อิหร่านได้รับจดหมายจากรองประธานาธิบดีสหรัฐแล้ว เจ้าหน้าที่ระดับสูงตัวแทนเจรจาย้ำ เตหะรานไม่ลดเงื่อนไขยุติสงคราม
เว็บไซต์ซีเอ็นบีซีอ้างรายงานข่าวจากสำนักข่าวทัสนิมของอิหร่านว่า อิหร่านได้รับจดหมายที่รองประธานาธิบดีเจดี แวนซ์ของสหรัฐ ส่งไปถึงนายโมห์เซน เรซาอี ประธานสภาความมั่นคงแห่งชาติสูงสุดซึ่งเป็นผู้นำสายแข็งแล้ว รายงานข่าวไม่ได้เปิดเผยเนื้อหาหรือบอกว่าเตหะรานจะตอบหรือไม่
หลังมีรายงานข่าวเรื่องจดหมาย นายโมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบัฟ ประธานสภาอิหร่าน หนึ่งในคณะเจรจายุติสงครามครั้งก่อน ๆ โพสต์ X ระบุ
“เงื่อนไขของอิหร่านแจ้งไว้ชัดเจนกับผู้ไกล่เกลี่ยหลายครั้งแล้ว แนวทางใช้ทั้งไม้อ่อนและไม้แข็งไม่ได้ผลกับอิหร่าน” นายกาลิบัฟโพสต์โดยไม่ได้กล่าวถึงจดหมายของแวนซ์ หรือบอกว่าความเห็นนี้เป็นการตอบกลับอย่างเป็นทางการหรือไม่
แนวทางที่ผิดปกติอย่างมากของแวนซ์เกิดขึ้นในช่วงที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ข่มขู่ซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าจะกลับมาโจมตีอิหร่านทางอากาศขณะที่การเจรจายุติสงครามไม่คืบหน้า ทรัมป์กล่าวกับผู้สื่อข่าวในวันพุธ (28 ต.ค.) ตามเวลาสหรัฐว่า เขาเป็นผู้ให้อำนาจแวนซ์ติดต่อกับรัฐบาลเตหะราน จดหมายฉบับนั้นมีจุดมุ่งหมายให้ความช่วยเหลือด้าน“เวชภัณฑ์และสิ่งของต่าง ๆ” แก่อิหร่านด้วย แต่ทรัมป์ไม่ได้ระบุรายละเอียด
ก่อนหน้านั้นหนังสือพิมพ์วอลล์สตรีทเจอร์นัลรายงานว่า แวนซ์ได้เขียนจดหมายถึงเรซาอี มุ่งหมายรื้อฟื้นการเจรจาสันติภาพขึ้นมาใหม่
พัฒนาการดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากสัปดาห์นี้เจ้าหน้าที่ระดับสูงจากซาอุดีอาระเบีย ตุรกี และปากีสถาน หารือกันในกรุงเตหะราน ผู้เจรจากล่าวว่า การประชุมเป็นไปด้วยดีและเห็นชอบพูดคุยกันต่อ แต่ยังไม่ได้กำหนดการเจรจารอบสองอย่างเป็นทางการ
ด้านโมจตาบา คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ประกาศย้ำในสัปดาห์นี้ว่า ก่อนจะตกลงยุติสงครามได้เงื่อนไขบางประการของอิหร่านต้องได้รับการตอบสนอง ประเด็นที่เป็นอุปสรรคสำคัญคือ การที่เตหะรานยังคงโจมตีเรือที่แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ขณะเดียวกันสหรัฐก็ใช้มาตรการปิดล้อมทางทะเลต่อท่าเรือของอิหร่าน
ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา อิหร่านกล่าวซ้ำแล้วซ้ำอีกว่ายังคงเปิดรับการเจรจาทางการทูต นายอับบาส อารักชี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ โพสต์ X เมื่อวันพฤหัสบดี ระบุ
“ในขณะที่กองทัพผู้กล้าหาญของเราพร้อมอย่างเต็มที่ที่จะปกป้องมาตุภูมิ อิหร่านยังคงให้โอกาสการเจรจาทางการทูตประสบความสำเร็จ”
ทั้งนี้ สหรัฐและอิสราเอลเริ่มโจมตีอิหร่านในปลายเดือน ก.พ. ทำให้เตหะรานตอบโต้ด้วยการโจมตีประเทศในอ่าวเปอร์เซียอันเป็นที่ตั้งของฐานทัพสหรัฐ สงครามครั้งนี้คร่าชีวิตผู้คนไปหลายพันคน ส่วนใหญ่เป็นพลเรือนชาวอิหร่าน ขณะเดียวกันก็ขัดขวางการขนส่งพลังงานผ่านช่องแคบฮอร์มุซและสร้างความปั่นป่วนให้กับตลาดโลก





