วันจันทร์ ที่ 26 ตุลาคม 2569

Login
Login

จับตา ‘เลือกตั้งอิสราเอล’ แม้ผู้นำเปลี่ยน แต่ ‘ยุทธศาสตร์ชาติ’ ไม่เปลี่ยน

จับตาการเลือกตั้งทั่วไปของอิสราเอล วันอังคารที่ 27 ต.ค. นี้ นักวิเคราะห์คาดว่า แม้อิสราเอลเลือกเปลี่ยนผู้นำ แต่ "ยุทธศาสตร์ชาติ" ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง

KEY POINTS

  • การเลือกตั้งอิสราเอลอาจเปลี่ยนตัวผู้นำ แต่คาดว่ายุทธศาสตร์ชาติที่สำคัญจะไม่เปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะนโยบายด้านความมั่นคง
  • หลักนิยมด้านความมั่นคงของอิสราเอลจะยังคงตั้งอยู่บน 3 เสาหลัก คือ การสยบอิหร่าน, การรักษาเขตกันชนนอกพรมแดน และการใช้กำลังทหารเพื่อป้องปรามศัตรู
  • อิหร่านจะยังคงถูกมองว่าเป็นศัตรูคนสำคัญ 
  • พรรคการเมืองใหญ่ของอิสราเอลส่วนใหญ่เห็นพ้องต้องกันในนโยบายหลักที่จะไม่ก่อตั้งรัฐปาเลสไตน์และสนับสนุนการขยายการตั้งถิ่นฐานต่อไป

ผู้กำหนดนโยบายและนักวิเคราะห์ในภูมิภาคคาดการณ์ว่า การเลือกตั้งอิสราเอลในสัปดาห์นี้ “อาจเปลี่ยนผู้นำ แต่ไม่อาจเปลี่ยนยุทธศาสตร์ชาติได้” อิหร่านยังคงเป็นศัตรูคนสำคัญของประเทศ กองทัพจะยังคงเป็นเครื่องมือที่เลือกใช้เป็นอันดับแรก ขณะที่โอกาสในการปรับสถานะรัฐปาเลสไตน์ยังคงห่างไกล

นี่เป็นเพราะเหตุโจมตีชุมชนทางตอนใต้ของอิสราเอลโดยฮามาส กลุ่มติดอาวุธชาวปาเลสไตน์ เมื่อวันที่ 7  ต.ค. 2023 รวมถึงสงครามในฉนวนกาซา เลบานอน และอิหร่าน ยิ่งทำให้สมมิตฐานเชิงยุทธศาสตร์ที่เป็นรากฐานของนโยบายอิสราเอลฝังแน่นมากขึ้น

หากเกิดอะไรขึ้น อิสราเอลอาจปรับนโยบายความมั่นคงเข้มงวดขึ้น และชัยชนะของนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ที่ได้รับการสนับสนุนจากพันธมิตรฝ่ายขวาจัด อาจหนุนให้เขายกระดับสงครามกับอิหร่าน กระชับการควบคุมของอิสราเอลเหนือเขตยึดครองเวสต์แบงก์  และผลักดันให้แนวทางการทูตถูกลดความสำคัญลงไปอีก

หลักนิยมด้านความมั่นคงของอิสราเอลในปัจจุบัน ตั้งอยู่บน 3 เสาหลัก ได้แก่ การสยบอิหร่าน การรักษาเขตกันชนไว้นอกพรมแดนของตนเอง และการใช้กำลังเพื่อป้องปรามศัตรู

นักวิเคราะห์บอกว่า ความแตกแยกที่แท้จริงนั้นเป็นเรื่องของ “ระดับ” มากกว่า “ทิศทาง” อาทิ เรื่องความดุดันในการทำสงครามของอิสราเอล การขยายการตั้งถิ่นฐานของชาวยิวในเขตเวสต์แบงก์ หรือการตัดสินใจของผู้นำคนใดคนหนึ่งในการเลือกใช้แนวทางการทูต

