ทางการเยอรมนี ลั่น เตรียมลงโทษหนักต่อกลุ่มที่ก่อเหตุจลาจลและปล้นสะดม ในการชุมนุมที่แฟรงก์เฟิร์ต คาด "กลุ่มผู้ก่อปัญหาที่มาจากชุมชนผู้อพยพ” ได้ร่วมมือกับกลุ่มหัวรุนแรงฝ่ายซ้าย และกลุ่มแนวคิดฝ่ายซ้ายจัดอื่นๆ
รัฐมนตรีเยอรมนีขู่ลงโทษหนักต่อกลุ่มที่ปล้นสะดม และก่อเหตุจลาจล ทั้งทำลายร้านค้าและทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจบาดเจ็บกว่า 100 นายในเมืองแฟรงก์เฟิร์ต เมื่อวันเสาร์ (31 ต.ค.) ที่ผ่านมา ขณะเดียวกันก็กล่าวชื่นชมเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่ป้องกันไม่ให้เกิดความรุนแรงในวงกว้าง
แฟรงก์เฟิร์ตกลายเป็นจุดปะทะหลักเมื่อวันเสาร์ หลังจากมีคนหลายหมื่นคนออกมาชุมนุมในหลายเมืองของเยอรมนี เพื่อเรียกร้องการศึกษาที่ดีขึ้นและค่าครองชีพลดลง ซึ่งกลุ่มที่จัดการประท้วงคือกลุ่ม "Gen Z regelt"— “Gen Z takes charge”
โรมัน โพเซค รัฐมนตรีมหาดไทยของรัฐเฮสเซ แถลงข่าวเมื่อวันอาทิตย์ (1 พ.ย.) ว่า ในแฟรงก์เฟิร์ต ซึ่งเป็นศูนย์กลางทางการเงิน กลุ่มผู้ก่อเหตุจลาจลที่สวมฮู้ดได้สร้างความเสียหายต่อร้านค้า 17 แห่ง และในจำนวนนี้มี 5 แห่งถูกปล้นสะดมด้วย
โพเซคระบุว่า ตำรวจระดมกำลังเจ้าหน้าที่ 1,300 นาย มีเจ้าหน้าที่กว่า 100 นายได้รับบาดเจ็บระหว่างการปะทะกับผู้ชุมนุม อย่างไรก็ตาม ตำรวจสามารถจับกุมผู้ก่อเหตุได้ 54 คน ซึ่งมีอายุระหว่าง 13-29 ปี และเสริมว่า ผู้ที่ถูกจับกุมส่วนใหญ่เป็นพลเมืองเยอรมนี และบุคคลจำนวนมากที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุความวุ่นวาย มีภูมิหลังเป็นผู้อพยพ
ตำรวจแฟรงก์เฟิร์ตรายงานว่า ในการชุมนุมเกิดเหตุการณ์ปั่นป่วนรุนแรง ซึ่งมีทั้งการทุบกระจก และการขว้างปาระเบิดเพลิง ก้อนหิน และขวดใส่เจ้าหน้าที่หน่วยฉุกเฉิน
อเล็กซานเดอร์ โดบรินด์ท รัฐมนตรีมหาดไทยของเยอรมนี สมาชิกพรรคสหภาพสังคมนิยมคริสเตียน กล่าวว่า จะหาตัวผู้กระทำผิด และดำเนินคดี
โดบรินด์ทกล่าวกับผู้สื่อข่าวเมื่อวันอาทิตย์
“ผมคาดว่าจะมีการลงโทษอย่างรุนแรง เราไม่สามารถยอมรับได้เลยแม้แต่น้อยที่จะให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ หรือการก่อจลาจลในลักษณะนี้เกิดขึ้นที่นี่”
เขายังได้กล่าวหาว่า "กลุ่มผู้ก่อปัญหาที่มาจากชุมชนผู้อพยพ” ได้ร่วมมือกับกลุ่มหัวรุนแรงฝ่ายซ้าย และกลุ่มแนวคิดฝ่ายซ้ายจัดอื่นๆ แต่เขาไม่ได้แสดงหลักฐานสนับสนุนข้อกล่าวอ้างดังกล่าว และไม่ได้ระบุว่ามีกลุ่มใดบ้างที่เข้าร่วมในการชุมนุม
อย่างไรก็ตาม โดบรินด์ทระบุเสริมว่า ทางการมีการเพิ่มความเข้มงวดในการควบคุมพรมแดนก่อนที่จะมีการประท้วงแล้ว เนื่องจากเกรงว่ากลุ่มหัวรุนแรงจากต่างประเทศอาจฉวยโอกาสจากสถานการณ์ดังกล่าวเพื่อก่อเหตุจลาจล




