วันจันทร์ ที่ 26 ตุลาคม 2569

Login
Login

พรรคนักศึกษาเซอร์เบีย ชนะเลือกตั้งครั้งประวัติศาสตร์ โค่นรัฐบาลที่ครองอำนาจมา 14 ปี

พรรคนักศึกษาเซอร์เบีย ชนะเลือกตั้งครั้งประวัติศาสตร์ สามารถโค่นรัฐบาลที่ครองอำนาจมา 14 ปีได้ หลังจากประท้วงต่อเนื่อง 2 ปี ต่อต้านรัฐบาลทุจริต กลายเป็นต้นแบบขบวนการนักศึกษาที่กำลังประท้วงรัฐบาลทั่วยุโรป

KEY POINTS

  • พรรคนักศึกษาเซอร์เบีย หรือกลุ่ม “Student List” ชนะการเลือกตั้งรัฐสภาด้วยคะแนนเสียงข้างมากเด็ดขาด 52.6% ในการลงสมัครครั้งแรก
  • ชัยชนะครั้งประวัติศาสตร์นี้เป็นการโค่นล้มรัฐบาลของอเล็กซานดาร์ วูชิช และพรรคเซอร์เบียนโปรเกรสซีฟ (SNS) ที่ครองอำนาจมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน 14 ปี
  • ผลการเลือกตั้งเป็นผลสืบเนื่องมาจากการประท้วงสนับสนุนประชาธิปไตยที่นำโดยกลุ่มนักศึกษาเป็นเวลานาน 2 ปี เพื่อต่อต้านการทุจริตและเผด็จการ
  • ชัยชนะของนักศึกษาเซอร์เบียครั้งนี้ กลายเป็นต้นแบบของขบวนการนักเรียนนักศึกษาที่กำลังลงถนนประท้วงทั่วยุโรป

ในที่สุด “นักศึกษาเซอร์เบีย” ก็ทำได้ ระยะเวลา 2 ปี แห่งการประท้วงสนับสนุนประชาธิปไตย ได้นำไปสู่ชัยชนะอย่างสมบูรณ์ในการเลือกตั้งรัฐสภาเซอร์เบียเมื่อวันที่ 25 ต.ค.ที่ผ่านมา โดยพวกเขาสามารถครองเสียงข้างมากเด็ดขาดในรัฐสภาได้ตั้งแต่ความพยายามครั้งแรก

ขณะนี้พวกเขามีพื้นที่ทางการเมืองที่เปิดกว้างรออยู่เบื้องหน้า พร้อมด้วยตัวแทนที่มาจากการเลือกตั้งของตนเอง ซึ่งแต่ละคนต่างนำความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านในสาขาของตนเข้ามาด้วย

การทุจริต ความไม่โปร่งใส และรายงานเหตุความรุนแรงในหน่วยเลือกตั้งหลายแห่ง ที่ได้รับเสียงประณามจากสหภาพยุโรป (อียู) ไม่สามารถหยุดยั้งกระแสการเลือกตั้งที่ขับเคลื่อนโดยกลุ่มนักศึกษาได้ โดยในวันเลือกตั้งมีผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งสูงถึงเกือบ 70% ซึ่งถือเป็นอัตราการออกมาใช้สิทธิที่สูงที่สุดนับตั้งแต่ปี 1992 ในช่วงที่เซอร์เบียยังคงเป็นส่วนหนึ่งของสหพันธ์สาธารณรัฐยูโกสลาเวีย

จากการนับคะแนนไปแล้ว 97% ผลคะแนนเบื้องต้นระบุว่า กลุ่ม “Student List” ได้รับคะแนนเสียงไป 52.6% ในขณะที่ กลุ่ม “Aleksandar Vučić – United Serbia” ได้รับคะแนนเสียง 39.2% และคาดว่าจะไม่มีกลุ่มอื่นใดที่สามารถเข้าสู่รัฐสภาได้อีก นอกเหนือไปจากกลุ่มที่เป็นตัวแทนของชุมชนกลุ่มน้อยต่าง ๆ

สิ่งที่ทำให้ลุ่มนักศึกษาได้รับชัยชนะอันเป็นที่ประจักษ์ชัดเจน แม้ยังต้องรอผลการนับคะแนนอย่างเป็นทางการอีกครั้ง คือ การที่อดีตประธานาธิบดีอเล็กซานดาร์ วูชิช (Aleksandar Vučić) ซึ่งเป็นผู้นำฝ่ายรัฐบาลในฐานะแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ออกมายอมรับความพ่ายแพ้ ทั้งที่เขาพยายามยึดกุมอำนาจไว้จนถึงวินาทีสุดท้าย 

