วันเสาร์ ที่ 24 ตุลาคม 2569

Login
Login

‘เมลาเนีย’ ดีล ‘รัสเซีย-ยูเครน’ หยุดยิงชั่วคราวเมืองโอเลชกี ช่วยวิกฤติขาดแคลนอาหาร

เมลาเนีย ทรัมป์ ประสบความสำเร็จในการเจรจาข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวระหว่างรัสเซียและยูเครนเพื่อมนุษยธรรมในเมืองโอเลชกี

KEY POINTS

  • เมลาเนีย ทรัมป์ ประสบความสำเร็จในการเจรจาให้รัสเซียและยูเครนบรรลุข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวในเมืองโอเลชกี
  • การหยุดยิงมีวัตถุประสงค์เพื่อมนุษยธรรม โดยจะเปิดทางให้ความช่วยเหลือด้านอาหารและยาเข้าถึงประชาชน และอพยพพลเรือนออกจากพื้นที่
  • ข้อตกลงดังกล่าวเป็นผลจากการประสานงานระหว่างเมลาเนีย ทรัมป์ และสมเด็จพระสันตะปาปาเลโอ โดยมีประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และวลาดิมีร์ ปูติน ร่วมหารือในรายละเอียด
  • เมืองโอเลชกีอยู่ในภาวะวิกฤต ประชากรที่เหลืออยู่ส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุที่ต้องการความช่วยเหลือทางการแพทย์และสิ่งของบรรเทาทุกข์อย่างเร่งด่วน

สำนักข่าว Reuters รายงานว่า เมลาเนีย ทรัมป์ สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งของสหรัฐ ประสบความสำเร็จในการเจรจาข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวระหว่างรัสเซีย และยูเครนในเมืองโอเลชกี ซึ่งเป็นเมืองยุทธศาสตร์ที่อยู่ภายใต้การควบคุมของรัสเซีย โดยทำเนียบขาวประกาศเมื่อวันที่ 23 ต.ค. ที่ผ่านมาว่า ข้อตกลงหยุดยิงเพื่อมนุษยธรรมในครั้งนี้จะมีผลยิงยาวตั้งแต่วันพฤหัสบดีหน้าเป็นต้นไป เพื่อเปิดทางเข้าช่วยเหลือประชาชนที่กำลังเผชิญกับวิกฤติขาดแคลนอาหารและยารักษาโรค

วาเลรี เกราซิมอฟ เสนาธิการทหารบกรัสเซีย เปิดเผยผ่านช่องทางเทเลแกรมของกระทรวงกลาโหมว่า กองทัพรัสเซียจะสั่งหยุดยิงตั้งแต่เวลา 04.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น ในวันอังคารที่จะถึงนี้ เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับปฏิบัติการช่วยเหลือทางมนุษยธรรมขั้นแรก

ขณะที่ทำเนียบขาวได้ออกแถลงการณ์ยืนยันว่า ทั้งสองประเทศได้เห็นพ้องที่จะระงับปฏิบัติการทางทหารทั้งหมดในพื้นที่เมืองโอเลชกีเป็นการชั่วคราว เพื่อเปิดทางให้ลำเลียงความช่วยเหลือทางมนุษยธรรมและจัดเตรียมเส้นทางปลอดภัยสำหรับการอพยพพลเรือนออกจากพื้นที่

เดวิด อาราคาเมีย หัวหน้าคณะเจรจาฝ่ายยูเครน ได้โพสต์ข้อความผ่านเทเลแกรมระบุว่า ปฏิบัติการช่วยเหลือทางมนุษยธรรมจะเริ่มต้นขึ้นทันทีที่มาตรการหยุดยิงมีผลบังคับใช้ โดยเน้นย้ำว่าข้อตกลงนี้เป็นผลลัพธ์มาจากการประสานงานอย่างยาวนานระหว่าง เมลาเนีย ทรัมป์ และสมเด็จพระสันตะปาปาเลโอ เพื่อสร้างระเบียงมนุษยธรรม สำหรับให้ประชาชนเดินทางออกจากพื้นที่ และเปิดรับสิ่งของบรรเทาทุกข์เข้าสู่เมือง

