วันพุธ ที่ 4 พฤศจิกายน 2569

Login
Login

‘ทรัมป์’ ยอมรับ ‘สงครามอิหร่าน’ กระทบเลือกตั้งกลางเทอม ยินดีเดโมแครตคว้าชัย

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ให้สัมภาษณ์กับสื่อ ยอมรับตรงๆ "สงครามอิหร่าน" กระทบต่อการเลือกตั้งกลางเทอม แต่ยินดีที่เดโมแครตคว้าชัย

สำนักข่าวบลูมเบิร์ก รายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยอมรับเมื่อคืนวันอังคาร (3 พ.ย.) ที่ผ่านมาว่า สงครามอิหร่านเป็นสาเหตุส่วนหนึ่งที่ทำให้พรรครีพับลิกันพ่ายแพ้เป็นวงกว้างในการเลือกตั้งกลางเทอม แต่เขายืนยันว่า ตนไม่รู้สึกเสียใจที่ตัดสินใจทำสงครามดังกล่าวในช่วงต้นปีที่ผ่านมา

“อิหร่านเป็นปัจจัยหนึ่ง” ทรัมป์ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์กับหนังสือพิมพ์เดอะวอลล์สตรีทเจอร์นัล เมื่อสื่อถามว่าสงครามครั้งนี้มีส่วนทำให้ผลงานของพรรครีพับลิกันในการเลือกตั้งออกมาไม่ดีหรือไม่

ประธานาธิบดีระบุว่า เขาไม่รู้สึกลังเล หรือเสียใจ กับการตัดสินใจทำสงครามครั้งนี้ ซึ่งเป็นปัจจัยที่ฉุดรั้งคะแนนนิยมในตัวเขาตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา ขณะเดียวกัน เขาพยายามหาทางยุติความขัดแย้งดังกล่าวมานานหลายเดือน และเคยบ่นกับเหล่าที่ปรึกษาว่าเรื่องนี้กลายเป็นปัญหาที่ยืดเยื้อไม่จบสิ้น

“ผมไม่ได้เก็บมาคิด ผมทำในสิ่งที่ถูกต้องแล้ว และถ้าให้ตัดสินใจใหม่ ผมก็จะทำแบบเดิมอีก” ทรัมป์ยืนยัน

ขณะเดียวกัน ประธานาธิบดีเชื่อว่า การปรับตัวสูงขึ้นของราคาน้ำมัน คือปัจจัยที่เป็นภาระทางการเมืองครั้งใหญ่ที่สุด มากกว่าการทำสงคราม อย่างไรก็ตาม วอลล์สตรีทเจอร์นัลระบุว่า ราคาเบนซินและดีเซลที่พุ่งสูงขึ้นเป็นผลมาจากความขัดแย้งดังกล่าว และสร้างความไม่พอใจให้กับผู้มีสิทธิเลือกตั้งชาวอเมริกัน

นอกจากนี้ ทรัมป์ยังปฏิเสธแนวคิดที่ว่าผลการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นการแสดงความไม่เห็นด้วยต่อการดำรงตำแหน่งของเขา แม้ว่าพรรครีพับลิกันจะพ่ายแพ้ในรัฐที่เป็นฐานเสียงเหนียวแน่นของพรรค เช่น รัฐแคนซัส รัฐเซาท์แคโรไลนา และรัฐเท็กซัส อีกทั้งคะแนนนิยมของเขาก็ลดลงอย่างมากในหลายรัฐ

“มันเป็นเพียงช่วงเวลาหนึ่งเท่านั้น และตัวผมเองก็ไม่ได้ลงสมัครรับเลือกตั้ง” ทรัมป์ กล่าว “ประเด็นสำคัญที่สุดคือ ผมไม่ได้อยู่ในรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้ง”

ผู้นำสหรัฐยืนกรานว่า ผู้มีสิทธิเลือกตั้งไม่ได้ปฏิเสธพรรครีพับลิกันเพราะความไม่พอใจในสภาพเศรษฐกิจ หรือข้อกล่าวหาเรื่องการทุจริตภายในรัฐบาลของทรัมป์ และย้ำว่าเขาไม่รู้สึกเสียใจที่ไม่ได้พูดถึงประเด็นเศรษฐกิจให้บ่อยครั้งกว่านี้ระหว่างการหาเสียง

ประธานาธิบดีกล่าวต่อว่า เขายังไม่มีแผนเปลี่ยนแปลงบุคลากรภายในรัฐบาลของเขา และแสดงการสนับสนุน พีท เฮกเซธ รัฐมนตรีกลาโหม ซึ่งเป็นผู้นำในการทำสงคราม

สำหรับสนามเลือกตั้งกลางเทอม ประธานาธิบดีมองว่า ผู้สมัครจากพรรครีพับลิกันบางคน “น่าจะทำได้ดีกว่านี้”

“บางคนมีข้อบกพร่องมากมาย และเห็นได้ชัดว่าพวกเขาไม่เป็นที่ยอมรับของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง” ทรัมป์ระบุ และกล่าวเสริมว่า “คุณก็รู้ คุณทำได้แค่เท่านี้”

ทั้งนี้ ผู้สมัครบางคนที่พ่ายแพ้ในการเลือกตั้งวันอังคารได้รับการสนับสนุนจากทรัมป์เองด้วย รวมถึงวุฒิสมาชิกพรรครีพับลิกัน ดาร์ลีน เกรแฮม จากเซาท์แคโรไลนา

“ผมพยายามช่วยพวกเขาแล้ว” เขากล่าวถึงเกรแฮม และเคน แพ็กซ์ตัน อัยการสูงสุดของรัฐจากพรรครีพับลิกัน ที่พ่ายแพ้สนามเลือกตั้งวุฒิสมาชิกรัฐเท็กซัสให้กับ เจมส์ ทาลาริโก จากพรรคเดโมแครต

“ดาร์ลีนทำงานหนักมาก พวกเขาทำงานหนัก แต่ทั้งคู่ก็ไม่ประสบความสำเร็จ”

ในการให้สัมภาษณ์ ปธน.ทรัมป์ไม่ได้โต้แย้งเรื่องความถูกต้องของผลการเลือกตั้ง และกล่าวว่าเขาตั้งตารอที่จะร่วมงานกับพรรคเดโมแครต แต่ก็พร้อมใช้ “อำนาจวีโต้” หากจำเป็น

“ผมคิดว่าเราจะร่วมงานกับพรรคเดโมแครตได้ และน่าจะเข้ากันได้ดีทีเดียว แต่ถ้าไม่เป็นเช่นนั้น เราก็จะใช้ท่าทีที่แข็งกร้าวกับพวกเขา และพวกเขาก็คงจะใช้ท่าทีที่แข็งกร้าวกับเราเช่นกัน”

อย่างไรก็ตาม ปธน.ทรัมป์ไม่ได้ตอบคำถามประเด็นที่ว่าเขาจะสามารถร่วมงานกับสมาชิกพรรคเดโมแครตคนใดได้บ้าง

ขณะที่ทรัมป์ให้สัมภาษณ์กับฟ็อกซ์นิวส์ในประเด็นที่ว่า เขาจะยอมรับผลการเลือกตั้งหรือไม่

ทรัมป์ตอบ “รับครับ ทำไมจะไม่รับ” และเสริมว่า “ยินดีด้วยกับพรรคเดโมแครต พวกเขาทำได้ดี” ทั้งยังบอกด้วยว่า เดโมแครตรอเวลานี้มานาน 11 ปีแล้ว

อย่างไรก็ตาม ทรัมป์บอกว่า เขาไม่ได้มองผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นเป็นการตำหนิตัวเองแต่อย่างใด