โดยก่อนที่จะมีการประกาศผลการนับคะแนนเลือกตั้งบางส่วน วูซิชก็ออกมายอมรับแล้วว่าพรรคเซอร์เบียนโปรเกรสซีฟ (Serbian Progressive Party หรือ SNS) ของเขา จำเป็นต้องเปลี่ยนไปทำหน้าที่เป็นฝ่ายค้าน หลังจากครองอำนาจมาอย่างต่อเนื่องยาวนานถึง 14 ปี

ด้านสำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่าวูซิช ผู้นำสายประชานิยมและชาตินิยม ครองอำนาจทางการเมืองของเซอร์เบียในฐานะนายกรัฐมนตรีหรือประธานาธิบดีมาตั้งแต่ปี 2014 แต่แล้วขาประกาศจัดการเลือกตั้งก่อนกำหนดในเดือนกันยายน หลังจากนักศึกษาออกมาประท้วงนานเกือบสองปี เพื่อต่อต้านการทุจริตและลัทธิเผด็จการที่ค่อยๆ ก่อตัว และนำไปสู่การเสียชีวิตของประชาชน 16 คนจากเหตุหลังคาสถานีรถไฟถล่มในเมืองโนวิซาดในปี 2024

“ชัดเจนแล้วว่าเราพ่ายแพ้ในการเลือกตั้งครั้งนี้ กลุ่มนักศึกษาเป็นฝ่ายคว้าชัยชนะไป” วูซิชกล่าวผ่านการถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์ ซึ่งทันทีที่เขากล่าวจบ ท้องถนนในกรุงเบลเกรดก็เต็มไปด้วยบรรยากาศแห่งการเฉลิมฉลอง ผู้คนหลายหมื่นคนต่างหลั่งไหลออกมาตามถนนสายหลักของเมือง เสียงแตรรถยนต์ดังระงม ผู้คนพากันเต้นรำ ขณะที่กลุ่มนักศึกษาต่างตะโกนคำว่า “ชัยชนะ” และ “เขาจบสิ้นแล้ว”

วูซิชบอกด้วยว่า จากผลการนับคะแนนเบื้องต้น กลุ่มนักศึกษาจะได้ที่นั่งในรัฐสภาระหว่าง 135 ถึง 140 ที่นั่ง จากทั้งหมด 250 ที่นั่ง ส่วนพรรคเซอร์เบียนโปรเกรสซีฟ (SNS) ของเขาจะได้ที่นั่งจำนวน 105 ที่นั่ง
พรรคนักศึกษาเซอร์เบีย ชนะเลือกตั้งครั้งประวัติศาสตร์ โค่นรัฐบาลที่ครองอำนาจมา 14 ปี

ทั้งนี้ การประท้วงของซึ่งนำโดยกลุ่มนักศึกษา มีขึ้นหลังจากเกิดหายนะสถานีรถไฟ โดยเริ่มต้นจากกลุ่มเล็กๆ และลุกลามใหญ่โตอย่างรวดเร็ว จนกลายเป็นการประท้วงครั้งใหญ่ที่สุดในรอบชั่วอายุคน โดยผู้ประท้วงเรียกร้องให้วูซิชลาออกจากตำแหน่ง ด้านกลุ่มสิทธิมนุษยชนและนักเคลื่อนไหวกล่าวว่า การปราบปรามทวีความรุนแรงขึ้นนับตั้งแต่นั้นมา

วูซิชและพรรค SNS ปฏิเสธข้อกล่าวหาเรื่องการกดขี่ การทุจริต และการสอดแนมฝ่ายตรงข้ามมาโดยตลอด เขากล่าวหาว่ากลุ่มนักศึกษาได้รับเงินทุนจากตัวแทนต่างชาติในประเทศโครเอเชียและมอนเตเนโกร ซึ่งเป็นข้อกล่าวหาที่กลุ่มนักศึกษาปฏิเสธ

พรรคนักศึกษาเซอร์เบีย ชนะเลือกตั้งครั้งประวัติศาสตร์ โค่นรัฐบาลที่ครองอำนาจมา 14 ปี

ต้นแบบขบวนการนักศึกษายุโรป

ชัยชนะของกลุ่มนักศึกษาครั้งนี้ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองครั้งสำคัญในประเทศที่มีประชากรราว 6 ล้านคน และชวนให้นึกถึงเหตุการณ์ที่วิกเตอร์ ออร์บาน ผู้นำฮังการี ประสบกับความพ่ายแพ้เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา นอกจากนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวยังอาจเป็นต้นแบบให้กับขบวนการนักศึกษาในประเทศอื่นๆ ทั่วยุโรป ซึ่งในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมาพวกเขาได้ออกมาเคลื่อนไหวบนท้องถนนเพื่อประท้วงปัญหามาตรฐานการศึกษาที่ย่ำแย่ และการขาดโอกาสในอนาคต แต่ในบางกรณีการประท้วงได้ลุกลามไปสู่ความรุนแรงด้วย

“ชาวเซอร์เบียทั้งหลาย คืนนี้เสียงของประชาชนดังกึกก้องแล้ว” ราโดมีร์ ซายชิช ศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยเบลเกรด กล่าวในนามของนักศึกษา ณ สำนักงานใหญ่ของพวกเขา หลังประกาศชัยชนะ

“คืนนี้เราเฉลิมฉลองชัยชนะ พรุ่งนี้เราจะสร้างอนาคต”

ผู้นำและเจ้าหน้าที่ยุโรปต่างร่วมแสดงความยินดีกับพรรคนักศึกษาในชัยชนะครั้งนี้ รวมถึง เออร์ซูลา ฟอน เดอร์ เลเยน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป และมาร์ตา คอส กรรมาธิการด้านการขยายสหภาพยุโรป

“เราพร้อมที่จะ...ร่วมมือกันเพื่อพัฒนาอนาคตของเซอร์เบียในสหภาพยุโรป” ฟอน เดอร์ เลเยน โพสต์ใน X

ด้านนายกรัฐมนตรีฮังการี ปีเตอร์ มาจาร์ ให้คำมั่นกับพรรคนักศึกษาว่าประเทศของเขาจะให้การสนับสนุน

ใครจะเป็นนายกฯ นำทัพปฏิรูปประเทศ

ตอนนี้ยังมีความไม่ชัดเจนอีกมากเกี่ยวกับผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นกับผู้สมัครที่ได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มนักศึกษา

รายชื่อผู้สมัครจำนวน 250 คน ของพรรคนักศึกษา ซึ่งส่วนใหญ่เป็นบุคคลที่ไม่ค่อยเป็นที่รู้จัก ประกอบไปด้วยอาจารย์มหาวิทยาลัย นักแสดง และเกษตรกร โดยมีอิลียา เซอร์ดานอวิช (Ilija Srdanovic) แพทย์โรคหัวใจเป็นหัวหน้า ซึ่งเขาถึงกับหลั่งน้ำตาออกมาหลังจากที่วูซิชประกาศความพ่ายแพ้

อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีความชัดเจนว่าใครจะเข้ามารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเพื่อผลักดันวาระภายในประเทศของพรรคนักศึกษา ซึ่งมุ่งเน้นไปที่การขจัดปัญหาการทุจริตและการปรับปรุงระบบการศึกษา

นักวิเคราะห์ทางการเมืองคาดการณ์ว่า อาจมีการกวาดล้างกลุ่มพันธมิตรของวูซิชออกจากหน่วยงานตำรวจ หน่วยงานความมั่นคง และกระทรวงต่าง ๆ แต่ในส่วนของเป้าหมายด้านนโยบายระหว่างประเทศนั้น กลุ่มนักศึกษายังไม่ได้แสดงท่าทีที่ชัดเจนนัก

อย่างไรก็ดี การเข้ามาเป็นรัฐบาล พรรคนักศึกษายังคงต้องทำในแบบที่วูซิชดำเนินการมาตลอดหลายปีที่ผ่านมา คือการประคับประคองความสัมพันธ์กับทั้งจีน ซึ่งเป็นนักลงทุนรายใหญ่ รัสเซีย ซึ่งเป็นพันธมิตรดั้งเดิมและผู้จัดหาก๊าซธรรมชาติรายหลักของเซอร์เบีย และสหภาพยุโรป ซึ่งเป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของเซอร์เบีย

ราดิโวเย กรูยิช ที่ปรึกษาด้านการเลือกตั้งซึ่งประจำอยู่ในกรุงวอร์ซอ กล่าวว่า

“ความไม่แน่นอนที่ใหญ่ที่สุดคือ... ใครจะเป็นผู้นำรัฐบาล ใครจะดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีคนสำคัญ และพวกเขาจะดำเนินงานอย่างไรโดยอิงจากคำมั่นสัญญาที่ให้ไว้ว่าจะต่อสู้กับการทุจริต ฟื้นฟูหลักนิติธรรม รวมถึงการกำหนดจุดยืนของเซอร์เบียขึ้นใหม่ในด้านนโยบายต่างประเทศ”

 

อ้างอิง: Reuters, newunionpost