โพลคาดประธานาธิบดีลูลา คว้าชัยชนะเหนือ“โบลโซนารู” ส.ว. ฝ่ายขวา ในการเลือกตั้งบราซิลรอบตัดสิน ได้บริหารประเทศเป็นครั้งที่ 4 ไม่ต่อเนื่อง
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงาน การเลือกตั้งประธานาธิบดีรอบตัดสินของบราซิล เมื่อวันอาทิตย์ (25 ต.ค.) ตามเวลาท้องถิ่น นับคะแนนไปได้กว่า 78% ประธานาธิบดีลุยซ์ อินาซิโอ ลูลา ดา ซิลวา มีคะแนนนำ 51.21% ขณะที่คู่แข่งอย่างนายฟลาวิโอ โบลโซนารู สมาชิกวุฒิสภาฝ่ายขวา บุตรชายอดีตประธานาธิบดีฌาอีร์ โบลโซนารู ผู้ถูกคุมขังมีคะแนนเสียง 48.79%
โพลหลายสำนักรวมถึง Datafolha เชื่อว่า ลูลาจะเป็นฝ่ายชนะ นายแอนเดร โรมัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) สำนักโพล แอตลาสอินเทล กล่าวกับรอยเตอร์คาดเช่นกันว่าลูลาจะได้รับเลือกตั้งกลับมาอีกครั้งหนึ่ง
ศาลเลือกตั้งกลางยังไม่ประกาศผู้ชนะ แต่พันธมิตรของลูลาอ้างชัยชนะไปเรียบร้อยแล้วบนโซเชียลมีเดีย
ทั้งนี้ ผู้สมัครสายอนุรักษนิยมของบราซิลมักจะมาแรงในการนับคะแนนช่วงแรก จากนั้นผู้สมัครฝ่ายซ้ายจะค่อย ๆ มีคะแนนตีตื้นจากผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่ยากจนในรัฐประชากรหนาแน่นทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่คะแนนมาถึงในช่วงเย็น
ลูลาเริ่มต้นดีแม้ถูกโบลโซนารูแซงไปได้ แต่ลูลาก็กลับมานำตอนที่นับคะแนนไปได้ราวครึ่งหนึ่งราว 20.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น ต่อมาในเวลาราว 20.50 น. สำนักโพล Datafolha คาดว่า ลูลาจะเป็นผู้ชนะ
ก่อนหน้านั้นประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐ กล่าวว่า “เรากำลังติดตาม” การเลือกตั้งประธานาธิบดีบราซิล
- จับตาปฏิกริยาตลาด
นาย Guilherme Abbud ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Persevera Asset Management คาดการณ์ว่า ตลาดการเงินบราซิลจะเผชิญแรงเทขายอย่างรุนแรงทันทีที่เปิดทำการในวันจันทร์ โดยค่าเงินเรียลมีแนวโน้มอ่อนค่าลงอย่างน้อย 7% ขณะที่ดัชนี Ibovespa อาจปรับตัวลดลงจนถึงระดับ 10% ซึ่งเป็นเกณฑ์ที่ทำให้ต้องระงับการซื้อขายชั่วคราว (Circuit Breaker)
“สถานการณ์นี้น่าจะคล้ายคลึงกับสิ่งที่เกิดขึ้นหลังการเลือกตั้งรอบแรก ซึ่งสร้างความประหลาดใจให้กับตลาดอย่างมากเช่นกัน แต่อาจรุนแรงกว่าเล็กน้อย เนื่องจากการปรับตัวลดลงมักมาพร้อมกับความตื่นตระหนกและแรงขายเพื่อตัดขาดทุนที่ขับเคลื่อนด้วยอารมณ์มากกว่าเหตุผล” เขากล่าว
นาย Abbud ระบุว่า ผลการเลือกตั้งครั้งนี้สร้างความประหลาดใจให้กับอุตสาหกรรมกองทุนในประเทศ อย่างไรก็ตาม ผู้จัดการกองทุนจำนวนไม่น้อยได้ปรับลดสัดส่วนการลงทุนในสินทรัพย์ของบราซิลลงก่อนการเลือกตั้งรอบตัดสิน เนื่องจากมองว่ามูลค่าสินทรัพย์เริ่มมีความน่าสนใจลดลง
“มีผู้จัดการกองทุนจำนวนหนึ่ง รวมถึงเราด้วย ที่ปรับลดสถานะการลงทุนลงในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ไม่ใช่เพราะคาดการณ์ว่าฟลาวิโอจะไม่ชนะการเลือกตั้ง แต่เป็นเพราะมองว่าอัตราผลตอบแทนที่คาดหวังเมื่อเทียบกับความเสี่ยง (Risk-Reward) ไม่น่าดึงดูดอีกต่อไป หลายคนมองว่า แม้อาจพลาดโอกาสทำกำไรไปบ้างในช่วงที่ตลาดปรับตัวขึ้น แต่ก็ยังสามารถกลับเข้ามาลงทุนได้อีกครั้งในภายหลัง”





