วันเสาร์ ที่ 24 ตุลาคม 2569

Login
Login

วันสหประชาชาติ: ร่วมสร้างระเบียบโลกที่เป็นธรรมและสันติ เพื่ออนาคตของมนุษยชาติ | World Wide View

24 ตุลาคม วันสหประชาชาติ (United Nations Day) วันแห่งการร่วมสร้างระเบียบโลกที่เป็นธรรมและสันติ เพื่ออนาคตของมวลมนุษยชาติ

ทุกวันที่ 24 ตุลาคม เป็นวันสหประชาชาติ (United Nations Day) วันที่เชิญชวนให้ผู้คนทั่วโลกมองย้อนกลับไปในอดีตถึงความพยายามของประชาคมระหว่างประเทศในการสร้างสันติภาพ จากบทเรียนอันเจ็บปวดของสงครามโลกครั้งที่สอง ซึ่งสร้างความสูญเสียอย่างมหาศาลทั้งชีวิต ทรัพย์สิน และความมั่นคงของผู้คนทั่วโลก ประชาคมระหว่างประเทศจึงเห็นความจำเป็นที่จะต้องมีกลไกสำหรับป้องกันความขัดแย้ง ส่งเสริมความร่วมมือ และวางรากฐานให้ประเทศต่างๆ สามารถอยู่ร่วมกันอย่างสันติ เพราะโลกประกอบไปด้วยประเทศที่มีความแตกต่างกันและหลายปัญหาที่มนุษยชาติที่ต้องเผชิญตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันนั้นไม่อาจแก้ไขได้ด้วยประเทศใดประเทศหนึ่งเพียงลำพัง

ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 26 มิถุนายน ค.ศ. 1945 ผู้แทนจาก 50 ประเทศได้ลงนามในกฎบัตรสหประชาชาติ ณ นครซานฟรานซิสโก สหรัฐอเมริกา ก่อนที่กฎบัตรจะมีผลใช้บังคับในวันที่ 24 ตุลาคม ค.ศ. 1945 ซึ่งเป็นวันก่อตั้งองค์การสหประชาชาติอย่างเป็นทางการ วันดังกล่าวจึงได้รับการกำหนดให้เป็นวันสหประชาชาติ เพื่อรำลึกถึงการเริ่มต้นของความร่วมมือระหว่างประเทศภายใต้กรอบองค์การระดับโลกแห่งนี้

ปัจจุบัน สหประชาชาติมีประเทศสมาชิก 193 ประเทศ ทำหน้าที่เป็นเวทีที่ประเทศต่างๆ สามารถหารือ แลกเปลี่ยนความคิดเห็น เจรจาหาทางออก และร่วมกันกำหนดแนวทางรับมือกับปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อประชาคมโลก ประเทศไทยได้เข้าเป็นสมาชิกสหประชาชาติเมื่อวันที่ 16 ธันวาคม ค.ศ. 1946 โดยเป็นประเทศสมาชิกลำดับที่ 55 และมีบทบาทในความร่วมมือระหว่างประเทศมาอย่างต่อเนื่อง กรุงเทพฯ ยังเป็นที่ตั้งของคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจและสังคมแห่งสหประชาชาติสำหรับเอเชียและแปซิฟิก (ESCAP) ซึ่งเป็นศูนย์กลางสำคัญของความร่วมมือด้านเศรษฐกิจและสังคมในภูมิภาค

แม้เวลาจะผ่านมากว่า 80 ปีนับตั้งแต่ก่อตั้งสหประชาชาติ แต่ภารกิจขององค์การแห่งนี้ยังคงมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะโลกปัจจุบันเผชิญความไม่แน่นอนและความท้าทายที่ซับซ้อนและเชื่อมโยงกันมากขึ้น ตั้งแต่ความขัดแย้งและสงคราม วิกฤติด้านมนุษยธรรม ความยากจน ความเหลื่อมล้ำ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ไปจนถึงโรคระบาดและผลกระทบจากเทคโนโลยีสมัยใหม่