จากเตหะรานจนถึงริยาด ผลการเลือกตั้งในวันอังคาร (27 ต.ค.) “ไม่ได้ถูกมองว่าเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ แต่ถูกมองว่าเป็นบททดสอบว่าตะวันออกกลางกำลังเข้าสู่ภาวะเผชิญหน้ากันในระยะยาวหรือไม่” ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่สงครามอาจปะทุขึ้นและสงบลงเป็นระยะ ในขณะที่ความขัดแย้งยังไม่ได้รับการแก้ไขที่ต้นเหตุ

“หากเนทันยาฮูได้รับเลือกตั้ง เขาจะทำทุกอย่างที่เขาคิดว่าต้องการจะทำ” อาวีฟ บุชินสกี อดีตที่ปรึกษาของเนทันยาฮูกล่าว และว่า การขยายการตั้งถิ่นฐานจะดำเนินต่อไป สงครามกับอิหร่าน ฮามาส และฮิซบอลเลาะห์จะยังคงดำเนินต่อไปเช่นกัน

“สิ่งที่คุณเห็นอยู่ในขณะนี้ คือสิ่งที่คุณจะได้เห็นหลังจากเลือกตั้ง อาจจะรุนแรงยิ่งกว่าเดิมด้วยซ้ำ ตราบใดที่อิหร่านยังคงอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้ การพูดคุยเรื่องปาเลสไตน์ถือเป็นเรื่องเสียเวลาเปล่า”

เมื่อวันอาทิตย์ (18 ต.ค.) เนทันยาฮูกล่าวว่า อิสราเอลต้องให้ความสำคัญกับ “การป้องกันและการโจมตีมากกว่าการควบคุมและการตั้งรับ” ซึ่งรวมถึงการโจมตีแบบชิงลงมือก่อนเพื่อขัดขวางภัยคุกคามที่อาจเกิดขึ้นใหม่ ขณะเดียวกันก็ต้องสร้างอิสราเอลให้เป็นมหาอำนาจในภูมิภาคและเพิ่มอิสระในด้านอาวุธยุทโธปกรณ์ให้มากที่สุด

ผลการเลือกตั้งอาจไม่เซอร์ไพรส์

การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นการต่อสู้ระหว่างพรรคลิคุดฝ่ายขวาของเนทันยาฮูและพันธมิตรกลุ่มชาตินิยมสุดโต่ง กับฝ่ายค้านที่นำโดยพรรคยาชาร์ของ กาดี ไอเซนคอต อดีตผู้บัญชาการทหารสูงสุด

กัสซาน อัล-คาทิบ นักวิเคราะห์ชาวปาเลสไตน์ มองว่า ไม่มีแนวโน้มที่จะเกิดการเปลี่ยนแปลงในนโยบายพื้นฐานต่อชาวปาเลสไตน์ เนื่องจากพรรคการเมืองอิสราเอลต่างแข่งขันกันแสดงจุดยืนที่แข็งกร้าวขึ้น ในขณะที่ความคิดเห็นของประชาชนเอนเอียงไปทางขวามากขึ้น

“สาระสำคัญของนโยบายยังคงเหมือนเดิม คือ ไม่ก่อตั้งรัฐปาเลสไตน์ และสนับสนุนการขยายการตั้งถิ่นฐานต่อไป ในเรื่องนี้ พวกเขาทุกคนเห็นพ้องต้องกัน” อัล-คาทิบ กล่าว

อัล-คาทิบ กล่าวว่า รัฐบาลที่นำโดยฝ่ายตรงข้ามของเนทันยาฮู อาจพยายามกอบกู้ภาพลักษณ์ในเวทีระหว่างประเทศของอิสราเอล ด้วยการควบคุมความรุนแรงของกลุ่มผู้ตั้งถิ่นฐานบางส่วน หรือดำเนินการขยายการตั้งถิ่นฐานโดยไม่ให้เป็นที่สนใจมากนัก แต่การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวถือเป็นการปรับเปลี่ยนเพียงรูปแบบ ไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญแต่อย่างใด

