โดนัลด์ ทรัมป์มอง การเลือกตั้งบราซิลที่ประธานาธิบดีลูลาชนะ “ดูเหมือนจะโกงอีก” ทั้ง ๆ ที่พรรคคู่แข่งยอมรับผลแล้ว
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงาน ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐกล่าวกับผู้สื่อข่าวเมื่อวันจันทร์ (26 ต.ค.) ตามเวลาท้องถิ่น ถึงการเลือกตั้งประธานาธิบดีบราซิลที่ลูอิซ อินาซิโอ ลูลา ดา ซิลวา ประธานาธิบดีฝ่ายซ้าย มีชัยเหนือฟลาวิโอ โบลโซนารู สมาชิกวุฒิสภาฝ่ายขวาไปอย่างไม่น่าเชื่อ
“ผมไม่ได้เลือกข้าง แต่ดูเหมือนจะมีการโกงเลือกตั้งอีกครั้ง ดูแย่มากสำหรับผม” ทรัมป์กล่าวโดยไม่เผยหลักฐาน
ด้านโบลโซนารู บุตรชายอดีตประธานาธิบดีฌาอีร์ โบลโซนารู ไม่ยอมรับความพ่ายแพ้ กล่าวว่า จะยื่นเรื่องขอระงับผลการเลือกตั้ง หลังศาลฎีกาขยายเวลาลงคะแนนไปอีกสองชั่วโมง
แต่ต่อมาในวันจันทร์พรรคเสรีภาพของโบลโซนารูแถลงยอมรับผลการเลือกตั้ง ลงนามโดยวัลเดมาร์ คอสตา เนโต หัวหน้าพรรค
“เรายอมรับผลการเลือกตั้งประธานาธิบดี” คอสตา เนโต กล่าว “แต่เราเชื่อว่าประเด็นต่าง ๆ ที่หยิบยกขึ้นมานั้นจำเป็นต้องได้รับการชี้แจงให้ชัดเจน”
โบลโซนารูพ่ายแพ้ลูลาด้วยคะแนนเสียงที่ห่างกันกว่า 4 ล้านคะแนน จึงยากที่เขาจะโต้แย้งผลการเลือกตั้ง จากการวิเคราะห์ของเปโดร บูร์โกสอาจารย์จากสถาบัน Insper พบว่าคะแนนเสียงที่ลง ในช่วงเวลาพิเศษ 2 ชั่วโมงที่ศาลสูงสุดมีคำสั่งให้ขยายเวลาการลงคะแนนออกไปมีไม่ถึง 35,000 คะแนน (คิดเป็นประมาณ 0.03% ของคะแนนเสียงทั้งหมด)
แต่ทรัมป์คาใจเรื่องการขยายเวลา
“ผมเพียงแค่คิดว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ดูไม่ดีเอาเสียเลย โดยเฉพาะวิธีการนับคะแนน” ทรัมป์กล่าว
“การขยายเวลาออกไปนั้นเป็นเรื่องที่แปลกมาก”
ต่อมา เจรัลโด อัลค์มิน รองประธานาธิบดีบราซิล ได้ออกมาปกป้องระบบการเลือกตั้งของประเทศ โดยให้สัมภาษณ์ทางสถานีโทรทัศน์ Rede Vanguarda ว่า คำกล่าวของทรัมป์นั้น “ผิดอย่างสิ้นเชิง” และ “ไม่มีมูลความจริงรองรับ”
ทั้งทรัมป์และฌาอีร์ โบลโซนารู ต่างไม่ยอมรับความพ่ายแพ้ในการเลือกตั้งของตนเองในปี 2020 และ 2022 ตามลำดับ ฌาอีร์ถูกศาลพิพากษาจำคุกเป็นเวลา 27 ปี ในคดีวางแผนก่อรัฐประหารภายหลังจากพ่ายแพ้ให้แก่ลูลา
ส่วนฟลาวิโอ นักวิเคราะห์ไม่คาดว่า เขาจะสามารถสร้างกระแสเคลื่อนไหวต่อต้านระบอบประชาธิปไตยได้ในระดับเดียวกับที่บิดาของเขาเคยทำได้ในปี 2022
ลูลาชนะ ตลาดการเงินป่วน
ผู้นำโลกพากันแสดงความยินดีกับลูลาที่คว้าชัยชนะได้เป็นครั้งที่ 4 อย่างที่ไม่เคยมีใครทำได้มาก่อน แต่นักลงทุนกลับผิดหวังหลายคนคาดว่าโบลโซนารูจะเป็นฝ่ายชนะ
ค่าเงินเรียลของบราซิลอ่อนค่าลง 8.1% เมื่อเทียบกับดอลลาร์เป็นการปรับตัวลดลงภายในวันเดียวที่รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2002 ขณะที่ตลาดหลักทรัพย์ของบราซิลก็เผชิญกับการปรับตัวลดลงภายในวันเดียวอย่างรุนแรงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2020 เช่นกัน
“แรงเทขายในช่วงแรกอาจบรรเทาลงได้ เมื่อนักลงทุนทยอยปิดสถานะการลงทุนที่เกี่ยวข้องกับผลการเลือกตั้ง แต่ก่อนที่นักลงทุนจะกลับมาเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในบราซิลอีกครั้ง พวกเขาจะต้องการเห็นคำมั่นสัญญาด้านวินัยทางการคลังที่ชัดเจนและน่าเชื่อถือเสียก่อน” อันเดรส อาบาเดีย หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ประจำภูมิภาคลาตินอเมริกาของบริษัท Pantheon Macroeconomics กล่าว
ทั้งนี้ ชัยชนะของลูลาสวนทางกับผลสำรวจความคิดเห็นก่อนการเลือกตั้ง แนวโน้มที่เคยเกิดขึ้นในอดีต และกระแสความไม่พอใจรัฐบาลที่ดำรงตำแหน่งอยู่ซึ่งกำลังเกิดขึ้นในหลายประเทศทั่วโลก
ผลการเลือกตั้งช่วยชะลอกระแสชัยชนะของฝ่ายขวาที่เกิดขึ้นต่อเนื่องในหลายประเทศทั่วลาตินอเมริกา
ในการเลือกตั้งรอบแรก ลูลามีคะแนนตามหลังโบลโซนารู แต่เขาสามารถโน้มน้าวให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งออกมาใช้สิทธิในรอบชี้ขาดได้มากพอที่จะทำให้ตนเองคว้าชัยชนะได้
นักสำรวจความคิดเห็นระบุว่า ปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้ลูลาชนะการเลือกตั้ง ได้แก่ จำนวนผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งที่สูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ และการปรับปรุงประสิทธิภาพของการรณรงค์หาเสียงผ่านสื่อสังคมออนไลน์
ระหว่างการหาเสียง ลูลาชูผลงานในอดีตของตนเองในการลดความยากจนและความเหลื่อมล้ำ พร้อมทั้งเน้นย้ำถึงตัวเลขการว่างงาน การไม่รู้หนังสือ และการตัดไม้ทำลายป่าที่ลดลงสู่ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์
อย่างไรก็ตาม การดำรงตำแหน่งสมัยที่ 4 ของเขาอาจเต็มไปด้วยความท้าทาย
ลูลาจะต้องเผชิญกับการต่อสู้ทางการเมืองที่ยากลำบากในการผลักดันวาระและนโยบายของตนเองให้ผ่านสภา เนื่องจากสมาชิกสภาจำนวนมากเป็นพันธมิตรทางการเมืองของโบลโซนารู
ในการเลือกตั้งทั่วไปที่จัดขึ้นรอบแรกก่อนหน้านี้ ผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่มีแนวคิดอนุรักษนิยมจำนวนมากออกมาใช้สิทธิ ส่งผลให้สภาบราซิลมีแนวโน้มเอนเอียงไปทางฝ่ายขวามากยิ่งขึ้น




