เลือกตั้งกลางเทอม มีเรื่องน่าเซอร์ไพรส์ไม่หยุด สำนักข่าวเอพีคาดการณ์ว่า สว. เดโมแครต จะชนะเลือกตั้งในรัฐแคนซัสได้เป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 100 ปี
ตามการคาดการณ์ของสำนักข่าวเอพี ระบุว่า อดัม แฮมิลตัน จากพรรคเดโมแครต เตรียมกลายเป็นสมาชิกพรรคคนแรกที่ชนะการเลือกตั้งวุฒิสภาในรัฐแคนซัสในรอบเกือบศตวรรษ หรือในรอบเกือบ 100 ปี หลังจากเอาชนะ โรเจอร์ มาร์แชลล์ สมาชิกพรรครีพับลิกันที่ดำรงตำแหน่งอยู่
การแข่งขันที่ดุเดือดระหว่างแฮมิลตัน บาทหลวงนิกายเมธอดิสต์ และมาร์แชลล์ สร้างความประหลาดใจให้กับผู้สังเกตการณ์ทางการเมือง เนื่องจากรัฐมีประวัติศาสตร์มายาวนานว่าเป็นฐานเสียงของพรรครีพับลิกัน โดยพรรคเดโมแครตไม่เคยชนะการเลือกตั้งวุฒิสภาในรัฐแคนซัสเลย นับตั้งแต่ปี 1932 หรือราว 94 ปีที่ผ่านมา
แฮมิลตัน ผู้ก่อตั้งโบสถ์ยูไนเต็ดเมธอดิสต์ที่ใหญ่ที่สุด หาเสียงในฐานะผู้ศรัทธาในศาสนา พร้อมผลักดันจุดยืนหลักของพรรคเดโมแครตในเรื่องค่าครองชีพที่เหมาะสม เนื่องจากรัฐแคนซัสเองได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันดีเซลและน้ำมันเชื้อเพลิงที่สูงเป็นประวัติการณ์ต่ออุตสาหกรรมเกษตรและการขนส่ง เช่นเดียวกับรัฐชนบทอื่นๆ
“เรามักถูกบอกเสมอว่าอย่าพูดถึงการเมือง หรือศาสนา แต่ครั้งนี้เป็นครั้งที่เรากำลังพยายามปกป้องประชาธิปไตยของเรา สองปีข้างหน้าเป็นช่วงเวลาสำคัญสำหรับประเทศของเรา” แฮมิลตันกล่าวเมื่อวันจันทร์ (2 พ.ย.)
ด้านมาร์แชลล์ เป็นผู้สนับสนุนประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ตัวยง เขาผลักดันนโยบายของทรัมป์ระหว่างการหาเสียง และให้คำมั่นว่าจะขยายการดูแลสุขภาพในชนบท แต่เขาลงคะแนนเสียงสนับสนุนการตัดงบประมาณของทรัมป์
ทั้งนี้ ในฐานะแพทย์ เขากลับมีจุดยืนที่ขัดแย้งจากการหาเสียง เนื่องจากเขาสนับสนุนนโยบาย “ทำให้สหรัฐกลับมามีสุขภาพดีอีกครั้ง” ของทรัมป์ ซึ่งนักวิจารณ์กล่าวว่าเป็นนโยบายบ่อนทำลายสุขภาพของประชาชน และเขาเคยคัดค้านมาตรการบังคับสวมหน้ากากอนามัยในช่วงการแพร่ระบาดใหญ่
การหาเสียงของมาร์แชลล์ที่ผ่านมา ยังเผชิญปัญหาจากรายงานของนิวยอร์กไทมส์ด้วย ซึ่งระบุว่า ในช่วงที่เขาประกอบอาชีพเป็นแพทย์ เขาเคยฟ้องร้องอดีตคนไข้ราว 700 ราย ที่มีปัญหาหนี้ค่ารักษาพยาบาล ซึ่งทีมหาเสียงของแฮมิลตันได้นำข้อมูลนี้ไปใช้หาเสียงโจมตีเขาด้วย
สำนักข่าวเอพีรายงานว่า การเลือกตั้งครั้งนี้มีมูลค่าการใช้จ่ายสูงถึง 110 ล้านดอลลาร์ ซึ่งถือเป็นการเลือกตั้งที่ใช้เงินสูงที่สุดในประวัติศาสตร์ของรัฐแคนซัส