ด้านโฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ ตอบรอยเตอร์เกี่ยวกับประเด็นอิหร่านและเขตเวสต์แบงก์ว่า วอชิงตันจะยังคงกดดันเตหะรานต่อไป โดยระบุว่า “ตราบใดที่อิหร่านยังคงนำรายได้จากพลังงานไปใช้สนับสนุนการโจมตีพันธมิตรของสหรัฐ สนับสนุนการก่อการร้ายทั่วโลก และดำเนินกิจกรรมต่างๆ ที่บั่นทอนเสถียรภาพ สหรัฐจะใช้ทุกเครื่องมือที่มีอยู่เพื่อให้อิหร่านรับผิดชอบต่อการกระทำของตน”

อย่างไรก็ตาม โฆษกกระทรวงฯ กล่าวว่า สหรัฐไม่สนับสนุนการผนวกดินแดนเวสต์แบงก์ของอิสราเอล

“เวสต์แบงก์ที่มั่นคงจะทำให้อิสราเอลมีความมั่นคง และสอดคล้องกับเป้าหมายของรัฐบาลชุดนี้ในการสร้างสันติภาพในภูมิภาค” โฆษกระบุ

ไมเคิล ยัง จากศูนย์คาร์เนกีตะวันออกกลาง กล่าวว่า หน่วยงานด้านความมั่นคงของอิสราเอลและชนชั้นทางการเมืองส่วนใหญ่ มีมุมมองเชิงกลยุทธ์ร่วมกัน ซึ่งเน้นไปที่การเผชิญหน้ากับอิหร่าน การรักษา “การป้องกันล่วงหน้า” และการรักษาอำนาจป้องปรามทางทหาร ซึ่งจะลดขอบเขตของการเปลี่ยนแปลงนโยบายครั้งใหญ่

โจสต์ ฮิลเตอร์มันน์ จากกลุ่มวิเคราะห์วิกฤตการณ์ระหว่างประเทศ (International Crisis Group) ที่ทำวิจัยในเขตเวสต์แบงก์ เตือนว่า ความรุนแรงที่เพิ่มขึ้นจากผู้ตั้งถิ่นฐาน ความไม่พอใจที่เพิ่มมากขึ้นของชาวปาเลสไตน์ และการขาด “ทิศทางทางการเมือง” ได้สร้างเงื่อนไขที่พร้อมจะปะทุ ที่แม้มีสิ่งกระตุ้นเพียงเล็กน้อย ก็อาจจุดชนวนให้เกิดการลุกฮือในวงกว้างได้

ต้องกำจัดหมึกพิษร้าย

ผู้กำหนดนโยบายระดับภูมิภาคบางคนตั้งคำถามว่า การเผชิญหน้าของอิสราเอลกับอิหร่านได้กลายเป็นหลักการในการจัดระเบียบความมั่นคงในตะวันออกกลางหรือไม่ ไม่ว่าใครจะชนะการเลือกตั้งก็ตาม

คำชมของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐ ที่กล่าวยกย่องเนทันยาฮูว่าเป็น “นายกรัฐมนตรีนักรบผู้ยิ่งใหญ่” ได้ตอกย้ำความคาดหวังที่ว่าผู้นำอิสราเอลจะพยายามเดินหน้าปฏิบัติการสู้รบเตหะรานต่อให้เสร็จสิ้น หากเขายังคงอยู่ในอำนาจ

เนทันยาฮูได้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าความพยายามของเขาไม่ได้จำกัดอยู่แค่การควบคุมอิหร่านเท่านั้น แต่ต้องการโค่นล้มผู้นำทางศาสนาของอิหร่านด้วย