ทำเนียบเครมลินได้แถลงแสดงความยินดีและยกย่องบทบาทของสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งของสหรัฐในความพยายามครั้งนี้ พร้อมเปิดเผยว่าประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ และประธานาธิบดี วลาดิมีร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย ได้ร่วมกันหารือรายละเอียดข้อตกลงดังกล่าว หลังจากที่ปูตินเคยแสดงความพร้อมกับสมเด็จพระสันตะปาปาว่าจะร่วมมือในประเด็นช่วยเหลือมนุษยธรรม ความเคลื่อนไหวนี้นับเป็นหนึ่งในผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น ท่ามกลางแรงกดดันจากทรัมป์ที่พยายามบีบให้ประธานาธิบดี โวโลดิมีร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน เร่งบรรลุข้อตกลงกับปูตินเพื่อยุติสงครามที่ดำเนินมาตั้งแต่ปี 2022

ที่ผ่านมา เมลาเนีย ทรัมป์ ได้เข้ามามีบทบาทอย่างแข็งขันในภารกิจช่วยเหลือเด็กชาวยูเครนที่ถูกนำตัวไปรัสเซียในช่วงสงครามให้ได้กลับคืนสู่ครอบครัว โดยเธอระบุในแถลงการณ์ว่า "สถานการณ์ในเมืองโอเลชกีเข้าขั้นวิกฤติ และอยู่บนขอบเหวของภัยพิบัติ เนื่องจากเป็นเมืองด่านหน้า ประชาชนที่ยังคงตกค้างอยู่ส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุที่ต้องการการดูแลทางการแพทย์ ยารักษาโรค อาหาร และน้ำสะอาดอย่างเร่งด่วน"

ข้อตกลงหยุดยิงในครั้งนี้จะเปิดทางให้ทีมเจ้าหน้าที่พลเรือนของทั้งสองประเทศสามารถเข้าเยี่ยมเยียนประชาชนตามบ้านเรือน และจัดเตรียมระบบขนส่งสำหรับผู้ที่ประสงค์จะอพยพ ไม่ว่าจะเลือกเดินทางไปยังฝั่งรัสเซียหรือยูเครน โดยจะมีสื่อมวลชนจากสหรัฐ เข้าร่วมติดตามและบันทึกภาพขั้นตอนปฏิบัติการอย่างใกล้ชิด ซึ่ง Newsmax สำนักข่าวฝ่ายขวาในสหรัฐเปิดเผยว่า ได้รับสิทธิ์ในการส่งกล้องเข้าไปบันทึกภาพปฏิบัติการครั้งนี้

เมืองโอเลชกี ตั้งอยู่ตรงข้ามเมืองเคอร์ซอนโดยมีแม่น้ำดนีโปรคั่นกลาง ปัจจุบันมีประชากรเหลืออยู่เพียงราว 1,700-2,000 คน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุและเด็กอีกประมาณ 50 คน ลดลงจากประชากรเดิมที่เคยมีถึง 24,000 คนก่อนเกิดสงคราม ยิ่งไปกว่านั้นทำเนียบขาวระบุว่าพื้นที่กว่า 90% ของเมืองยังเคยถูกน้ำท่วมหนักจากการทำลายเขื่อนคาคอฟกาเมื่อปี 2023 โดย เมลาเนีย ทรัมป์ และตัวแทนของเธอได้ทำงานร่วมกับผู้นำรัสเซียและผู้นำยูเครนโดยตรงเพื่อกำหนดเงื่อนไขการหยุดยิงเฉพาะพื้นที่นี้ ซึ่งผู้ที่ต้องการอพยพจะได้รับความช่วยเหลือในการเดินทางไปยังจุดหมายปลายทางตามความสมัครใจของตนเอง