วันพฤหัสบดี ที่ 24 กันยายน 2569

Login
Login

ปธน.อิหร่าน ตำหนิทรัมป์ ‘ชอบข่มเหง’ ในงานประชุม UNGA81 ลั่น จะไม่ยอมจำนนสหรัฐ

ประธานาธิบดีอิหร่าน กล่าวตำหนิทรัมป์เป็นคนมีแนวคิดชอบข่มเหง ในงานประชุม UNGA81 ลั่น อิหร่านจะไม่ยอมจำนนสหรัฐ แต่ก็เปิดโอกาสเจรจา

ประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเกียนของอิหร่าน กล่าวหาประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐว่า เป็นคนมีแนวคิด “ชอบข่มเหง” ในงานประชุมองค์การสหประชาชาติเมื่อวันพุธ (23 ก.ย.) พร้อมย้ำ อิหร่านจะไม่ยอมแพ้ในสงครามกับสหรัฐ แต่ยังคงเปิดรับการเจรจาทางการทูตเพื่อยุติความขัดแย้ง

ในการกล่าวสุนทรพจน์ช่วงที่ประเทศอิหร่านอยู่ในภาวะสงครามต่อที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ (UNGA81) ที่มีสมาชิก 193 ประเทศ เปเซชเกียนได้กล่าวว่า การข่มขู่มีแต่จะยิ่งทำให้ความมุ่งมั่นของอิหร่านแข็งแกร่งขึ้น และปฏิเสธคำเตือนของทรัมป์ก่อนหน้านี้ที่ว่าเขาจะทำลายอิหร่านหากไม่มีข้อตกลง

“คำพูดของประธานาธิบดีสหรัฐเมื่อวานนี้... เป็นสัญญาณของการมีแนวคิดชอบข่มขู่... ประชาชนอิหร่านจะไม่ยอมจำนนต่อแรงกดดัน... พวกที่เป็นผู้ก่อการร้ายและฝึกผู้ก่อการร้ายกลับเรียกเราว่าผู้ก่อการร้าย” ปธน.อิหร่านกล่าว โดยอ้างถึงคำกล่าวของทรัมป์ที่ว่าอิหร่านเป็นผู้สนับสนุนการก่อการร้ายรายใหญ่ที่สุดของโลก

ขณะที่ในตอนเริ่มต้นกล่าวสุนทรพจน์ เปเซชเกียน กล่าวหาสหรัฐว่า เป็นผู้สังหารพลเรือนระหว่างสงคราม พร้อมทั้งชูภาพถ่ายประกอบ ซึ่งรวมถึงภาพของเด็กนักเรียนหญิงในห้องเรียนที่เสียชีวิตด้วย

การโจมตีด้วยขีปนาวุธใส่โรงเรียนประถมในเมืองมินาบเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ไม่กี่ชั่วโมงหลังจากที่สหรัฐและอิสราเอลโจมตีอิหร่านทำให้เกิดความขัดแย้ง เนื่องจากการโจมตีดังกล่าวส่งผลให้เด็กและครูเสียชีวิตไปมากกว่า 175 ราย ตามรายงานของเจ้าหน้าที่อิหร่าน

เพนตากอนยังไม่ได้เปิดเผยต่อสาธารณะถึงผลการสอบสวนของตนเองต่อการโจมตีมินาบ ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่มีพลเรือนเสียชีวิตมากที่สุดที่เกี่ยวข้องกับกองทัพสหรัฐในรอบหลายทศวรรษ

รอยเตอร์รายงานเมื่อวันที่ 5 มีนาคมว่าการสอบสวนภายในเบื้องต้นของกองทัพสหรัฐ พบว่า กองทัพสหรัฐอาจเป็นผู้รับผิดชอบต่อการโจมตีดังกล่าว

อย่างไรก็ดี ในระหว่างการกล่าวสุนทรพจน์ เปเซชเกียนได้ย้ำหลายครั้งว่า อิหร่านพร้อมที่จะแก้ไขปัญหาความตึงเครียดกับสหรัฐผ่านการเจรจา แต่ก็เตือนว่า เตหะรานจะไม่ยอมรับการใช้วิธีการข่มขู่ด้วยกำลัง

ด้านคณะผู้แทนสหรัฐเดินออกจากห้องประชุมตั้งแต่ช่วงปธน.อิหร่านเริ่มต้นการกล่าวสุนทรพจน์ และคณะผู้แทนสหรัฐประจำสหประชาชาติยังไม่ได้ให้ความเห็นใดๆ ในทันทีเมื่อรอยเตอร์ติดต่อสอบถาม

ส่วนประเด็นนิวเคลียร์ เปเซชเกียนกล่าวว่าอิหร่านไม่มีความตั้งใจที่จะแสวงหาระเบิดนิวเคลียร์ แต่จะไม่ละเลยสิทธิ์ในการพัฒนาโครงการนิวเคลียร์อย่างสันติ

“จะไม่ยอมให้มีอาวุธนิวเคลียร์ และไม่ละทิ้งความรู้ด้านนิวเคลียร์” ปธน.อิหร่านกล่าว

ทั้งนี้ เจ็ดเดือนหลังจากเกิดสงครามกับอิหร่าน ขณะนี้วอชิงตันกำลังเปิดฉากการโจมตีทางเศรษฐกิจอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน หลังจากปฏิบัติการทางทหารล้มเหลวในการบีบบังคับให้เตหะรานยอมจำนน

ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลวหนึ่งในห้าของโลก ได้กลายเป็นจุดศูนย์กลางของความตึงเครียดระหว่างอิหร่านและสหรัฐตลอดช่วง 7 เดือนที่ผ่านมา

แหล่งข่าวในอิหร่านเผยกับข่าวรอยเตอร์เมื่อวันอังคาร (22 ก.ย.) ว่า ทางการอิหร่านได้แจ้งเงื่อนไขสำหรับการเปิดเส้นทางเดินเรือยุทธศาสตร์ดังกล่าวให้สหรัฐทราบผ่านคนกลางแล้ว

“จะเป็นไปได้อย่างไรที่ทุกฝ่ายต่างได้รับประโยชน์จากช่องแคบฮอร์มุซ ในขณะที่อิหร่านกลับถูกกีดกันไม่ให้ใช้เส้นทางเดินเรือนี้ การประจำการกองเรือของฝ่ายที่เป็นปฏิปักษ์อย่างถาวรและการขยายขอบเขตของสงคราม จะไม่นำไปสู่สันติภาพ” เปเซชเกียนย้ำ