เมื่อเดือน ต.ค.มาถึงก็ต้องคิดถึง "มหกรรมหนังสือระดับชาติ" ที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ปีนี้จัดขึ้น ระหว่างวันที่ 23 ต.ค. ถึง 1 พ.ย. ดูเหมือนช้ากว่าเดิมเล็กน้อย
อาจเป็นเพราะช่วงกลางเดือนศูนย์สิริกิติ์ฯ ถูกใช้เป็นสถานที่จัดการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก งานนี้สร้างความประทับใจให้กับนักการเงินและการธนาคารหลายคน โดยเฉพาะ “คริสตาลินา กิออร์กิเอวา” กรรมการผู้จัดการไอเอ็มเอฟ ที่ประชุมเสร็จแล้วยังชมไทยไม่หยุดหย่อน
เรื่องบทบาทไทยในเวทีโลก ชวนให้คิดถึงหนังสือเล่มหนึ่ง เมื่อสักพักใหญ่ ๆ มาแล้ว World Pulse ได้ไปร่วมงานเปิดตัวหนังสือ “พระองค์วรรณฯ กับการต่างประเทศไทย” โดย ดร.วิรัช ศรีพงษ์ นักการทูตชำนาญการ กรมยุโรป กองยุโรปตะวันตก กระทรวงการต่างประเทศ ดัดแปลงมาจาก "การทูตของศาสตราจารย์ พลตรี พระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหมื่นนราธิปพงศ์ประพันธ์ ค.ศ. 1917 - 1969: การปรับตัวและการประสานผลประโยชน์ระหว่างประเทศมหาอำนาจและการเมืองภายในของประเทศไทยในยุคแห่งความผันผวน" ซึ่งเป็นวิทยานิพนธ์หลักสูตรอักษรศาสตร์ดุษฎีบัณฑิต ภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
เมื่อเอ่ยถึง “พระองค์วรรณฯ” หรือ ศาสตราจารย์ พลตรี พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวรรณไวทยากร กรมหมื่นนราธิปพงศ์ประพันธ์ หลายคนคงนึกถึงเชื้อพระวงศ์ที่เป็นข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ผู้ทรงมีบทบาทสำคัญด้านการต่างประเทศ World Pulse ได้ยินชื่อพระองค์วรรณฯ ครั้งแรกจากโคลงที่พระองค์ทรงประพันธ์แล้วพระราชทานให้แก่โรงเรียนเป็นกรณีพิเศษ ครั้นมีคนสนใจทำวิทยานิพนธ์ปริญญาเอกเกี่ยวกับผลงานและพระประวัติ จึงสนใจใคร่ติดตาม
ในภาพรวมพระองค์วรรณฯ หรือ “เสด็จในกรมฯ” ที่ข้าราชการกระทรวงเรียกขานกัน ทรงเป็นนักการทูต ปลัดทูลฉลอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และรองนายกรัฐมนตรีผู้ดูแลการต่างประเทศ ดร.วิรัชเล่าว่า จุดเริ่มต้นความสนใจในพระประวัติของพระองค์มาจากการที่ตัวเขาได้ไปศึกษาต่อระดับมหาบัณฑิต สาขาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ที่มหาวิทยาลัย Sciences Po Paris ประเทศฝรั่งเศส แล้วได้ทราบว่าพระองค์ทรงเคยเป็นศิษย์เก่า ณ สถาบันแห่งนี้เช่นกัน สมัยที่ยังใช้ชื่อว่า École Libre des Sciences Politiques จึงอยากรู้จักพระประวัติและการทูตของพระองค์ให้มากขึ้น
สิ่งที่ ดร.วิรัชประทับใจนำมาเล่าสู่กันฟังในวันเปิดตัวหนังสือนั่นคือข้อสอบของพระองค์ที่ Sciences Po Paris เก็บเอาไว้ คำตอบของพระองค์เสนอวิธีการทางการทูตที่พลิกแพลงพร้อม ๆ กับข้อมูลประวัติศาสตร์เชิงลึก เชื่อมโยงประเด็นอย่างเป็นรูปธรรม ในสายตานักการทูตอย่าง ดร.วิรัช มองว่า วิธีการเหล่านี้สามารถนำมาใช้ได้จริง เช่น กรณีศึกษาขณะที่พระองค์ทรงดำรงตำแหน่งประธานสมัชชาสหประชาชาติ (United Nations General Assembly) สมัยสามัญครั้งที่ 11 ค.ศ.1956-1957 ทรงเป็นคนไทยคนแรกและคนเดียวที่ได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งนี้
ส่วนประเด็นที่ยังใช้ได้จนถึงปัจจุบัน ดร.วิรัชให้ดูกรณีการเป็นประธานการประชุมระหว่างประเทศว่าด้วยกฎหมายทะเล ครั้งที่ 1 ค.ศ.1958 และครั้งที่ 2 ค.ศ.1960 แต่สำหรับ World Pulse ทุกเรื่องในหนังสือล้วนน่าสนใจทั้งหมด ในฐานะคนติดตามข่าวต่างประเทศย่อมตื่นตาตื่นใจกับการประชุม SEATO และการประชุมที่บันดุง ตื่นเต้นเมื่อได้เห็นชื่อตัวละครอย่าง โจว เอินไหล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจีน, จอห์น ฟอสเตอร์ ดัลเลส รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ หรือแอนโทนี อีเดน นายกรัฐมนตรีอังกฤษ รวมถึงบทบาทสหรัฐในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของการเมืองไทย
เสน่ห์อีกอย่างของหนังสือ “พระองค์วรรณฯ กับการต่างประเทศไทย” คือภาพถ่ายขาวดำเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ที่หาดูได้ยาก หนังสือตีพิมพ์ด้วยกระดาษถนอมสายตา บวกกับการออกแบบปกอันงดงาม ถือไปที่ไหนดูเป็นผู้ทรงภูมิขึ้นมาทันทีในยุคที่ใคร ๆ ไถแต่โทรศัพท์มือถือ เขียนถึงตรงนี้นึกขึ้นได้ว่า สมัยนี้เขาไม่อ่านหนังสือกันแล้ว! ไม่เป็นไร สำหรับคน Gen Z หากอยากรู้เรื่องราวของพระองค์วรรณฯ ก็ดาวน์โหลดมาอ่านกันได้ ที่เว็บไซต์ isc.mfa.go.th ศูนย์ศึกษาการต่างประเทศใจดีไม่มีหวง!





