วิเคราะห์แนวโน้มตลาด : บล.โกลเบล็ก FED คงอัตราดอกเบี้ย

วิเคราะห์แนวโน้มตลาด : บล.โกลเบล็ก FED คงอัตราดอกเบี้ย

วันพุธที่ผ่านมา ดัชนีปรับตัวลง และsideway ในแดนลบตลอดช่วงการซื้อขาย ราว -8 ถึง -10 จุด มีแรงขายมากในหุ้นกลุ่มค้าปลีก อิเล็กทรอนิกส์ และขนส่ง เป็นต้น โดยในช่วงบ่ายศาลรัฐธรรมนูญมีมติเอกฉันท์ วินิจฉัย "พิธา-ก้าวไกล" เสนอแก้ ม.112 รณรงค์-หาเสียงเข้าข่ายล้มล้างการปกครอง

ความไม่แน่นอนทางการเมือง เป็นปัจจัยกดดันดัชนี ส่งผลให้ดัชนี SET Index ปิดตลาดที่ 1,364.52 จุด -8.62 จุด -0.63% มูลค่าการซื้อขาย 48,921 ลบ. Program Trading +138.75 ลบ. ต่างชาติ -961.05 ลบ. TFEX -6,690 สัญญา ตราสารหนี้ -589.48 ลบ.

ปัจจัยบวก    

+ นางคริสติน ลาการ์ด ประธาน ECB ส่งสัญญาณว่าการเปลี่ยนแปลงนโยบายอัตราดอกเบี้ยครั้งต่อไปจะเป็นการลดดอกเบี้ย
+ สหรัฐแสดงท่าทีคัดค้านต่อแนวคิดในการลดขนาดดินแดนของฉนวนกาซา
+ การจ้างงานของภาคเอกชนสหรัฐเพิ่มขึ้น 107,000 ตำแหน่งในเดือนม.ค. ต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 150,000 ตำแหน่ง หลังจากเพิ่มขึ้น 158,000 ตำแหน่งในเดือนธ.ค.
+/- ธปท.รายงานภาพรวมของเศรษฐกิจไทยในเดือนธันวาคม 2566 ระบุว่าเศรษฐกิจไทยโดยรวมขยายตัวชะลอลงตามรายรับภาคการท่องเที่ยวและมูลค่าการส่งออกไม่รวมทองคำที่ชะลอลงจากอุปสงค์โลกที่ฟื้นตัวช้า และส่วนหนึ่งจากปัจจัยเชิงโครงสร้างที่ฉุดรั้งการฟื้นตัวของภาคการส่งออก การลงทุนภาคเอกชนอยู่ในทิศทางชะลอลงด้วย ด้านการใช้จ่ายภาครัฐหดตัว อย่างไรก็ดี เครื่องชี้การบริโภคภาคเอกชนและภาคบริการยังขยายตัวต่อเนื่องและเป็นแรงขับเคลื่อนที่สำคัญ

ปัจจัยลบ 

- ดัชนีดาวโจนส์ปิดลดลง 317.01 จุด หรือ -0.82% หลังจาก FED มีมติคงอัตราดอกเบี้ยตามคาด แต่ส่งสัญญาณอย่างชัดเจนว่าจะไม่มีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนมี.ค.
- สัญญาน้ำมันดิบ WTI ลดลง 1.97 ดอลลาร์ หรือ -2.5% ปิดที่ 75.85 ดอลลาร์/บาร์เรล หลังจากจีนซึ่งเป็นผู้นำเข้าน้ำมันดิบรายใหญ่ของโลกเปิดเผยว่าภาคการผลิตของจีนหดตัวลงติดต่อกันเป็นเดือนที่ 4 ทำให้นักลงทุนกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจและอุปสงค์น้ำมันในจีน และสต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐที่เพิ่มขึ้นในสัปดาห์ที่แล้ว
 