หนึ่งในปัญหาข้ามพรมแดนที่มีความซับซ้อนมากในปัจจุบันคือ อาชญากรรมออนไลน์และการหลอกลวงทางไซเบอร์ (online scams) ซึ่งเครือข่ายอาชญากรรมสามารถใช้เทคโนโลยีหลอกลวงเหยื่อในประเทศต่างๆ เคลื่อนย้ายเงินผ่านระบบการเงินระหว่างประเทศ และหลบเลี่ยงการบังคับใช้กฎหมายโดยอาศัยความแตกต่างของกฎหมายและเขตอำนาจศาล ปัญหานี้ยังเชื่อมโยงกับอาชญากรรมรูปแบบอื่น เช่น การฟอกเงิน การค้ามนุษย์ และการบังคับใช้แรงงานองค์การสหประชาชาติ โดยสำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่ง

สหประชาชาติ (UNODC) มีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อรับมือกับปัญหาดังกล่าว ทั้งการสนับสนุนการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ การเสริมสร้างศักยภาพของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และการส่งเสริมการคุ้มครองผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์

อีกหนึ่งปัญหาข้ามพรมแดนที่ทุกคนไม่ว่าจะอยู่ประเทศใดกำลังประสบอยู่ในปัจจุบันคือปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งส่งผลกระทบต่อประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก โดยเฉพาะความเสี่ยงจากสภาพอากาศสุดขั้ว ซึ่งผลกระทบที่เกิดขึ้นในประเทศหนึ่งอาจเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจและความเป็นอยู่ของผู้คนในอีกหลายประเทศ การดำเนินงานภายใต้กรอบสหประชาชาติ โดยเฉพาะอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและความตกลงปารีส จึงมีส่วนช่วยให้ประเทศต่าง ๆ ร่วมกำหนดเป้าหมาย ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และสนับสนุนการปรับตัวต่อผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

ในโอกาสวันสหประชาชาติปีนี้ จึงเป็นโอกาสสำคัญที่ทุกประเทศจะได้ทบทวนบทเรียนจากสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งก่อให้เกิดความสูญเสียอย่างมหาศาลแก่ชีวิตมนุษย์และมนุษยชาติ ความขัดแย้งและสงครามที่ก่อให้เกิดความสูญเสียเช่นนี้จึงไม่ควรเกิดขึ้นซ้ำอีก อย่างไรก็ตาม สันติภาพ ความมั่นคง และการพัฒนาที่ยั่งยืน มิใช่ภารกิจของประเทศใดประเทศหนึ่ง แต่เป็นความรับผิดชอบร่วมกันของประชาคมระหว่างประเทศ แม้สหประชาชาติจะไม่สามารถแก้ไขทุกปัญหาได้โดยลำพัง แต่ยังคงเป็นกลไกสำคัญที่เปิดโอกาสให้ประเทศต่างๆ ร่วมกันแสวงหาทางออกบนพื้นฐานของกฎบัตรสหประชาชาติ กฎหมายระหว่างประเทศ และความร่วมมือพหุภาคี การธำรงไว้ซึ่งระเบียบโลกที่ตั้งอยู่บนกติกา (rules-based international order) จึงมีความสำคัญยิ่งต่อการป้องกันไม่ให้ประวัติศาสตร์อันเจ็บปวดซ้ำรอย และส่งเสริมให้ประเทศต่างๆ อยู่ร่วมกันอย่างสันติ ในโลกที่ความท้าทายมีความซับซ้อนและเชื่อมโยงถึงกันมากขึ้น ความร่วมมือระหว่างประเทศจึงมิใช่เพียงทางเลือก แต่เป็นสิ่งจำเป็นต่อการสร้างอนาคตที่มั่นคง เป็นธรรม และยั่งยืน เพื่อให้คนรุ่นปัจจุบันและคนรุ่นต่อไปสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติ