วันพุธ ที่ 7 ตุลาคม 2569

Login
Login

ภาพถ่ายดาวเทียมชี้ ‘จีน’ อาจตั้ง ‘ฐานทัพเต็มรูปแบบ’ ในลาว ที่แรกในอาเซียน

รอยเตอร์ตรวจสอบภาพถ่ายดาวเทียม พบ "จีน" กำลังสร้างฐานทัพในลาว ซึ่งคาดว่าอาจ "ไม่ใช่ฐานทัพสำหรับการฝึกซ้อมทางทหารร่วมธรรมดา" แต่อาจเป็นฐานทัพเต็มรูปแบบของจีนที่แรกในอาเซียน

ภาพถ่ายดาวเทียมที่รอยเตอร์ได้ตรวจสอบ พบว่า อากาศยานโจมตีขนาดเบาและยานยนต์ทางทหารเดินทางมาถึงฐานทัพฝึกซ้อมร่วมจีน-ลาวแห่งใหม่แล้วในวันอังคาร (6 ต.ค.)

ภาพดังกล่าวซึ่งถ่ายโดยผู้ให้บริการดาวเทียมพาณิชย์ Vantor เผยให้เห็นสิ่งที่นักวิเคราะห์ความมั่นคงเชื่อว่าอาจเป็น เครื่องบินโจมตี K-8 จำนวน 8 ลำ และมียานพาหนะสนับสนุนอีกกว่า 20 คันบนรันเวย์ที่กำลังก่อสร้าง ซึ่งเป็นการขยายอิทธิพลทางทหารในต่างประเทศครั้งล่าสุดของจีน

ภาพที่ถ่ายเมื่อวันที่ 30 ก.ย. หนึ่งวันหลังจากกระทรวงกลาโหมจีนประกาศว่าได้จัดตั้งฐานทัพในบ้านเกิน (Ban Keun) นอกนครหลวงเวียงจันทร์ แสดงให้เห็นงานก่อสร้างขนาดใหญ่บริเวณรอบรันเวย์

การพัฒนาอย่างรวดเร็วของฐานทัพแห่งใหม่นี้กำลังถูกจับตามองอย่างใกล้ชิดจากผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารประจำภูมิภาค และนักวิชาการด้านความมั่นคง ซึ่งบางคนมองว่าการก่อสร้างนี้อาจเป็นฐานทัพทหารอย่างเต็มรูปแบบแห่งแรกของจีนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

แม้จะมีการปรับปรุงกองทัพให้ทันสมัยอย่างเข้มข้นมานานกว่า 20 ปี แต่จีนยังคงถูกมองว่า ยังขาดเครือข่ายฐานปฏิบัติการในต่างประเทศที่แข็งแกร่ง นอกเหนือจากพื้นที่ในทะเลจีนใต้ สิทธิ์การเข้าถึงท่าเรือเรียมในกัมพูชา และฐานส่งกำลังบำรุงในประเทศจิบูตี

ราเชล แวนเดนบริงค์ นักวิเคราะห์อาวุโสประจำสถาบันนโยบายยุทธศาสตร์แห่งออสเตรเลีย (ASPI) กล่าวว่า การเลือกพื้นที่บ้านเกิน (Ban Keun) เพื่อจัดตั้งฐานทัพที่กองทัพปลดปล่อยประชาชนจีนสามารถเข้าถึงได้นั้น “อาจเป็นเรื่องของโอกาสที่เหมาะสม มากกว่าการตอบสนองความจำเป็นทางปฏิบัติการ”

“ลาวมีคุณค่าทางภูมิยุทธศาสตร์ในฐานะจุดยุทธภูมิที่เข้าถึงได้ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ภาคพื้นทวีป เนื่องจากมีพรมแดนติดกับจีนและมีการเชื่อมโยงด้านโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งรวมถึงเส้นทางรถไฟด้วยกันแล้ว” แวนเดนบริงค์กล่าว

กระทรวงกลาโหมของจีนยังไม่ได้ตอบกลับคำร้องขอความคิดเห็นจากเตอร์ในทันที

ด้านสถานเอกอัครราชทูตลาวประจำกรุงเทพฯ และกระทรวงการต่างประเทศลาว ยังไม่ได้ตอบกลับคำร้องขอความคิดเห็นในทันทีเช่นกัน