- FED มีมติเป็นเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นที่ระดับ 5.25-5.50% ซึ่งเป็นการคงอัตราดอกเบี้ยติดต่อกันครั้งที่ 4 สอดคล้องกับคาดการณ์ของตลาด โดยส่งสัญญาณว่ายังไม่มีแผนปรับลดอัตราดอกเบี้ยเนื่องจากเงินเฟ้อยังคงอยู่สูงกว่าเป้าหมาย
- ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์ 9 ต่อ 0 ชี้ว่าการกระทำของพิธาและพรรคก้าวไกลเป็นการใช้สิทธิหรือเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครอง และสั่งการให้เลิกแสดงความคิดเห็น การพูด การเขียน การพิมพ์ การโฆษณา และการสื่อความหมายโดยวิธีอื่นเพื่อให้มีการยกเลิกมาตรา 112 อีกทั้งไม่ให้มีการแก้ไขมาตรา 112 ที่จะเกิดขึ้นต่อไปในอนาคต ซึ่งคาดจะเห็นความเคลื่อนไหวในการยื่นคำร้องต่อกกต.ขอยุบพรรคก้าวไกล

แนวโน้มตลาดวันนี้  

คาดดัชนีในวันนี้มีโอกาสปรับตัวลงตามทิศทางตลาดต่างประเทศ โดยมีแรงกดดันจากเฟดส่งสัญญาณอย่างชัดเจนว่าจะไม่มีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนมี.ค. ขณะที่ปัจจัยในประเทศศาลรัฐธรรมนูญมติเอกฉันท์ ชี้'ก้าวไกล'เจตนาเซาะกร่อนบ่อนทำลาย ส่อล้มล้างการปกครอง ปมเคลื่อนไหว-หาเสียงแก้ ม.112 ส่งผลให้เกิดความไม่แน่นอนทางการเมือง ดัชนีในวันนี้ที่ 1,355-1,370 จุด

กลยุทธ์การลงทุน  

• Easy E-Receipt : BJC CPALL CPAXT COM7 SPVI CPW JMART HMPRO DOHOME GLOBAL ZEN M AU TNP KK
• หุ้นเด่น IAA : AOT CPALL CPN GPSC
• หุ้นที่คาดว่างบจะออกมาดี : SPA AUCT PLANB PRM
• ฟรีวีซ่าไทย-จีน : AOT AAV MINT CENTEL ERW SPA SKY

 

หุ้นรายงานพิเศษ

KBANK ราคาเหมาะสม Bloomberg Consensus 145 บาท (upside 21%)
กำไรปี 66 เติบโต19%yoy ปี 67 ตั้งการ์ดสูงต่อเนื่อง

วิเคราะห์แนวโน้มตลาด : บล.โกลเบล็ก FED คงอัตราดอกเบี้ย

•รายงานกำไร 4Q66 เท่ากับ 9,388 ล้านบาท EPS 3.96 บาท +194%YoY -17%QoQ กำไรปี 66 เท่ากับ 42,405 ล้านบาท EPS 14.78 บาท +19%YoY ภาพรวมการดำเนินงานส่วนใหญ่ต่ำกว่าเป้า สินเชื่อหดตัวเล็กน้อย -0.19% สวนทางกับเป้าเติบโต 5-7% จากความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อ SME สินเชื่อที่อยู่อาศัย และสินเชื่อส่วนบุคคล รายได้ค่าธรรมเนียมสุทธิหดตัว 5% จากเป้าทรงตัว credit cost 208 bps สูงกว่าเป้า 175-200 bps โดยมีผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ECL) ใกล้เคียงกับปี 65 มูลค่าขาย NPL 7.84 หมื่นล้านบาทเพิ่มขึ้นจาก 7.2 หมื่นล้านบาทในปี 65 ขณะที่ Coverage ratio 152% (154% ณ ปลายปี 65) มีเพียง NIM 3.66% ที่สูงกว่ากรอบบนเป้าที่ระดับ 3.45% และ %NPL 3.19% คุมได้ตามเป้า (< 3.25%) อัตราส่วนเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง (CAR) อยู่ที่ 19.41% เพิ่มขึ้นจาก 18.81% ณปลายปี 65 จึงไม่น่าเป็นห่วงเรื่องฐานะการเงิน

•ปี 67 ตั้งเป้าสินเชื่อพลิกเติบโต 3-5% ในกลุ่มสินเชื่อที่มีคุณภาพในกลุ่มสินเชื่อธุรกิจ รายได้ค่าธรรมเนียมเติบโต 5-9% ผ่านธุรกิจให้คำปรึกษาและการรับประกันภัย (bancassurance) คุม %NPL ที่ระดับต่ำกว่า 3.25% credit cost 175-195 bps ไม่เกินไปกว่าปี 65

