วันจันทร์ ที่ 5 ตุลาคม 2569

Login
Login

วงในจับสัญญาณ ‘สี จิ้นผิง’ พักนานผิดสังเกต เวลาประชุม 'ทรัมป์' หายหลายชม.

วงในเผย ทางการจีนเรียกร้องผิดสังเกตให้สหรัฐจัดเวลาพักผ่อนของสี จิ้นผิงให้เพียงพอ ระหว่างพบกับโดนัลด์ ทรัมป์ ชี้ให้เห็นข้อจำกัดทางกายภาพของประธานาธิบดีจีน วัย 73 ปี ผู้นี้

วอลล์สตรีทเจอร์นัล รายงานอ้างข้อมูลจากผู้เกี่ยวข้องกับการวางแผนการประชุมระหว่างประธานาธิบดีสี จิ้นผิง กับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในกรุงวอชิงตันว่า คำขอหลัก ๆ จากฝ่ายจีนคือขอห้องส่วนตัวในปีกตะวันตก (West Wing) เพื่อให้สีได้พักผ่อนระหว่างงาน เรียกว่า “ห้องพักรอ” ที่อนุญาตให้เฉพาะเผิง ลี่หยวน ภริยาของสีเท่านั้นที่ร่วมใช้ห้องนี้ได้ เจ้าหน้าที่คนอื่นหรือแม้กระทั่งไช่สี หัวหน้าคณะทำงานของสีก็ไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้

ประมาณหนึ่งเดือนก่อนที่สีจะเริ่มเดินทาง ทีมงานล่วงหน้าของเขาได้ปฏิเสธการรับประทานอาหารกลางวันเพื่อหารือกันระหว่างผู้นำจีนกับทรัมป์ ซึ่งกำหนดไว้ในวันที่ 24 ก.ย.  วันเดียวที่มีการประชุมเต็มวัน แตกต่างจากตอนที่ทรัมป์ไปเยือนกรุงปักกิ่งในเดือน พ.ค.ผู้นำทั้งสองได้ร่วมรับประทานอาหารกลางวันพร้อมคุยงานไปด้วยที่ทำเนียบผู้นำจงหนานไห่

แหล่งข่าวระบุว่า เจ้าหน้าที่จีนได้แจ้งต่อฝ่ายสหรัฐว่าต้องการให้สี มีเวลาพักผ่อนมากขึ้นระหว่างการเยือนกรุงวอชิงตัน ส่งผลให้มีช่วงเวลาว่างนานราว 5 ชั่วโมงแทรกอยู่ในกำหนดการประชุมผู้นำ ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาพักผ่อนที่ยาวนานเมื่อเทียบกับกำหนดการเยือนทั้งหมดที่กินเวลาเพียงไม่ถึงสองวัน

นอกจากนี้คณะผู้แทนจีนไม่ได้จัดกิจกรรมใด ๆ ให้แก่สีในช่วงเย็นของวันที่เดินทางมาถึง และในวันที่ 25 ก.ย. ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของการเยือน ผู้นำจีนใช้เวลาเพียงราว 10 นาทีเท่านั้นภายในหอจดหมายเหตุแห่งชาติ น้อยกว่าที่เจ้าหน้าที่สหรัฐวางแผนไว้มาก

ต้องยอมรับว่า สี เพิ่งเสร็จสิ้นการเดินทางด้วยเครื่องบินนานราว 14 ชั่วโมงจากปักกิ่ง แค่อาการเจ็ตแล็กเพียงอย่างเดียวก็อาจเป็นสาเหตุให้ต้องมีการปรับเปลี่ยนกำหนดการบางส่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในคืนที่เขาเดินทางมาถึง

ข้อมูลสรุปภารกิจของประธานาธิบดีสหรัฐระบุว่า ในช่วงที่ทรัมป์ (ซึ่งปัจจุบันมีอายุ 80 ปี) เดินทางไปร่วมการประชุมสุดยอดที่กรุงปักกิ่งเมื่อเดือน พ.ค. ทีมงานได้จัดสรรเวลาช่วงหนึ่งไว้เป็น “เวลาสำหรับงานบริหาร” (executive time) ตลอดระยะเวลาสองวัน โดยในระหว่างช่วงเวลาว่างดังกล่าว ทรัมป์ได้ให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ Fox News ด้วย

การเยือนครั้งนี้ สีได้รับการต้อนรับอย่างสมเกียรติในฐานะผู้นำที่มาเยือนอย่างเป็นทางการ ทั้งการยิงสลุต 21 นัดเครื่องบินขับไล่และเครื่องบินทิ้งระเบิดล่องหนของสหรัฐบินโชว์ รวมถึงของขวัญเป็นรูปปั้นนกอินทรีหัวขาวขนาดใหญ่ ทว่า เบื้องหลังพิธีการอันยิ่งใหญ่นั้น

แหล่งข่าวระบุว่าทีมงานของเขาต้องจัดตารางเวลาโดยคำนึงถึงข้อจำกัดทางร่างกายของเขาเป็นสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นระยะเวลาที่เขาสามารถยืนได้ ระยะทางที่เดินไหว และช่วงเวลาที่จำเป็นต้องหยุดพัก

เดนนิส ไวลเดอร์ อดีตผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายจีนประจำสภาความมั่นคงแห่งชาติ ซึ่งเป็นผู้จัดเตรียมการเยือนของผู้นำต่างประเทศ 3 ครั้งในสมัยรัฐบาลจอร์จ ดับเบิลยู บุช กล่าวว่า การจัดห้องพักรอแบบนี้เป็นสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เขากล่าวว่า ในการจัดเตรียมการเยือนของนายกรัฐมนตรีจุนอิจิโร โคอิซูมิ แห่งญี่ปุ่น นายกรัฐมนตรีจอห์น ฮาวาร์ด แห่งออสเตรเลีย และประธานาธิบดีหู จินเทา อดีตประธานาธิบดีจีน “เราไม่เคยทำอะไรแบบนี้มาก่อน นี่เป็นเรื่องผิดปกติ”

คำถามเกี่ยวกับสุขภาพร่างกายของสีไม่ใช่เรื่องใหม่ เคยมีการคาดเดาในลักษณะเดียวกันนี้มาแล้วหลังจากการเยือนยุโรปเมื่อปี 2019 เมื่อมีภาพวิดีโอเผยให้เห็นว่าเขาเดินกะเผลกเล็กน้อยและต้องใช้แขนเก้าอี้ช่วยพยุงตัว ทว่าแม้เวลาจะล่วงเลยมากว่า 6 ปีแล้ว สี จิ้นผิง ก็ยังคงกุมอำนาจปกครองจีนไว้อย่างมั่นคง

สุขภาพของสี สำคัญไม่เพียงแค่สุขภาวะส่วนตัวของเขาเท่านั้น เขารวบรวมอำนาจไว้ในมือมากกว่าผู้นำจีนคนใดนับตั้งแต่ยุคของเหมา เจ๋อตง และยังไม่ได้กำหนดตัวผู้สืบทอดตำแหน่งแต่อย่างใด

จีนไม่มีกระบวนการที่เป็นระบบและชัดเจนในการคัดเลือกผู้นำที่จะมารับตำแหน่งสำคัญทั้ง 3 ตำแหน่งของสี ได้แก่ เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์ ประธานาธิบดี และประธานคณะกรรมาธิการการทหารส่วนกลาง

ระหว่างการเยือนกรุงวอชิงตันของสี สามารถสังเกตเห็นท่าทีระมัดระวังของเขาได้จากภาพวิดีโอที่ไม่ได้ผ่านการตัดต่อ

ตอนที่สีเดินลงบันไดเครื่องบิน ณ ฐานทัพแอนดรูว์ส มือข้างหนึ่งของเขาเกาะแขนเผิง อีกข้างเกาะราวบันได

สองวันต่อมา ขณะเดินขึ้นบันไดอาคารหอจดหมายเหตุแห่งชาติเคียงข้างทรัมป์และสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่ง ทั้งสองยังคงจับมือกันตลอดช่วงที่เดินขึ้นไป โดยดูเหมือนว่าสีต้องอาศัยเผิงช่วยประคองเพื่อพยุงตัว มากกว่าจะเป็นเพียงแค่การจับมือกันธรรมดา

สื่อทางการจีนตัดภาพเหล่านั้นออกหมดจากรายงานข่าวช่วงไพรม์ไทม์ ไม่เพียงเท่านั้นสียังมักจะจับมือกับเผิง อยู่เสมอในระหว่างการปฏิบัติภารกิจอย่างเป็นทางการ ซึ่งถือเป็นกิริยาอาการที่พบได้ยากสำหรับผู้นำจีน โดยสื่อของทางการเน้นย้ำภาพดังกล่าวว่าสะท้อนถึงความรักความผูกพันที่ทั้งคู่มีต่อกัน

ก่อนการเยือนกรุงวอชิงตัน เกิดคำถามเกี่ยวกับสุขภาพของสีเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆหนังสือพิมพ์วอลล์สตรีทเจอร์นัลรายงานว่า ในระหว่างการประชุมผู้นำ BRICS ที่ประเทศอินเดียเมื่อช่วงต้นเดือน ก.ย. สีไม่ได้เข้าร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำที่มีประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซีย และผู้นำระดับโลกคนอื่นๆ เข้าร่วม เนื่องจากมีอาการป่วย

ไวลเดอร์ ซึ่งปัจจุบันเป็นอาจารย์ด้านเอเชียศึกษาที่มหาวิทยาลัยจอร์จทาวน์ กล่าวว่า กำหนดการหารือที่สั้นกระชับระหว่างทรัมป์และสีก็เป็นสิ่งที่น่าสังเกตเช่นกัน การหารือทวิภาคีของผู้นำทั้งสองที่ทำเนียบขาวเมื่อวันที่ 24 ก.ย.เริ่มต้นขึ้นในช่วงใกล้เที่ยงและเสร็จสิ้นในช่วงต้นของบ่ายวันเดียวกัน หลังจากนั้นสีได้เดินทางออกจากทำเนียบขาวและไม่ได้กลับเข้ามาอีกจนกระทั่งถึงงานเลี้ยงอาหารค่ำอย่างเป็นทางการในช่วงค่ำ ซึ่งมีผู้นำภาคธุรกิจของสหรัฐเข้าร่วมด้วย อาทิ เจนเซน หวง ซีอีโอเอ็นวิเดีย และอีลอน มัสก์ซีอีโอเทสลา

“นับเป็นเวลาที่สั้นอย่างเหลือเชื่อสำหรับการประชุมผู้นำในลักษณะนี้” เขาตั้งข้อสังเกตถึงการกำหนดกรอบเวลาอันจำกัดสำหรับการหารือในประเด็นสำคัญระหว่างผู้นำของสองชาติที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในโลก