"รัสเซีย" ทิ้งระเบิดถล่ม "ยูเครน" เมื่อค่ำวันจันทร์ (2 พ.ย.) ประชาชนเสียชีวิตอย่างน้อย 33 ราย ไฟฟ้าดับหลายพื้นที่ทั่วประเทศ ทางการชี้ นี่เป็นหนึ่งในการโจมตีที่รุนแรงที่สุดในสงครามรัสเซีย-ยูเครน
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า เมื่อวันอังคาร (3 พ.ย.) รัสเซียโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของยูเครนอย่างต่อเนื่อง ด้วยขีปนาวุธหลายสิบลูกและโดรนหลายร้อยลำ ส่งผลให้ไฟฟ้าดับในหลายพื้นที่ของประเทศ ก่อนที่การเจรจาสันติภาพที่สหรัฐเป็นผู้ไกล่เกลี่ยจะกลับมาเริ่มต้นอีกครั้งในสัปดาห์หน้า
ประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน กล่าวว่า มีประชาชนเสียชีวิตอย่างน้อย 33 ราย เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา จากการที่รัสเซียทิ้งระเบิดถึงสองครั้ง ใส่โรงเรียนที่ใช้เป็นสถานที่แจกจ่ายความช่วยเหลือในหมู่บ้านโคมีชูวาคา ใกล้แนวหน้าในภูมิภาคซาโปริชเชียของยูเครน และเชื่อว่ายังมีคนอีกประมาณ 50 คนที่ติดอยู่ใต้ซากปรักหักพัง
ด้านมอสโกกล่าวว่า กองทัพได้โจมตีหน่วยทหารยูเครนในพื้นที่รอบๆ โคมีชูวาคา และอีกสองหมู่บ้านในภูมิภาคซาโปริชเชีย และแถลงการณ์เมื่อวันอังคารระบุว่า ทหารยูเครนเสียชีวิตมากถึง 25 นาย ขณะที่ยานพาหนะ 15 คันและสถานีสงครามอิเล็กทรอนิกส์ถูกทำลาย
เจ้าหน้าที่รัสเซียเผยอีกว่า ยูเครนโจมตีโรงกลั่นน้ำมันขนาดใหญ่แห่งหนึ่งในเมืองยาโรสลาฟล์ จนเกิดเพลิงไหม้ เมื่อช่วงคืนวันอังคาร (3 พ.ย.) ผ่านมา
ทั้งนี้ เหตุโจมตีดังกล่าวเกิดขึ้นไม่ถึงสองวันหลังจากข้อตกลงหยุดยิงเพื่อมนุษยธรรมระยะสั้นในเมืองโอเลชกีสิ้นสุด ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวอยู่ภายใต้การควบคุมของรัสเซีย
ข้อตกลงหยุดยิงนี้เกิดขึ้นด้วยความช่วยเหลือจากเมลาเนีย ทรัมป์ สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งของสหรัฐ และการกลับมาโจมตีกันรอบนี้ถือเป็นสัญญาณที่ไม่สู้ดีนักสำหรับการเจรจา 3 ฝ่าย ที่สหรัฐกำหนดจัดขึ้นในกรุงอาบูดาบีระหว่างวันที่ 10-11 พ.ย. นี้
ในการแถลงข่าวที่เบอร์ลินร่วมกับนายกรัฐมนตรีเยอรมนี ฟรีดริช เมอร์ซ เซเลนสกีกล่าวว่า การโจมตีครั้งนี้แสดงให้เห็นว่ามอสโกตั้งใจที่จะฆ่าผู้คน แทนที่จะสานต่อข้อตกลงหยุดยิงเพื่อมนุษยธรรมทั้งในและรอบๆ พื้นที่โอเลชกี
ด้านผู้นำเยอรมนี ซึ่งเป็นประเทศที่สนับสนุนยูเครนรายใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่ปธน.ทรัมป์ รับตำแหน่งปีก่อน และถอนการสนับสนุนทางการเงินต่อยูเครน กล่าวย้ำว่า เป็นเรื่องสำคัญที่ในที่สุดแล้ว รัสเซียต้องกลับมาเจรจาหยุดยิงอย่างจริงจัง รวมถึงเจรจาข้อตกลงสันติภาพต่อไป
ทั้งนี้ ก่อนหน้าการหารือดังกล่าว คณะกรรมาธิการยุโรปเผยว่า จะจัดประชุมเกี่ยวกับยูเครนในวันพุธ (4 พ.ย.) โดยมีสหรัฐ NATO พันธมิตรยุโรป และยูเครนเข้าร่วมด้วย ด้านเซเลนสกีระบุว่าจะมีการหารือเกี่ยวกับแผนเพื่อความมั่งคั่ง และหลักประกันความมั่นคงสำหรับยูเครน ขณะที่กลุ่มพันธมิตรข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกแจ้งว่า จะมีการหารือเพิ่มเติมในวันพฤหัสบดี (5 พ.ย.)
สำหรับการโจมตีที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาสำคัญของสหรัฐ อย่างการเลือกตั้งกลางเทอม เซเลนสกีบ่งชี้ว่า ที่รัสเซียโจมตีในช่วงนี้เพราะเชื่อว่าสหรัฐจะไม่ตระหนักถึงสัญญาณของพวกเขา แต่ย้ำว่า ความน่ากลัวเช่นนี้จะต้องได้รับการรับรู้และต้องยุติลง
ทางการยูเครนระบุว่า การโจมตีระลอกใหญ่ล่าสุด เป็นหนึ่งในการโจมตีครั้งใหญ่ที่สุดของสงคราม ส่งผลให้ไฟฟ้าดับทั่วกรุงเคียฟ และอย่างน้อยอีก 6 ภูมิภาค และทำให้การจ่ายน้ำและการขนส่งในเมืองหลวงหยุดชะงัก