ความเห็น ฝ่ายวิจัยมีมุมมองเป็นกลางต่อปัจจัยพื้นฐานในระยะยาว ทั้งนี้ ราคาหุ้นได้รับผลกระทบเชิงลบด้านจิตวิทยาจากกลุ่มสินเชื่อ SME ที่ธนาคารมีส่วนแบ่งตลาดสูงเป็นอันดับ 1 ยังมีฐานะการเงินอ่อนแอ แผนการดำเนินงานที่ระมัดระวังทำให้การเติบโตของกำไรไม่มากนัก Bloomberg Consensus คาดกำไรปี 67 ราว 4.5 หมื่นล้านบาท +6%YoY ราคาหุ้นลดลง 11%YTD ทำให้มี PBV เท่ากับ 0.54 เท่าซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มธนาคารที่ระดับ 0.62 เท่า ราคาหุ้นยังมี upside ได้อีก แนะนำ “ซื้อ”

หุ้นมีข่าว

(+) GLOBAL (Bloomberg consensus 17.74 บาท) ตั้งเป้ายอดขายต่อสาขาเฉลี่ยทั้งปี 2567 เติบโตเฉลี่ย 3-5% สอดคล้องกับการขยายตัวของ GDP ประเทศ จากยอดขายปูนซีเมนต์ และเหล็กที่ยังคงเติบโตได้ต่อเนื่อง รวมถึงยอดขายสินค้ากลุ่มซ่อมแซมที่อยู่อาศัยที่เติบโตโดดเด่น เตรียมเปิดตัวแอปพลิเคชัน รวบรวมพันธมิตรทุกเรื่องบ้านครบวงจร (ที่มา ทันหุ้น)

(+) WHA (Bloomberg consensus 5.85 บาท) ปักเป้าปี 2567 รายได้โตไม่ต่ำกว่า 10% รับธุรกิจโตรอบด้าน-ขายสินทรัพย์เพิ่มหนุน ส่วนปีนี้เล็งทุ่มงบ 8 พันล้านบาท ช็อปที่ดินอัพฐานนิคมในไทย-เวียดนาม ชูโมเดลแลนด์บริดจ์เป็นโอกาสมากกว่าแค่เรื่องโลจิสติกส์ เสริมการเติบโตของไทย-เป็นผลดีต่อบริษัทในอนาคต (ที่มา ทันหุ้น)

(+) TTCL (Bloomberg consensus 6.80 บาท) ตั้งเป้ารายได้ปี 2567 เติบโต 10-20% จากปี 2566 คาดรายได้จะอยู่ที่ราว 1.6 หมื่นล้านบาท ตุนแบ็กล็อก 2 หมื่นล้านบาท ขณะเดียวกันตั้งเป้าแบ็กล็อกใหม่ราว 1.5 หมื่นล้านบาท แถมเล็งรับรู้รายได้จากธุรกิจชีวมวลอัดเม็ดเข้ามาในไตรมาส 3/2567 ขณะที่อยู่ระหว่างศึกษาออกหุ้นกู้ หลังทริสเรทติ้งมีการปรับเครดิตองค์กรเพิ่มเป็น –BBB (ที่มา ทันหุ้น)

(+) NER (Bloomberg consensus 5.98 บาท) ชี้อุตสาหกรรมยางเติบโต เผยจีน-ไทย ยกเว้นวีซ่าหนุนการท่องเที่ยว-เดินทางมากขึ้น ผลักดันการใช้รถ การเปลี่ยนยางล้อเป็นบวกต่ออุตสาหกรรมยางพารา ขณะที่ราคายางปรับตัวขึ้น 70 บาทต่อกิโลกรัม เป็นบวก "ชูวิทย์ จึงธนสมบูรณ์" ย้ายอดขายยางพาราอยู่ที่ประมาณ 5.1 แสนตัน หรือเพิ่มขึ้น 5-10% จากปี 2566 อุตสาหกรรมอีวีเป็นตัวเร่ง (ที่มา ทันหุ้น)