วันพุธ ที่ 7 ตุลาคม 2569

Login
Login

รัสเซียปัดข่าวออกมาตรการต่อต้านกาฬโรคหลังเจ้าหน้าที่เสียชีวิต

ทางการรัสเซียปฏิเสธข่าวออกมาตรการต่อต้านกาฬโรค หลังเจ้าหน้าที่ห้องแล็บเสียชีวิต ขณะที่วอชิงตันเรียกร้องมอสโกเปิดเผยสถานการณ์อย่าง “โปร่งใส”

สำนักข่าวเอเอฟพีรายงาน ตามที่มีข่าวเมื่อสัปดาห์ก่อนว่า เจ้าหน้าที่คนหนึ่งของสถาบันป้องกันกาฬโรคในภูมิภาคอีร์คุตสค์ของไซบีเรียเสียชีวิตด้วยกาฬโรคปอด

อย่างไรก็ตาม ทางการระบุว่ายังไม่มีการยืนยันสาเหตุการเสียชีวิตหน่วยงาน

Rospotrebnadzor ซึ่งกำกับดูแลด้านสาธารณสุข ปฏิเสธข้อกล่าวอ้างที่ปรากฏในเอกสารออนไลน์ว่ามีการบังคับใช้มาตรการพิเศษ

Rospotrebnadzor แถลงผ่านช่องทางเทเลแกรม ระบุ

“เราขอชี้แจงว่าเอกสารและข้อมูลที่เป็นประเด็นนั้นไม่ได้มาจากแหล่งข้อมูลทางการและไม่เป็นความจริง”

สำนักข่าว People of Baikal ของรัสเซียรายงานเมื่อวันศุกร์ (2 ต.ค.) ว่า นางสาวดาร์ยา ชิปิโลวา ผู้เสียชีวิต วัย 28 ปี อาจติดเชื้อกาฬโรคปอดจากหลอดทดลองที่แตกเสียหาย มีผู้คนมากถึง 200 คนที่อาจเคยสัมผัสใกล้ชิดกับเธอถูกกักตัวเพื่อเฝ้าระวังอาการ

สื่ออื่น ๆ รายงานถึงความเป็นไปได้ที่การเสียชีวิตของเธอจะเกี่ยวข้องกับอุบัติเหตุในห้องทดลองนั้น

กระนั้น เจ้าหน้าที่รัสเซียกล่าวว่า ผลการชันสูตรศพไม่พบกาฬโรค

นายอิกอร์ คอบเซฟ ผู้ว่าการภูมิภาคอีร์คุตสค์กล่าวเมื่อวันจันทร์ (5 ต.ค.) ว่า ผลการตรวจสอบโดย Rospotrebnadzor พบว่าหญิงรายดังกล่าวเสียชีวิตด้วยโรคปอดอักเสบ โดยไม่สามารถระบุสาเหตุการเสียชีวิต “ได้แน่ชัด”

“ไม่พบเชื้อจุลินทรีย์ที่เกี่ยวข้องกับงานที่หญิงสาวผู้นี้ทำอยู่ในตัวอย่างทางชีวภาพของเธอ” เขากล่าว พร้อมเสริมว่าไม่มีพนักงานคนอื่นของสถาบันเข้ารับการรักษาทางการแพทย์นับตั้งแต่เธอเสียชีวิต

องค์การอนามัยโลก (WHO) กล่าวว่า จากข้อมูลล่าสุดที่ได้รับจากรัสเซียเมื่อวันอังคาร (6 ต.ค.) ย้ำว่า “ยังไม่มีรายงานพบผู้ป่วยโรคอันตรายนี้ในเมืองอีร์คุตสค์” รัสเซียเริ่มสอบสวนทางระบาดวิทยาเกี่ยวกับ “ผู้ป่วยโรคปอดอักเสบที่ติดเชื้อจากชุมชน” ในพนักงานรายหนึ่งของสถาบันในเมืองอีร์คุตสค์ อีกทั้งยังได้ระบุตัวผู้สัมผัสใกล้ชิดและจัดเตรียมมาตรการเฝ้าระวังทางการแพทย์รวมถึงการตรวจทางห้องปฏิบัติการไว้แล้ว

“ผลการตรวจสอบไม่พบเชื้อก่อโรคติดเชื้ออันตรายในกลุ่มผู้สัมผัสโรคแต่อย่างใด” รายงานล่าสุดของ WHO ระบุ

นายคริสเตียน ลินด์ไมเออร์ โฆษก WHO แถลงที่นครเจนีวาว่า จากข้อมูลที่มีอยู่ในขณะนี้ WHO “ประเมินว่าความเสี่ยงสำหรับเมืองอีร์คุตสค์ (Irkutsk) อยู่ในระดับปานกลางถึงต่ำ” ความเสี่ยงสำหรับประเทศรัสเซียในภาพรวมนั้นอยู่ในระดับต่ำ และส่วนที่เหลือของยุโรปความเสี่ยงอยู่ในระดับต่ำมาก อย่างไรก็ตาม WHO ยังคงจับตาสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และพยายามตรวจสอบยืนยันเหตุการณ์และการทดสอบทางห้องปฏิบัติการ

ด้านนายมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ เรียกร้องเมื่อวันอังคารตามเวลาท้องถิ่น ให้รัสเซียมีความ “โปร่งใส” เกี่ยวกับสถานการณ์ดังกล่าว ซึ่งเขาระบุว่าทางวอชิงตันกำลังติดตามดูอยู่อย่าง “ใกล้ชิด”

“ผมคิดว่าเป็นหน้าที่ของรัสเซียอย่างชัดเจนที่จะต้องแบ่งปันข้อมูลกับทั่วโลกให้มากขึ้น” นายรูบิโอกล่าวระหว่างการเยือนไอซ์แลนด์

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์กล่าวเมื่อวันจันทร์ว่า ทางการสหรัฐกำลังพิจารณาสถานการณ์ดังกล่าวอย่างจริงจัง และจะให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่เท่าที่จะทำได้ Rospotrebnadzor จึงตอบโต้ทรัมป์ในวันอังคารว่า รัสเซียได้เตรียมการช่วยเหลือสหรัฐต่อกรกับโรคติดเชื้อระบาดในประเทศของตนเองแล้ว

“สถานการณ์โรคติดเชื้ออันตรายยังคงมีความไม่แน่นอน” Rospotrebnadzor กล่าวพร้อมเน้นย้ำถึงสถานการณ์โรคหัดที่ “เลวร้ายลงอย่างมาก” ใน 3 รัฐของสหรัฐและการเสียชีวิตจากโรคกาฬโรคในรัฐนิวเม็กซิโกเมื่อเดือนมิ.ย.

Rospotrebnadzor ย้ำด้วยว่า รัสเซีย “เตรียมการให้สนับสนุนฝ่ายสหรัฐด้วยผู้เชี่ยวชาญ อุปกรณ์ห้องแล็บ และเครื่องมือวินิจฉัยและป้องกันประสิทธิภาพสูง”

 ขณะเดียวกัน จะมีการจัดการประชุมระดับนานาชาติว่าด้วยเรื่องโรคกาฬโรคและโรคติดเชื้ออื่นๆ ขึ้นที่เมืองอีร์คุตสค์ ในวันที่ 21-22 ต.ค.นี้

การประชุมดังกล่าวมีการกำหนดจัดขึ้นตั้งแต่เดือน มิ.ย.ผู้จัดระบุว่างานนี้ “ไม่เกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของเจ้าหน้าที่สถาบันป้องกันกาฬโรคที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้”