วันพุธ ที่ 7 ตุลาคม 2569

Login
Login

บ้านใหญ่ 'ทองลุน' ยึดลาว หุ้นส่วน 'จีน' มิตรแท้ 'ไทย' หรือไม่

บ้านใหญ่ลาวเหนือ “ทองลุน สีสุลิด” ยึดเบ็ดเสร็จ “สะเหลิมไซ กมมะสิด” ผงาดนายกฯ รับปมร้อน “จีน” ผุดฐานทัพใกล้เมืองหลวง

โซเชียลไทยเดือด “สนามบินบ้านเกิน” ฐานทัพลาว-จีน ห่างหนองคายแค่เอื้อม ถามรัฐบาลฝั่งซ้ายท้าทายรัฐบาลฝั่งขวาหรือไม่?

51 ปีแห่ง สปป.ลาว จากคอมมิวนิสต์กลายเป็น “ระบอบบ้านใหญ่” ตระกูลพมวิหาน-สีพันดอน-สีสุลิด ผลัดเปลี่ยนกันครองอำนาจ

สัปดาห์แรกของเดือน ต.ค. 2569 สาธารณรัฐเล็กๆฝั่งซ้ายแม่น้ำโขง มีนายกรัฐมนตรี คนที่ 10 ชื่อ “สะเหลิมไซ กมมะสิด” นักการทูตวัย 58 ปีท่ามกลางความปลื้มปีติของปวงชนลาว

บ้านใหญ่ 'ทองลุน' ยึดลาว หุ้นส่วน 'จีน' มิตรแท้ 'ไทย' หรือไม่

เคียงคู่กับข่าวคนฝั่งซ้ายได้นายกฯใหม่ ได้เกิดปฏิกิริยาต่อต้านรัฐบาลลาวจากคนไทยบางกลุ่มในโซเชียล เพราะกระแสข่าวจีนสร้างฐานทัพอากาศที่ “สนามบินบ้านเกิน” เมืองทุละคม แขวงเวียงจันทน์

ที่สำคัญ “บ้านเกิน” ชุมชนใหญ่ริมฝั่งแม่น้ำงึ่ม อยู่ห่างจากนครหลวงเวียงจันทน์ ประมาณ 50 ก.ม. และห่างจากตัวจังหวัดหนองคายไม่เกิน 60 ก.ม.

อินฟลูฯสายชาตินิยมไทยตั้งคำถามว่า รัฐบาลลาวยอมให้มหาอำนาจจีนตั้งฐานทัพอากาศแบบนี้ สายพัวพันคนสองฝั่งโขงยังจะไว้วางใจกันเต็มร้อยหรือไม่? 

“สะเหลิมไซ กมมะสิด” นายกฯป้ายแดงจึงรับเผือกร้อนเรื่องฐานทัพจีนในลาวไปเต็มๆ ซึ่งที่ผ่านมา คนไทยบางกลุ่มก็มองจีนในเชิงลบอยู่แล้ว

บ้านใหญ่ 'ทองลุน' ยึดลาว หุ้นส่วน 'จีน' มิตรแท้ 'ไทย' หรือไม่

สู่ยุคผู้นำเจนใหม่วัย 58

ในที่สุด สปป.ลาว ได้ก้าวสู่ยุคผู้นำเจนใหม่ “สะเหลิมไซ กมมะสิด” กรมการเมืองพรรคประชาชนปฏิวัติลาว (พปปล.) ลำดับที่ 8 และอดีตรองนายกรัฐมนตรี ผู้ประจำการ

เมื่อวันจันทร์ที่ 5 ต.ค. 2569 สมาชิกสภาแห่งชาติ(สสช.) ได้มีมติรับรอง “สะเหลิมไซ กมมะสิด” ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี คนที่ 10 และรับรอง “สอนไซ สีพันดอน” อดีตนายกฯ ดำรงตำแหน่งประธานสภาแห่งชาติ 

นี่คือพิธีกรรมทางการเมืองแบบลาว โดย “สอนไซ” ลุกจากเก้าอี้นายกฯ ไปนั่งประธานสภาฯ ตามมติของกรมการเมืองศูนย์กลางพรรคฯที่เปิดการประชุมไปเมื่อวันที่ 29 ก.ย. - 2 ต.ค. 2569

