วันพุธ ที่ 23 กันยายน 2569

Login
Login

ราคาน้ำมันดิบร่วงต่อเนื่อง จากความหวังการเจรจาอิหร่าน-สหรัฐ 

ราคาน้ำมันดิบร่วงต่อเนื่อง เบรนท์ต่ำกว่า $100 จากความหวังการเจรจาอิหร่าน-สหรัฐ และแนวโน้มการกลับมาเปิดท่อส่งน้ำมันเลี่ยงช่องแคบฮอร์มุซของซาอุดีอาระเบีย  

บลูมเบิร์ก รายงานว่า ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลงต่อเนื่อง หลังสหรัฐระบุว่า การเจรจากับอิหร่านมีความคืบหน้าเพื่อยุติสงครามระหว่างทั้งสองฝ่าย ขณะที่ซาอุดีอาระเบียเดินหน้าเตรียมเปิดใช้งานท่อส่งน้ำมันสายสำคัญอีกครั้ง  

 

น้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ส่งมอบเดือนพฤศจิกายนร่วงลงต่ำกว่า 90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในเช้าวันพุธ (23 ก.ย. 69) หลังจากลดลงราว 10% ในช่วงห้าวันที่ผ่านมา ขณะที่น้ำมันดิบเบรนท์ปิดใกล้ระดับ 99 ดอลลาร์ในวันอังคาร ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์กล่าวว่า เจ้าหน้าที่สหรัฐได้ประชุมกับผู้แทนอิหร่านอย่าง “มีประสิทธิผลอย่างมาก” แม้ก่อนหน้านี้เขาจะขู่ว่าจะทำลายล้างสาธารณรัฐอิสลามระหว่างการกล่าวสุนทรพจน์ต่อสหประชาชาติ โดยทรัมป์ระบุว่าจะมีการประชุมเพิ่มเติมอีก  

ในตะวันออกกลาง ซาอุดีอาระเบียตั้งเป้าฟื้นฟูการส่งออกน้ำมันผ่านท่อส่ง East–West ที่มีความสำคัญภายในไม่กี่วันข้างหน้า ซึ่งจะทำให้ริยาดกลับมาใช้เส้นทางส่งออกที่หลีกเลี่ยงช่องแคบฮอร์มุซได้อีกครั้ง ท่อส่งดังกล่าวมีศักยภาพในการลำเลียงน้ำมัน 7 ล้านบาร์เรลต่อวัน และได้รับความเสียหายจากการโจมตีเมื่อต้นเดือนนี้  

 

อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันยังปรับขึ้นมากกว่า 60% ในปีนี้ เนื่องจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางรบกวนการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นจุดคอขวดด้านพลังงานที่สำคัญที่สุดของโลก การพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันส่งผลให้เงินเฟ้อสูงขึ้น โดยราคาผลิตภัณฑ์น้ำมันปรับขึ้นแรงกว่าน้ำมันดิบเสียอีก ท่ามกลางภาวะเชื้อเพลิงตึงตัว ทรัมป์กล่าวว่าเขาได้สนับสนุนให้ที่ปรึกษาพิจารณาผลักดันการห้ามส่งออกน้ำมันดีเซลของสหรัฐ  

ทรัมป์กล่าวว่า สตีฟ วิตคอฟฟ์ และจาเร็ด คุชเนอร์ ทูตพิเศษของเขาเข้าร่วมการประชุมกับผู้แทนอิหร่านด้วย นอกจากนี้ ผู้นำสหรัฐมีกำหนดพบเจ้าหน้าที่จากประเทศในอ่าวเปอร์เซีย รวมถึงสมาชิกของคณะมนตรีความร่วมมือรัฐอ่าวอาหรับทั้ง 6 ประเทศ ตลอดจนเจ้าหน้าที่จากซีเรีย อิรัก จอร์แดน และตุรกี  

 

ความพยายามหลายครั้งในการยุติสงครามระหว่างวอชิงตันกับเตหะรานยังไม่ประสบผลสำเร็จ รวมถึงข้อตกลงสันติภาพชั่วคราวที่มีผลบังคับใช้เพียงช่วงเวลาสั้น ๆ หลังจากนั้น สหรัฐได้ปิดล้อมท่าเรือของสาธารณรัฐอิสลาม ส่งผลให้รายได้จากการส่งออกพลังงานลดลง ขณะที่อิหร่านตอบโต้ด้วยการโจมตีเรือในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางน้ำที่เชื่อมอ่าวเปอร์เซียเข้ากับตลาดโลก  

 

หลังจากความขัดแย้งดำเนินมานานกว่าหกเดือน ทั้งสองฝ่ายยังคงมีความเห็นไม่ตรงกันในประเด็นสำคัญหลายเรื่อง รวมถึงเรื่องช่องแคบฮอร์มุซ เตหะรานยืนยันว่าตนมีอำนาจควบคุมจุดยุทธศาสตร์สำคัญแห่งนี้ ขณะที่วอชิงตันยืนกรานว่าสถานะของช่องแคบดังกล่าวยังคงไม่เปลี่ยนแปลง  

 

ผู้ค้ายังวิเคราะห์รายงานที่มีข้อมูลทั้งบวกและลบเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงปริมาณน้ำมันสำรองของสหรัฐฯ จากสถาบันปิโตรเลียมอเมริกัน (API) โดยรายงานระบุว่า ปริมาณน้ำมันดิบสำรองทั่วประเทศเพิ่มขึ้น 1.8 ล้านบาร์เรล แต่ปริมาณสำรองน้ำมันเบนซินและน้ำมันกลั่นลดลง ข้อมูลอย่างเป็นทางการมีกำหนดเผยแพร่ในช่วงปลายวันพุธ  

 

  • อัปเดตราคาน้ำมันเช้าวันพุธ (23 ก.ย. 69)  

 

- น้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนพฤศจิกายนลดลง 1% มาอยู่ที่ 89.66 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ณ เวลา 6:57 น. ที่สิงคโปร์  

- น้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนพฤศจิกายนปิดลดลง 1.1% ที่ 99.25 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล วันอังคาร