“มีเพียงวิธีเดียวที่จะขจัดภัยคุกคามนี้ให้หมดไปอย่างถาวร คือการโค่นล้มระบอบการปกครองในอิหร่าน” เนทันยาฮูกล่าวในพิธีสำเร็จการศึกษาของนายทหารเมื่อวันพุธ (21 ต.ค.) พร้อมเสริมว่านี่คือคำสั่งที่เขาได้มอบให้แก่กองทัพ หน่วยมอสซาด (Mossad) และหน่วยงานความมั่นคงอื่นๆ

“การทำภารกิจนี้ให้สำเร็จหมายถึงการโค่นล้มระบอบก่อการร้ายในอิหร่าน ซึ่งเปรียบเสมือนหมึกยักษ์ที่มีพิษร้าย” ผู้นำอิสราเอลกล่าวในสุนทรพจน์เมื่อสัปดาห์ก่อน

อย่างไรก็ตาม บรรดานักวิเคราะห์ด้านการทหารและการเมืองยังคงเกิดคำถามว่า  การกระทำอื่นใด นอกเหนือจากการรุกรานภาคพื้นดินของสหรัฐและอิสราเอล จะบีบให้เตหะรานละทิ้งสิ่งที่ตนมองว่าเป็นผลประโยชน์ด้านความมั่นคงหลักของตน หรือในสิ่งที่ตนมองว่าเป็นการสู้รบเพื่อความอยู่รอดหรือไม่ เพราะหลังจากอยู่รอดในสงครามมาได้หลายเดือน อิหร่านอาจกำลังเดิมพันอยู่ว่า พวกเขาสามารถเอาชนะคู่ต่อสู้ได้ ในขณะที่ยังคงเดินหน้ากดดันผ่านพันธมิตรในภูมิภาคต่อไป

“นี่คือบึงโคลน” ยังกล่าว “ชาวอิหร่านสามารถเอาชนะทรัมป์ได้”

นักวิเคราะห์กล่าว ฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอนและฮามาสในฉนวนกาซาอ่อนแอลงแล้ว แต่กลุ่มเครือข่ายชายแดนที่เกี่ยวข้องกับอิหร่านยังคงอยู่รอด และความขัดแย้งนี้อาจสนับสนุนความมุ่งมั่นของเตหะรานในการแสวงหาอาวุธนิวเคลียร์เพื่อการป้องปราม

เพื่อนบ้านกลืนไม่เข้าคายไม่ออก

แม้เนทันยาฮูจะสร้างความกังวลให้แก่โลกอาหรับ แต่ผู้นำในกลุ่มประเทศอ่าวเปอร์เซียบางคนยังคงมองว่าเขาเป็นนักการเมืองอิสราเอลที่จะกดดันอิหร่านต่อเนื่องมากที่สุด

สถานการณ์นี้ทำให้พวกเขาตกอยู่ในภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก เพราะในขณะที่พวกเขาคัดค้านนโยบายที่มองว่าเป็นการขยายอิทธิพลของเนทันยาฮู แต่พวกเขายังต้องการสกัดกั้นอิทธิพลของอิหร่านด้วยเช่นกัน

อับดุลอาซิซ ซาเกอร์ ประธานศูนย์วิจัยอ่าวเปอร์เซีย (Gulf Research Center) กล่าวว่า “นโยบายของเนทันยาฮูในฉนวนกาซา เวสต์แบงก์ ซีเรีย และเลบานอนต่างสร้างความเสียหาย ส่วนในกรณีของอิหร่าน จำเป็นต้องหาข้อตกลงให้ได้ ก่อนที่ความขัดแย้งจะบานปลายไปมากกว่านี้ หากบทบาทของอิหร่านไม่ถูกจำกัด ภูมิภาคนี้อาจต้องเผชิญกับการครอบงำของอิหร่านไปอีกถึง 50 ปี”