วันอังคาร ที่ 13 ตุลาคม 2569

Login
Login

MI5 เตือนภัยพุ่งสูงกว่ายุคสงครามเย็น เฝ้าระวังผู้ก่อการร้ายใช้เอไอ-อาวุธชีวภาพ

MI5 กำลังทุ่มเททรัพยากรเพื่อรับมือกับภัยคุกคามจากต่างชาติในระดับที่สูงกว่ายุคสงครามเย็น โดยชี้ว่าภัยคุกคามจากรัฐฝ่ายตรงข้ามเพิ่มขึ้นถึง 4 เท่า

KEY POINTS

เซอร์ เคน แมคคัลลัม ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองภายในประเทศสหราชอาณาจักร (MI5) แถลงข่าวประจำปี ณ สำนักงานใหญ่ในกรุงลอนดอนว่า MI5 กำลังทุ่มเททรัพยากรเพื่อรับมือกับภัยคุกคามจากต่างชาติในระดับที่สูงกว่ายุคสงครามเย็น โดยชี้ว่าภัยคุกคามจากรัฐฝ่ายตรงข้ามเพิ่มขึ้นถึง 4 เท่า จนทำให้ภารกิจต่อต้านการก่อการร้ายและภารกิจรับมือภัยคุกคามจากต่างชาติมีขนาดและขอบเขตเท่ากันเป็นครั้งแรก พร้อมเตือนถึงกลุ่มผู้ก่อการร้ายที่เริ่มนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้ในการก่อเหตุ

สำนักข่าว BBC รายงานว่า ผู้อำนวยการ MI5 แถลงว่า รัสเซียยังคงเป็น "ผู้รุกรานอันดับหนึ่ง" ที่ดำเนินกลยุทธ์สงครามลูกผสมในทวีปยุโรป โดยระมัดระวังไม่ให้ล้ำเส้นไปสู่การข้ามพรมแดนที่อาจกระตุ้นให้เกิดการตอบโต้ร่วมจากองค์การนาโต (NATO) ซึ่งเขาชี้ว่าทำเนียบเครมลินจะ "โง่เขลามากหากกล้าล้ำเส้นนั้น" 

ทั้งนี้ ผู้อำนวยการ MI5 ระบุว่า ผลจากการที่สหราชอาณาจักรขับไล่สายลับรัสเซียออกนอกประเทศเกือบ 1,000 คนนับตั้งแต่เปิดฉากบุกยูเครน ทำให้เครือข่ายสายลับแบบดั้งเดิมของรัสเซียถูกลดทอนลงอย่างมาก จนเครมลินต้องหันไปว่าจ้างกลุ่มอาชญากรและกลุ่มตัวแทนให้รับงานก่อเหตุแทน 

นอกจากนี้ MI5 ยังเตือนภัยคุกคามที่เพิ่มขึ้นจากอิหร่าน ซึ่งขยายปฏิบัติการสงครามลูกผสมในสหราชอาณาจักรเช่นกัน โดยในช่วงปีที่ผ่านมา MI5 ได้จับกุมผู้ต้องหาที่เชื่อมโยงกับกิจกรรมของอิหร่านไปแล้วกว่า 50 ราย ซึ่งเป้าหมายส่วนใหญ่พุ่งเป้าไปที่ชุมชนชาวยิว ตลอดจนเป้าหมายที่เข้าถึงยากอย่างสถานที่ทางการทหาร โดยสหราชอาณาจักรได้นำพระราชบัญญัติความมั่นคงแห่งชาติปี 2023 มาบังคับใช้อย่างเข้มงวด เพื่อจัดการกับภัยคุกคามจากรัสเซีย อิหร่าน และจีน

ในมิติของเทคโนโลยีและภัยคุกคามรูปแบบใหม่ เซอร์ เคน เผยว่า MI5 สามารถสกัดกั้นกลุ่มผู้ก่อการร้ายที่พยายามใช้ประโยชน์จาก AI เพื่อยกระดับการลาดตระเวนและระบุเป้าหมายการโจมตี โดยเฉพาะการบูรณาการ AI เข้ากับโดรนติดอาวุธ 

ขณะเดียวกัน ประเด็นที่น่ากังวลที่สุดคือความเสี่ยงที่กลุ่มหัวรุนแรงจะใช้ AI ในการพัฒนาหรือผลิตอาวุธชีวภาพชนิดใหม่ ซึ่งแม้ยังไม่เกิดขึ้นจริงในปัจจุบัน แต่ก็มีศักยภาพที่จะยกระดับความอันตรายของยุทโธปกรณ์ได้อย่างมหาศาล โดยประชาคมข่าวกรองอังกฤษทั้ง MI5, GCHQ และ MI6 ต่างกำลังทำงานร่วมกับสถาบันความปลอดภัยปัญญาประดิษฐ์แห่งสหราชอาณาจักรอย่างใกล้ชิดเพื่อสกัดกั้นความเสี่ยงดังกล่าว

สำหรับภาพรวมสถานการณ์การก่อการร้ายในประเทศ สหราชอาณาจักรได้ยกระดับการแจ้งเตือนภัยก่อการร้ายสู่ระดับ "รุนแรง" (Severe) เป็นครั้งแรกในรอบ 5 ปี ซึ่งหมายความว่ามีความเป็นไปได้สูงมากที่จะเกิดการโจมตี 

โดยแนวโน้มที่น่ากังวลที่สุดในรอบปีคือการก่อการร้ายจากกลุ่มขวาจัด ที่ขับเคลื่อนด้วยกระแสต่อต้านผู้อพยพและต่อต้านมุสลิมผ่านทางอินเทอร์เน็ต

ผู้อำนวยการ MI5 เน้นย้ำว่ากลุ่มขวาจัดหัวรุนแรงในปัจจุบันมีแนวโน้มที่จะเป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่และเยาวชนเพิ่มมากขึ้น โดยล่าสุด MI5 เพิ่งสืบสวนและบุกจับกุมเด็กวัยเพียง 13 ปีในสหราชอาณาจักรที่ถูกปลูกฝังอุดมการณ์ขวาจัดทางออนไลน์ ซึ่งข้อมูลจากการสืบสวนคดีนี้ยังช่วยให้พันธมิตรข่าวกรองต่างประเทศสามารถสกัดกั้นเหตุโจมตีรุนแรงในต่างประเทศได้สำเร็จอีกด้วย