วันอาทิตย์ ที่ 27 กันยายน 2569

Login
Login

ตุรกีเปิดทาง ‘อิหร่าน’ ร่วมดีลกลาโหมซาอุฯ-ปากีฯ หวังสร้างเกราะป้องกัน ‘โลกมุสลิม’

ประธานรัฐสภาตุรกีเปิดเผยว่า ข้อตกลงความร่วมมือด้านกลาโหมร่วมกับซาอุดีอาระเบีย และปากีสถาน อาจขยายถึงอิหร่าน เพื่อยกระดับให้เป็นสนธิสัญญาความมั่นคงโลกมุสลิม

KEY POINTS

  • ตุรกีเสนอขยายข้อตกลงความร่วมมือด้านกลาโหมกับซาอุดีอาระเบียและปากีสถาน โดยอาจเชิญอิหร่านเข้าร่วม เพื่อยกระดับเป็นสนธิสัญญาความมั่นคงสำหรับโลกมุสลิม
  • ข้อตกลงดังกล่าวมีชื่อว่า "ข้อตกลงกลาโหมร่วมแห่งมักกะฮ์" ซึ่งยึดหลักการคล้ายมาตรา 5 ของนาโต (การโจมตีชาติสมาชิกหนึ่งถือเป็นการโจมตีทุกชาติ) และคาดว่าจะเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภาตุรกีในเดือนหน้า
  • ประธานรัฐสภาตุรกีย้ำว่าข้อตกลงนี้ไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อต่อต้านประเทศใดเป็นการเฉพาะ แต่เพื่อรักษาความมั่นคงของรัฐต่างๆ ในภูมิภาค และเปิดกว้างให้อิหร่านเข้าร่วมได้

สำนักข่าว Reuters รายงานว่า ประธานรัฐสภาตุรกี เปิดเผยว่า ข้อตกลงความร่วมมือด้านกลาโหมร่วมระหว่างตุรกี ซาอุดีอาระเบีย และปากีสถาน อาจขยายขอบเขตครอบคลุมไปถึงการดึง "อิหร่าน" เข้าร่วม เพื่อยกระดับให้เป็นสนธิสัญญาความมั่นคงระดับกว้างสำหรับโลกมุสลิม โดยคาดว่าจะมีการนำเสนอข้อตกลงดังกล่าวเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของรัฐสภาตุรกีในเดือนหน้า

ชาติมหาอำนาจในภูมิภาคทั้งสามได้ลงนามใน "ข้อตกลงกลาโหมร่วมแห่งมักกะฮ์" (Mecca Joint Defence Agreement) เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา เพียงไม่กี่สัปดาห์ก่อนที่กลุ่มกบฏฮูตีในเยเมนซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่านจะเปิดฉากโจมตีซาอุดีอาระเบีย ข้อตกลงนี้ยึดหลักการคล้ายคลึงกับมาตรา 5 ขององค์การนาโตที่กำหนดว่า การโจมตีชาติสมาชิกใดชาติหนึ่งให้ถือเป็นการโจมตีทุกชาติ โดยขณะนี้กลุ่มประเทศผู้ลงนามกำลังจัดการประชุมเพื่อกำหนดกรอบการทำงานและประเมินความต้องการด้านกลาโหมของรัฐบาลซาอุดีอาระเบีย

นูมาน คูร์ตูลมุส ประธานรัฐสภาตุรกี กล่าวกับผู้สื่อข่าวในกรุงอังการาว่า การที่ข้อตกลงระหว่างประเทศจะมีผลบังคับใช้อย่างสมบูรณ์ได้นั้น จำเป็นต้องผ่านการอนุมัติจากรัฐสภา การหารือที่ดำเนินอยู่ในปัจจุบันเป็นเพียงขั้นตอนการเตรียมความพร้อม พร้อมระบุว่า คาดวาระนี้จะเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภาในเดือนตุลาคม ซึ่งเป็นช่วงที่รัฐสภากลับมาเปิดสมัยประชุมอีกครั้ง

คูร์ตูลมุส ได้ย้ำจุดยืนของรัฐบาลตุรกีว่า สนธิสัญญานี้ไม่ได้มุ่งเป้าเป็นปรปักษ์ต่อประเทศใดเป็นการเฉพาะ แต่มีเป้าหมายหลักในการรักษาความมั่นคงของรัฐต่างๆ ในภูมิภาค ท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งและนโยบายที่เป็นปรปักษ์ของอิสราเอล โดยเปิดกว้างให้รัฐบาลเตหะรานสามารถพิจารณาเข้าร่วมเป็นพันธมิตรได้เช่นกัน

"เราไม่เคยมองว่าข้อตกลงมักกะฮ์เป็นสนธิสัญญาเพื่อต่อต้านอิหร่าน และมันต้องไม่เป็นเช่นนั้น แท้จริงแล้วเราคาดหวังให้ข้อตกลงมักกะฮ์พัฒนาไปสู่ความร่วมมือในวงกว้างสำหรับโลกมุสลิม อิหร่านก็สามารถเข้าร่วมได้ และเราหวังว่าข้อตกลงนี้จะทรงพลังยิ่งขึ้นหากได้รับการสนับสนุนจากประเทศอื่นๆ ในภูมิภาค" คูร์ตูลมุสกล่าว

ก่อนหน้านี้ รัฐบาลตุรกี ระบุว่า พร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือเพื่อตอบสนองความต้องการทางทหารของซาอุดีอาระเบีย โดยเฉพาะด้านเทคนิค อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ระดับสูงชี้แจงว่า ความช่วยเหลือในระยะนี้จะเป็นไปในรูปแบบทวิภาคีภายใต้เจตนารมณ์ของความเป็นพันธมิตรเป็นหลัก เนื่องจากข้อตกลงร่วมสามฝ่ายยังไม่ได้ผ่านการให้สัตยาบัน

สำหรับในระยะต่อไป ผู้บัญชาการทหารสูงสุดของซาอุดีอาระเบีย ตุรกี และปากีสถาน มีกำหนดการที่จะจัดการประชุมร่วมกันในเร็วๆ นี้ เพื่อหารือเกี่ยวกับแนวทางในการให้ความสนับสนุนซาอุดีอาระเบียอย่างเป็นรูปธรรม