สร้างทับที่ 'ฐานทัพอากาศสหรัฐ' ช่วงสงครามเวียดนาม

คอลลิน โคห์ และอเล็กซานเดอร์ นีลล์ นักวิเคราะห์ด้านความมั่นคงในสิงคโปร์ และผู้เชี่ยวชาญจาก Vantor กล่าวว่า เครื่องบินที่ปรากฏในภาพถ่ายดาวเทียม อาจเป็นเครื่องบิน Hongdu JL-8 ที่ทั้งกองทัพอากาศจีนและลาวใช้ปฏิบัติการ

ส่วนเครื่องบินแบบสองที่นั่งรุ่นนี้ ที่เป็นที่รู้จักในชื่อ K-8 นำมาใช้งานอย่างแพร่หลายทั้งในด้านการฝึกบินและภารกิจโจมตีขนาดย่อม โดยเป็นผลงานการพัฒนาร่วมกันระหว่างจีนและปากีสถาน และมีการส่งออกไปยังกองทัพของประเทศอื่นๆ ด้วย

ปัจจุบันลาวมีเครื่องบินประเภทนี้อยู่ 4 ลำ ตามรายงานการประเมินประจำปีของสถาบันระหว่างประเทศเพื่อการศึกษาเชิงยุทธศาสตร์ (International Institute for Strategic Studies: IISS) เกี่ยวกับกองทัพทั่วโลก

โคห์ นักวิชาการจากสถาบันการศึกษาระหว่างประเทศ เอส. ราชารัตนัม กล่าวว่า เครื่องบินของลาว “อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานที่น่าสงสัย”

ในขณะที่การก่อสร้างยังคงดำเนินต่อไป นักการทูตและนักวิเคราะห์ต่างยังคงจับตาดูสัญญาณต่างๆ เกี่ยวกับระบบป้องกันภัยทางอากาศ คลังเก็บกระสุนและเชื้อเพลิง รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกด้านการเฝ้าระวัง ซึ่งทั้งหมดนี้อาจเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่า ฐานทัพแห่งนี้มีบทบาททางทหารที่กว้างขวางกว่าแค่การฝึกอบรมร่วมกัน

นีลล์กล่าวว่า ขณะที่ลานบินของฐานทัพดูมีระยะทางสั้นและไม่มีพิษมีภัย แต่ในอนาคตอาจสามารถรองรับเครื่องบินขนาดใหญ่ได้ ซึ่งรวมถึงเครื่องบินสำหรับภารกิจด้านข่าวกรองทางสัญญาณและการเฝ้าระวังทางอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อขยายขีดความสามารถในการเข้าถึงภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของจีน

ทั้งนี้ การที่จีนเข้ามาช่วยลาวพัฒนาพื้นที่บ้านเกิน (Ban Keun) ถือว่าปัจจุบันจีนได้เข้ามาใช้ประโยชน์ในพื้นที่ที่สหรัฐเคยใช้ปฏิบัติการลับในช่วงที่สงครามเวียดนามกำลังดุเดือดที่สุด

ในช่วงสงครามที่สหรัฐรบกับกองกำลังคอมมิวนิสต์ในลาวเมื่อทศวรรษ 1970 “บ้านเกิน” เคยเป็นสนามบินที่ตอนนั้นชื่อ “Lima Site 44” ซึ่งเป็นที่ทำการของสายการบิน “แอร์ อเมริกา” (Air America) อันเป็นสายการบินที่มีสำนักข่าวกรองกลางสหรัฐ (CIA) เป็นเจ้าของอย่างลับๆ ข้อมูลดังกล่าวระบุไว้ในเอกสารที่ Ryan Wolfson-Ford ผู้เชี่ยวชาญด้านเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ประจำหอสมุดรัฐสภาสหรัฐ (Library of Congress) ได้แบ่งปันให้กับสำนักข่าวรอยเตอร์

สายการบินดังกล่าวทำหน้าที่ขนส่งกองกำลังชาวม้ที่ได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐ รวมถึงเป็นฐานลำเลียงเสบียงไปยังสนามบินขนาดเล็กตามแนวภูเขาทุรกันดาร ที่รู้จักกันในชื่อ “Lima Sites”

ดร. โจอาคิม ลีเกอร์ นักวิชาการผู้ศึกษาและเขียนงานเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของสายการบินนี้ ระบุว่ามีการใช้พื้นที่บ้านเกิน เป็นจุดที่เฮลิคอปเตอร์ของสายการบิน Air America ลำเลียงกองกำลังชาวม้งไปยังพื้นที่สู้รบแห่งอื่นๆ มาตั้งแต่ช่วงปี ค.ศ. 1968