สัญญาณการเปลี่ยนตัวนายกฯ เริ่มขึ้นเมื่อ ไซสมพอน พมวิหาน ประธานสภาแห่งชาติลาว ได้ถึงแก่อสัญกรรมเมื่อวันที่ 8 ส.ค. 2569 

พลันที่ตำแหน่งประธานสภาฯว่างลง ก็มีข่าวลือว่า “สอนไซ” จะหิ้วกระเป๋าออกจากสำนักนายกฯ ไปทำงานที่สภาฯ

บ้านใหญ่ 'ทองลุน' ยึดลาว หุ้นส่วน 'จีน' มิตรแท้ 'ไทย' หรือไม่

“ทองลุน สีสุลิด” เลขาธิการใหญ่พรรคฯและประธานประเทศ เฝ้าบ่มเพาะ “สะเหลิมไซ” จากนักการทูตตัวเล็ก ๆ สู่รัฐมนตรีต่างประเทศ และรอจังหวะที่จะส่งไม้ต่อให้ผู้สืบทอด ในวันที่ “บ้านใหญ่ลาวเหนือ” ยึดกุมอำนาจการเมืองลาวเบ็ดเสร็จ

 

ผ่าสามก๊กบ้านใหญ่ลาว

การเมืองการปกครองลาวอยู่ภายใต้ระบอบ “พรรคเดียว” คือพรรคประชาชนปฏิวัติลาว (พปปล.) ซึ่งพัฒนาจากพรรคลัทธิมาร์กซ-เลนิน กลายเป็น “พรรคบ้านใหญ่” ในปัจจุบัน

ชั่วโมงนี้ ตระกูลการเมืองผู้กุมอำนาจฝั่งซ้าย เหลืออยู่ 3 บ้านใหญ่คือ

ก๊กแรก “บ้านใหญ่ลาวเหนือ” นำโดย “ทองลุน สีสุลิด” ประธานประเทศ ที่มี “สะเหลิมไซ” เป็นตัวแทนในการบริหารงานรัฐบาล

ก๊กที่สอง “บ้านใหญ่ลาวกลาง” กลุ่มทายาทของ “ไกสอน พมวิหาน” อดีตประธานประเทศ ที่มี “สันติพาบ พมวิหาน” รองนายกฯ และ รมต.การเงิน พร้อมกับ “ทองสะหวัน พมวิหาน” รมต.ต่างประเทศ เป็นผู้รับไม้ต่อจากพี่ชาย “ไซสมพอน” ผู้จากไป

ก๊กที่สาม “บ้านใหญ่ลาวใต้” กลุ่มทายาทของ “คำไต สีพันดอน” ที่มี “สอนไซ สีพันดอน” ประธานสภาฯ และ “เวียงทอง สีพันดอน” รองประธานประเทศ เป็นแกนหลักของตระกูล

บ้านใหญ่ 'ทองลุน' ยึดลาว หุ้นส่วน 'จีน' มิตรแท้ 'ไทย' หรือไม่

เหตุปัจจัยที่ทำให้ “สอนไซ” ตกเก้าอี้นายกฯ และยอมกลืนเลือดไปเป็นประมุขสภา 

1. คำไต สีพันดอน ผู้ทรงอิทธิพลในพรรคประชาชนปฏิวัติลาว (พปปล.) เสียชีวิตเมื่อปี 2568 สิ้นพ่อก็สิ้นผู้คุ้มครอง ย่อมส่งผลสะเทือนถึงรุ่นลูกที่ไร้บารมี

2. บ้านใหญ่ลาวเหนือจับมือบ้านใหญ่ลาวกลาง ยึดกุมอำนาจศูนย์การนำพรรค และผลักดัน สะเหลิมไซ กมมะสิด ขึ้นตำแหน่งนายกฯ 

สรุปว่า “สะเหลิมไซ” เป็นผู้ประสานผลประโยชน์ร่วมของตระกูล “สีสุลิด” และตระกูล “พมวิหาน” โดยหมากเกมกระดานนี้ ตระกูลสีพันดอนเป็นแค่ตัวประกอบ

สำหรับทายาทตระกูล “กมมะสิด” ใต้ร่มเงาบ้านใหญ่ลาวเหนือ วันนี้มีตำแหน่งทางการเมือง 3 คน

สะเหลิมไซ กมมะสิด นายกรัฐมนตรี คนที่ 10

มะไลทอง กมมะสิด รัฐมนตรีอุตสาหกรรมและการค้า  

พลโท สายใจ กมมะสิด รองรัฐมนตรีกระทรวงป้องกันประเทศ และหัวหน้ากรมใหญ่เสนาธิการกองทัพ 

 

โจทย์ร้อน “สนามบินบ้านเกิน”

หลังจากเข้ารับตำแหน่งนายกฯ “สะเหลิมไซ กมมะสิด” ก็จะได้ต้อนรับ “เล มิงห์ ฮึง” นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ระหว่างวันที่ 8-9 ต.ค.นี้ 

บ้านใหญ่ 'ทองลุน' ยึดลาว หุ้นส่วน 'จีน' มิตรแท้ 'ไทย' หรือไม่

นักสังเกตการณ์ทางการเมืองลุ่มแม่น้ำโขงเชื่อว่า ประเด็นร้อน “สนามบินบ้านเกิน” น่าจะเป็นเหตุผลหนึ่งในการเยือนลาวของผู้นำรัฐบาลเวียดนาม

เมื่อ 29 ก.ย. 2569 กระทรวงป้องกันประเทศลาว ร่วมกับตัวแทนกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน ได้มีพิธีเปิด “ศูนย์ฝึกการบินร่วมลาว-จีน” และ “วิทยาลัยการบินร่วมลาว-จีน” ภายในบริเวณสนามบินบ้านเกิน

โครงการ “สนามบินบ้านเกิน” เป็นความร่วมมือทวิภาคีด้านเทคนิคระหว่างกองทัพประชาชนลาวและกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน มีเป้าหมายเพื่อช่วยลาวเสริมสร้างศักยภาพ “กองทัพอากาศลาว”

ทำไมกองทัพประชาชนลาวต้องมี “สนามบินบ้านเกิน”

กองบัญชาการทหารอากาศลาว ชื่อย่อว่า “กบอ.” เพิ่งถูกสถาปนาขึ้นอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 16 ก.ค. 2562

กองทัพประชาชนลาว มีหน่วยงานระดับ “กรมอากาศยาน” มาตั้งแต่ปี 2518 โดยมีฐานทัพอากาศอยู่ที่แขวงเชียงขวาง โดยช่วยเหลือของสหภาพโซเวียต

3 ก.ค. 2564 ได้เริ่มก่อสร้างอาคารสำนักงานกองบัญชาทหารอากาศหลังใหม่ ที่กองบัญชาการกองพันใหญ่ 703 นครหลวงเวียงจันทน์ ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการร่วมมือลาว-จีน

ปลายปี 2568 กองทัพอากาศลาว-กองทัพปลดปล่อยประขาชนจีน ได้ดำเนินการก่อสร้าง “สนามบินบ้านเกิน” เมืองทุละคม แขวงเวียงจันทน์ ห่างจากนครหลวงเวียงจันทน์ 50 ก.ม.

ในมุมมองของโลกตะวันตก “สนามบินบ้านเกิน” เป็นฐานทัพอากาศแห่งแรกในต่างประเทศของจีน เช่นเดียวฐานทัพเรือเรียมในกัมพูชา

บ้านใหญ่ 'ทองลุน' ยึดลาว หุ้นส่วน 'จีน' มิตรแท้ 'ไทย' หรือไม่

ขณะที่ สปป.ลาว ภายใต้การนำของพรรคประชาชนปฏิวัติลาว ยึดมั่นในความเป็นชาติเล็กที่มี “สายพัวพัน” กับเพื่อนบ้านอย่างมีลำดับชั้น

สายพัวพันลาว-จีน คือหุ้นส่วนยุทธศาสตร์คู่ร่วมชะตากรรม ส่วนสายพัวพันลาว-เวียดนาม เปรียบเหมือนพี่น้องท้องเดียวกัน ที่มีความสามัคคีพิเศษของ 2 ชาติในประวัติศาสตร์อันล้ำลึก

สายพัวพัน “ลาว-ไทย” คือมิตรแท้ในฐานะบ้านใกล้เรือนเคียง ซึ่งมีระดับความสัมพันธ์แตกต่างจากเวียดนามและจีน

ปมร้อน “สนามบินบ้านเกิน” จึงไม่ใช่เรื่องยากของนายกฯลาวคนใหม่ ที่เติบโตมาจากสายนักการทูต เฉพาะเมืองไทย ครอบครัว “สะเหลิมไซ กมมะสิด” มาเยือนบ่อยครั้งมากเปรียบเหมือนบ้านหลังที่สอง