหน้าที่รู้เห็นคอยประสานกับจุดสกัดของเจ้าหน้าที่เหล่านี้ การเคลื่อนย้ายจะเป็นไปได้ยาก

"สิ่งที่ยังไม่พบพยานหลักฐานก็เป็นเพียงการสันนิษฐานที่จะต้องได้รับการสืบสวนเพิ่มเติม ทั้งเรื่องการเกี่ยวโยงกับกลุ่มคนมีสีนอกราชการ ไปจนถึงผู้จ้างวานที่อาจพัวพันเกี่ยวข้องกับเรื่องการเมือง ซึ่งจากนี้ทางครอบครัวจะร่วมกับเจ้าหน้าที่ในการทำงานทุกกระบวนการอย่างในการขุดหาศพของนายเอกยุทธที่ จ.พัทลุง ในวันนี้ก็ได้ส่ง น.ส.สุภากรณ์ แหวนหล่อ พี่สาวนายเอกยุทธ พร้อมทนายความไปด้วย" นายสุวัต รระบุ

นครบาล แถลงพรุ่งนี้ ปิดคดีฆาตกรรม'เอกยุทธ'แจ้ง2ข้อหา

พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น. กล่าวถึงการส่งศพของ นายเอกยุทธ อัญชันบุตร ตรวจพิสูจน์ ว่า พรุ่งนี้(13 มิ.ย.)จะสามารถตรวจสอบรายละเอียดและสาเหตุการตายได้ เบื้องต้น แพทย์ยืนยันว่า มีร่องรอยการถูกบีบคอ ใบหน้ามีรอยเขียวช้ำคล้ายถูกตีด้วยของแข็ง สาเหตุที่มีการขุดศพล่าช้านั้น เพราะไม่มั่นใจในคำรับสารภาพของผู้ต้องหาทั้ง 3 คน เพราะที่ผ่านมา ตำรวจจับแพะในคดีแบบนี้ไปบ้างแล้ว นอกจากนี้ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ร่วมประชุมพร้อมกัน เพื่อคลี่คลายในคดีดังกล่าว เพื่อให้สังคมได้รับรู้

ขณะที่ การตรวจค้นบ้านของ จ.ส.อ.อิทธิพล เพ็งด้วง อายุ 59 ปี บิดาของ นายสันติภาพ ทหารสังกัด ช.พัน.401 ค่ายอภัยบริรักษ์ ต.ชุมพล อ.ศรีนครินทร์ จ.พัทลุง ทางเจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลว่าพบอะไรบ้าง ซึ่งจะนำตัว จ.ส.อ.อิทธพล มาสอบปากคำและแถลงข่าวที่กรุงเทพฯ อีกครั้ง

พล.ต.ต.ปริญญา จันทร์สุริยา รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล กล่าวว่า หลังฝ่ายสืบสวน และทีมค้นหา สามารถขุดพบศพ นายเอกยุทธโดยได้แจ้ง 2 ข้อหา คือ ปล้นทรัพย์ผู้อื่นโดยการประทุษร้ายจนถึงแก่ความตาย และปิดบังซ่อนเร้นอำพรางศพ แก่นายสันติภาพ เพ็งด้วง, นายทิวากร เกื้อทอง, นายเชาวลิต วุ่นชุม รวม 3 คน ส่วน นายสุทธิพงศ์ พิมพิศาล ยังอยู่ระหว่างการติดตามตัว

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ จะควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 คน ไปชี้จุดในพื้นที่ จ.พัทลุง ตามคำให้การของผู้ต้องหา ก่อนนำตัวกลับ กทม. ภายในคืนนี้ โดยจะพิจารณาว่า จะนำตัวไปควบคุมไว้ที่ สน.วังทองหลาง หรือไม่ โดยคาดว่า จะนำตัวไปชี้จุดก่อเหตุใน กทม. วันพรุ่งนี้(13 มิ.ย.)

ด้าน พล.ต.อ.ปานศิริ ประภาวัต รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ซึ่งได้รับมอบหมายให้ดูแลภาพรวมคดี จะเป็นประธานการประชุมที่ กองบัญชาการตำรวจนครบาล ในเวลา 10.00 น.

"จตุพร"ระบุการเสียชีวิต"เอกยุทธ"ไม่เกี่ยวรัฐบาล

นายจตุพร พรหมพันธุ์ กล่าวในรายการชูธง ถึงกรณีที่ทนายความของนายเอกยุทธ อัญชันบุตร เชื่อมโยงการเสียชีวิตของนายเอกยุทธ เกี่ยวโยงกับการเมืองว่า ทนายของนายเอกยุทธ เป็นทนายความพันธมิตรฯของนายสนธิ ลิ้มทองกุล ก็ย่อมวิเคราะห์ ไปอย่างนั้น ร.ต.อ. เฉลิม อยู่บำรุง บอกว่า หากมีเสธฯคนใดเกี่ยวข้องก็ให้บอกชื่อมาให้ชัดเจน จะได้นำตัวมาสอบสวน คำให้การของคนขับรถนายเอกยุทธไม่ได้มีเหตุทางการเมืองเลย การเมืองไม่มีเหตุไปฆ่านายเอกยุทธ ถ้าการเมืองฆ่านายเอกยุทธ คนขับรถก็ต้องเสียชีวิตไปด้วยเว้นแต่คนขับรถรู้เห็นเป็นใจ

"คดีนี้คนขับรถที่เป็นผู้ต้องหารับสารภาพ จากภาพกล้องวงจรปิดก็เห็นอยู่ว่าวันเกิดเหตุคนขับรถนายเอกยุทธ มีพิรุธ ผู้ที่เกี่ยวข้องก็จับได้เกือบหมดแล้ว แต่พรรคประชาธิปัตย์ ไม่ต้องการให้จบสภาพแบบนี้ นายเอกยุทธ เป้าหมายเขาคือเล่นงานนายกฯ แต่นายกฯก็ไม่ได้ว่าอะไร นายเอกยุทธ จะเป็นจะตายก็ไม่เกี่ยวกับนายกฯ ที่ว่ามีเสธฯอะไรเกี่ยวข้อง ก็เป็นแค่คำกล่าวอ้าง ก่อนนายเอกยุทธ ถูกคนขับรถฆ่า นายเอกยุทธ ก็วิจารณ์นายกฯ โพสข้อความ 2 แง่ 3 ง่าม แต่ก็ไม่มีฝ่ายรัฐแสดงอาการโกรธแค้นนายเอกยุทธ ถ้าฝ่ายรัฐโกรธแค้นนายเอกยุทธ คงไม่เสียชีวิตแบบนี้ ก็เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องสอบสวนเพิ่มเติมหากมีคนอื่นๆเกี่ยวข้อง ส่วนคดีความก็ต้องพิสูจน์กันไป คนรับสารภาพเป็นคนของนายเอกยุทธเอง หรือถ้าเป็นคนของคนอื่นมาขับรถให้นายเอกยุทธ นายเอกยุทธ ก็ต้องมีความมั่นใจที่ให้ไปไหนด้วยกัน ก็ต้องไปสอบสวนกันว่าใครฝากคนขับรถหรือนายเอกยุทธ รับมาเอง แต่พรรคประชาธิปัตย์ ไม่อยากให้จบอย่างที่เป็นอยู่ พยายามเลี้ยวให้ถึงรัฐบาล แต่ถึงอย่างไรคดีก็โยงไม่ถึงรัฐบาล"

แชร์ข่าว :
Tags: