ธนพล นิมิตตานนท์

ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)

10 พฤศจิกายน 2560
541

เม็ดเงิน LTF จะไหลเข้ามากแค่ไหนในปีนี้

เม็ดเงิน LTF จะไหลเข้ามากแค่ไหนในปีนี้

ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีแบบนี้ หลายท่านคงเริ่มนึกถึงเรื่องของการลดหย่อนภาษีผ่านกองทุน LTF เพราะเป็นสิ่งที่จำเป็นต้องซื้อทุกปีเพื่อลดหย่อนภาษีให้มากที่สุด แต่ยังมีนักลงทุนอีกส่วนหนึ่งที่มองเม็ดเงินซื้อกองทุน LTF นี้ ในอีกแง่มุมหนึ่ง กล่าวคือ เป็นแรงกระตุ้นที่จะผลักดันตลาดหุ้นไทยให้ไปต่อได้ในช่วงสิ้นปี จึงเป็นที่มาของบทความฉบับนี้ ที่จะมาคาดการณ์เม็ดเงินซื้อกองทุน LTF ที่เหลืออยู่ในปีนี้มีมากน้อยแค่ไหน และจะมีผลต่อตลาดหุ้นอย่างไรบ้าง ตามมาดูตัวเลขสถิติกันครับ..... สำหรับตัวเลขเม็ดเงินซื้อขายสุทธิย้อนหลังนั้น อ้างอิงจากทาง Morning Star ได้ตัวเลขดังนี้ครับ

จากตัวเลขข้างบนสรุปคร่าวๆ ได้ว่าในแต่ละปี จะมีเม็ดเงินไหลเข้าลงทุนในกองทุน LTF สูงราว 2.2-3.5 หมื่นล้านบาท ขณะที่ค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 3 ปี (2557-2559) พบยอดซื้อสุทธิเฉลี่ยราวปีละ 3 หมื่นล้านบาท และเมื่อหันมามอง ในปีปัจจุบันกลับพบว่าตัวเลข 10 เดือนแรกของปีนี้ยังคงเป็นยอดขายสุทธิอยู่ราว -1.9 หมื่นล้านบาท ซึ่งหากอยู่บนสมมติฐานว่าในปี 2560 นี้จะมีเม็ดเงินซื้อสุทธิกองทุน LTF ในระดับใกล้เคียงกับปีก่อนๆ ก็หมายความว่าในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้อาจจะมีเม็ดเงินไหลเข้าซื้อกองทุน LTF และไหลเข้าตลาดหุ้นไทยเพิ่มเติมกว่า 4 – 5 หมื่นล้านบาทเลยทีเดียว

ตัวเลขดังกล่าวข้างต้น ค่อนข้างสอดคล้องกับข้อมูลอีกชุดหนึ่งที่ได้เก็บมาจากทาง Morning Star ครับว่าในแต่ละปี ช่วงไหนของเดือนที่มีเม็ดเงินไหลเข้าสูงสุด หรือขายต่ำสุดบ้าง โดยช่วงที่มีเม็ดเงินไหลเข้าตลาดตลอดก็คือ เดือนตุลาคม, พฤศจิกายน และธันวาคม หรือก็คือไตรมาสสุดท้ายของปี โดยเม็ดเงินซื้อขายสุทธิของไตรมาสสุดท้ายเฉลี่ยแล้วคิดเป็น 115 % ของทั้งปีเลยทีเดียว (หมายความว่า ในช่วงสามไตรมาสแรกของปีมักจะมียอดสะสมด้านขายสุทธิ แล้วพอถึงไตรมาสสุดท้ายจึงมีแรงซื้อกลับทำให้กลายเป็นซื้อสุทธิ)

เมื่อทราบตัวเลขเม็ดเงินที่จะไหลเข้าในแต่ละช่วงแล้ว หลายท่านๆ คงมีความคิดว่าแบบนี้ตลาดหุ้นช่วงไตรมาสสุดท้ายก็น่าจะขึ้นตลอดสินะ ซึ่งใครคิดแบบนี้ถือว่าผิดครับ เพราะจริงๆ แล้วจากสถิติการเคลื่อนไหวของดัชนีหุ้นไทยช่วงที่ผ่านมา ผลกลับไม่แน่นอน คือ ช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2557-2558 ตลาดหุ้นไทยกลับปรับตัวลดลง มีไตรมาสสุดท้ายของปี 2559 ที่ตลาดหุ้นพุ่งขึ้น กล่าวโดยสรุปง่ายๆ คือ แม้มีเงินไหลเข้าเยอะ ก็ไม่จำเป็นที่หุ้นจะต้องขึ้นเสมอไป เพราะการขึ้นลงของตลาดนั้นยังขึ้นกับปัจจัยอื่นๆ ได้อีกมาก อาทิ แรงขายของนักลงทุนต่างชาติ, คาดการณ์ผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน, ภูมิศาสตร์การเมือง เป็นต้น

สำหรับในไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ คาดยังมีเม็ดเงินลงทุนจากแรงซื้อกองทุน LTF เข้ามาอีกเป็นจำนวนมากราว 4-5 หมื่นล้านบาท จึงน่าจะเป็นปัจจัยหลักที่เข้าช่วยประคองตลาดหุ้นไทยให้ยังยืนเหนือ 1700 จุด ได้ในช่วงสิ้นปี

แชร์ข่าว :
Tags: