แนะนำหนังสือใหม่ Swan Song: Diana, My sister โดยชาร์ล สเปนเซอร์ ที่สั่นสะเทือน "ราชวงศ์อังกฤษ" ขณะเดียวกันก็อาจทำให้ผู้เขียนถูกฟ้องร้องได้
ไม่มีครอบครัวไหนที่คนทั่วโลกจะสนใจไปมากกว่าครอบครัววินด์เซอร์ หรือราชวงศ์วินด์เซอร์แห่งอังกฤษ
และหนังสือที่กำลังสั่นสะเทือนครอบครัวที่คนทั้งโลกสนใจ คือ หนังสือ Swan Song: Diana, My sister โดยชาร์ล สเปนเซอร์ เอิร์ล สเปนเซอร์ หัวหน้าตระกูลขุนนางเก่าแก่ และน้องชายเพียงคนเดียวของอดีตเจ้าหญิงไดอาน่า ผู้ล่วงลับ ที่เพิ่งจะวางขายเมื่อวันที่ 22 ก.ย.
ประเด็นสำคัญ และดูเหมือนจะร้อนแรงที่สุดจากหนังสือที่กำลังเป็นทอร์คออฟเดอะทาวน์ตอนนี้ คือบทสนทนาระหว่างเจ้าฟ้าชายชาร์ล (พระยศ ณ ขณะนั้น) กับเอิร์ล สเปนเซอร์ หลังจากการแจ้งข่าวเสียชีวิตของไดอาน่า อดีตภรรยาของเจ้าชายและพี่สาวของเอิร์ล ที่เอิร์ลเขียนถึงว่า เจ้าชายทรงมีโทนน้ำเสียงในทำนอง “ดีใจจนเนื้อเต้น เหมือนถูกหวย” และสื่อในทำนองว่าเหตุการณ์นี้น่าจะเป็นผลบวกกับการแต่งงานครั้งที่สอง
เพื่อเข้าใจท้องเรื่อง จำเป็นต้องเข้าใจบริบท ซึ่งบริบท ณ ตอนนั้นคือ เป็นช่วงหลังการหย่าร้างที่เจ้าชายและเจ้าหญิงแห่งเวลส์ที่อื้อฉาวที่สุด ตั้งแต่ข่าวการระหองระแหง เรื่อยมาจนถึงการนอกใจอย่างเปิดเผยทั้งสองฝั่ง กระทั่งการออกมาให้สัมภาษณ์สื่อของไดอาน่า และการพาดพิงถึงคามิลล่า คู่รักของเจ้าชาย ซึ่งขณะนั้นประเด็นเรื่องการแต่งงานครั้งที่สองยังไม่เป็นที่ยอมรับ
อีกประเด็นที่สำคัญ คือ ข้อกล่าวอ้างของเอิร์ล สเปนเซอร์ ถึงคำพูดของเจ้าชายทางโทรศัพท์ที่พูดถึงอดีตภรรยาว่า “อีกไม่นาน คนก็จะลืมเธอ” หลังจากการโต้เถียงถึงการจัดการพิธีศพที่เอิร์ลไม่เห็นด้วยที่จะให้เจ้าชายน้อยทั้งสองพระองค์คือ “วิลเลียมและแฮร์รี” เดินร่วมในขบวนศพ จนเกิดการโต้เถียงกับเจ้าชาย ซึ่งเอิร์ลเชื่อว่าเหตุผลเพื่อไม่ให้สื่อโจมตีเจ้าชายชาร์ลที่ขณะนั้นตกเป็นเป้าโจมตีอย่างหนักเพราะเห็นแก่เจ้าชายน้อยๆ ทั้งสององค์
มีประเด็นยิบย่อยอีกหลายประเด็นในหนังสือ แต่นี่คือหนังสือของชาร์ล สเปนเซอร์ ดังนั้นหนังสือก็จำต้องถ่ายทอดในมุมของผู้เขียน ซึ่งก็เคลมว่าตนเองเป็นนักประวัติศาสตร์ และเป็นที่มาของเหตุว่าทำไมจึงออกหนังสือนี้ขึ้นมา หลังเหตุการณ์ผ่านไปเกือบจะ 30 ปีแล้ว
เพื่อบันทึกลงในประวัติศาสตร์ให้โลกรับรู้ก่อนจะจากโลกไป คือเหตุผลที่เอิร์ลให้ แบบเดียวกับการตั้งชื่อหนังสือว่า Swan Song ซึ่งตามความเชื่อแบบกรีกโบราณคือ หงส์นั้นเป็นใบ้ทั้งชีวิต แต่จะร้องเพลงเพียงหนึ่งครั้งเมื่อก่อนจะลาโลก ผู้ลากมากดีมีการศึกษาจึงจะเปรียบว่า Swan Song เสมือนการแสดงชิ้นสุดท้าย หรืองานชิ้นสุดท้ายก่อนเกษียณ หรือจากลาโลกนี้ไป
หนังสือเล่มนี้ขณะนี้ได้รับแรงต้านอย่างหนักจากเพียร์ มอร์แกน ที่ถูกกล่าวพาดพิงในบางส่วนของเนื้อหาว่าไม่เป็นจริง ซึ่งเอิร์ล สเปนเซอร์ก็ได้ออกมาขอโทษ และกรณีนี้น่าจะนำไปสู่การฟ้องร้อง
ขณะที่สำนักพระราชวังอังกฤษก็ออกแถลงการณ์ไม่ยอมรับ หรือปฏิเสธ ว่า “ความเศร้าจากการสูญเสีย อาจจะทำให้เหตุผล วิจารณญาณ และความจำ หลงเลือน” ซึ่งสำนักพระราชวังไม่เคยออกแถลงในโทนเช่นนี้มาก่อน
ที่อังกฤษไม่มีกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ แต่มีกฎหมายหมิ่นประมาท ที่คุ้มครองทุกคนในประเทศ บทสนทนาทางโทรศัพท์ โทนน้ำเสียงอาจจะยากที่จะพิสูจน์ถึงข้อเท็จจริง หลักนิติรัฐแบบอังกฤษส่งเสริมให้เกิดการวิพากษ์เสรี ออกความเห็นเสรี หากแต่ถ้ามีการบิดเบือนข้อมูลข้อเท็จจริงเมื่อไหร่ บทลงโทษก็ถือว่าหนักและสมเหตุสมผล





