15 หุ้นปันผล 'ท็อปฟอร์ม' 3 ปีเฉลี่ยผลตอบแทน 8%

15 หุ้นปันผล 'ท็อปฟอร์ม' 3 ปีเฉลี่ยผลตอบแทน 8%

ตลาดหุ้นไทยยังผันผวนและอยู่ในภาวะเสี่ยงจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ความไม่แน่นอนนโยบายการเงินของโลก การโยกย้ายเงินลงทุนเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว แม้พื้นฐานทางเศรษฐกิจไทยยังไม่เปลี่ยนแปลง บจ.ส่วนใหญ่ยังแข็งแกร่งมีความสามารถทำกำไรและจ่ายเงินปันผลสม่ำเสมอ

สุมิตรา  ตั้งสมวรพงษ์  ฝ่ายวิจัย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

แนวทางกระจายการลงทุนด้วยธีม “หุ้นปันผล” เป็นการลงทุนทางเลือกที่ได้ผลในระยะยาว ภายใต้การลงทุนที่สม่ำเสมอและเลือกหุ้นที่เหมาะสมไปด้วย หรือเรียก  “หุ้นห่านทองคำ” ในพอร์ตของนักลงทุนได้

   หากพิจารณาอัตราดอกเบี้ยฝากประจำ 12 เดือน สำหรับบุคคลธรรมดาของธนาคารพาณิชย์ ที่เ ปิดเผยในเว็บไซต์ของธนาคารแห่งประเทศไทย พบว่า ณ สิ้นปี 2566 อัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำ 12 เดือนแม้จะปรับขึ้นจากสิ้นปี 2565 แต่ยังคงอยู่ในระดับค่อนข้างต่ำ คืออยู่ในระดับ 1.20% ถึง 2.65% ซึ่ง ใกล้เคียงกับอัตราเงินเฟ้อทั่วไปที่อยู่ที่ 1.23%

    ขณะที่ปี 2566 รายได้บริษัทจดทะบียนรวม 18.56 ล้านล้านบาท หรือลดลง 2.0% และบริษัทจดทะเบียนมีกำไรสุทธิรวม 946,605 ล้านบาท ลดลง 2.6% จากปี 2565 และเมื่อพิจารณากำไรสุทธิของบริษัทจดทะเบียน พบว่า 625 บริษัท จากทั้ง หมด 823 บริษัท หรือ 76.0% ของบริษัทจดทะเบียนทั้งหมดยังคงมีกำไรสุทธิจากการดำเนินธุรกิจในปี 2566

    โดยผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) ณ สิ้นปี 2560 - 2566 ของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้นไทยพบว่า ในทุกปีที่ทำการศึกษาผลตอบแทนจาก เงินปันผลของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศ (SET) สูงกว่าอัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำ 12 เดือน และสูงประมาณ 1.25 - 2.25 เท่าของอัตราที่สูงที่สุดของอัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำ 12 เดือนของธนาคารพาณิชย์ และพบว่า ณ สิ้น ปี 2566 บางอุตสาหกรรมให้ผลตอบแทนจากเงินปันผลสูงเกือบ 2 เท่าของอัตราที่สูงที่สุดของอัตราดอกเบี้ย เงินฝากประจำ 12 เดือน

    การเลือกหุ้นปันผล  “กลุ่มหุ้น Dividend Universe” ตั้งแต่ปี 2559 เป็นต้นมา โดยบริษัทจดทะเบียนที่ผ่านเกณฑ์จะต้องเป็นบริษัทจดทะเบียนที่มีผลประกอบการดี คือ ต้องมีกำไรสุทธิต่อเนื่อง   ความอยู่รอดของกิจการ คือมีสภาพคล่องในการดำเนินงานโดยเฉพาะจากกระแสเงินสดเป็นบวก  มีการ จ่ายเงินปันผลอย่างสม่ำเสมอ    และมีบรรษัทภิบาลที่ดี โดยได้คะแนนตั้งแต่ “ดี” หรือ หรืออยู่ในเกณฑ์ 3 ดาวขึ้นไปและจากศึกษาข้อมูลล่าสุดในปี 2567 พบว่า มีบริษัทจดทะเบียนผ่านเกณฑ์การพิจารณา 141 บริษัท จากทั้งหมด 819 บริษัท

   โดยแบ่งเป็น เป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) 119 บริษัท และในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai) 22 บริษัท  ซึ่งอยู่ในกลุ่มธุรกิจบริการมากที่สุด 33 บริษัท รองลงมาอยู่ในกลุ่มบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ 22

    บริษัท และกลุ่มเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร 19 บริษัท  หากเปรียบเทียบกับจำนวนบริษัทจดทะเบียนทั้งหมดในแต่ละอุตสาหกรรม พบว่า บริษัทในกลุ่มเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร กลุ่มบริการ และกลุ่มทรัพยากร มีบริษัทจดทะเบียนอยู่ใน Dividend Universe ในสัดส่วนสูงกว่าอุตสาหกรรมอื่น ๆ

   

    เมื่อพิจารณาจากค่าเฉลี่ย ผลตอบแทนจากเงินปันผลในช่วง 3 ปีล่าสุด 11 ของหลักทรัพย์ที่เป็นองค์ประกอบ SETHD Index พบว่า 10 หลักทรัพย์จากทั้ง หมด 30 หลักทรัพย์ มี Dividend Yield เฉลี่ย 3 ปี สูงกว่า 5% ต่อปี และพบว่าหลักทรัพย์ที่เป็นองค์ประกอบ   “SETHDIndex ที่มี Dividend Yield เฉลี่ย 3 ปี สูงสุด 15 อันดับแรก มี Dividend Yield อยู่ในช่วง 4.75% ถึง 22.10% หรือเฉลี่ยอยู่ที่ 8.01%”  (ตาราง)

     15 หุ้นปันผล \'ท็อปฟอร์ม\' 3 ปีเฉลี่ยผลตอบแทน 8%

    จากการศึกษาข้างต้นจะเห็นได้ว่า หุ้นปันผลเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการลงทุน และเกณฑ์คัดเลือกหุ้นปันผลสามารถพิจารณาได้แนวทาง นักลงทุนควรพิจารณาปัจจัยอื่นๆ ประกอบการตัดสินใจลงทุนด้วย อาทิ ราคาตลาดของหลักทรัพย์ในขณะนั้น เมื่อเทียบกับราคาที่แท้จริง  ความผันผวนของราคาหลักทรัพย์ ความสามารถในการทำกำไรของบริษัทจดทะเบียน สภาพคล่องในการซื้อขาย และจังหวะเวลาในการเข้าลงทุนในหุ้นปันผลนั้น ๆ เป็นต้น