วันพุธ ที่ 23 กันยายน 2569

Login
Login

'กษัตริย์ซาอุดีอาระเบีย' ประณาม 'ฮูตี' มุ่งโจมตีนครเมกกะอันศักดิ์สิทธิ์

กษัตริย์ซาอุดีอาระเบีย ออกโรงประณามกลุ่มฮูตีในเยเมนว่าเป็นอาชญากรรมที่โหดเหี้ยม และมุ่งโจมตีนครเมกกะอันศักดิ์สิทธิ์

กษัตริย์ซัลมาน บิน อับดุลอาซิซ อัล ซาอุด แห่งซาอุดีอาระเบีย ประณามขบวนการฮูตี กลุ่มติดอาวุธของเยเมนว่าเป็น “กองกำลังติดอาวุธก่อการร้าย” และกล่าวหาด้วยว่า กลุ่มพันธมิตรอิหร่านดังกล่าวมุ่งเป้าโจมตีนครเมกกะอันศักดิ์สิทธิ์ซ้ำแล้วซ้ำเล่า

พระองค์ทรงเรียกการโจมตีกลุ่มฮูตีต่อเมืองศักดิ์สิทธิ์ว่าเป็น “อาชญากรรมที่โหดเหี้ยม” และเป็นการยั่วยุต่อความรู้สึกของชาวมุสลิมทั่วโลก

อย่างไรก็ดี กษัตริย์ซาอุดีอาระเบียทรงได้กล่าวยกย่องกองทัพและหน่วยงานความมั่นคงที่ปกป้องมาตุภูมิและเผชิญหน้ากับการรุกรานต่อสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ผู้แสวงบุญ พลเมือง และผู้อยู่อาศัยในราชอาณาจักรอย่างเด็ดเดี่ยว อีกด้วย

นอกจากนี้ พระองค์ยังทรงกล่าวถึงการพบปะระหว่างมกุฎราชกุมารกับประธานาธิบดีอับเดล ฟัตตาห์ เอล-ซิซี แห่งอียิปต์ ที่กรุงไคโรเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว รวมถึงการสนทนากับประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครงของฝรั่งเศส เกี่ยวกับความพยายามในการเสริมสร้างเสถียรภาพในภูมิภาคและรับประกันความมั่นคงและเสรีภาพในการเดินเรือ

ตามที่สำนักข่าวทางการซาอุดีอาระเบีย (SPA) รายงาน กษัตริย์ซาอุดีอาระเบียวัย 90 ปีทรงแสดงความคิดเห็นประณามฮูตีระหว่างการประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันอังคาร (22 ก.ย.) ซึ่งการที่กษัตริย์ทรงเข้ามาแทรกแซงสถานการณ์ปัจจุบันอย่างรวดเร็วนี้ เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ยาก เนื่องจากกิจการในแต่ละวันส่วนใหญ่ดำเนินการโดยมกุฎราชกุมารโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน พระราชโอรสของพระองค์

การโจมตีที่ร้ายแรงของกลุ่มฮูตีในเดือนนี้ ถือเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงของซาอุดีอาระเบียครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในรอบหลายปี

สัปดาห์ที่แล้ว ซาอุดีอาระเบียเผยว่าได้สกัดกั้นโดรนที่กลุ่มฮูตีส่งไปยังนครเมกกะ ซึ่งเป็นข้อกล่าวหาที่กลุ่มฮูตีปฏิเสธอย่างหนักแน่น โดยผู้นำกลุ่มฮูตี อับเดล-มาลิก อัล-ฮูตี เรียกคำกล่าวอ้างของซาอุดีอาระเบียว่า “คำโกหกที่เลวร้าย”

นับเป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 10 ปี ที่มีการประกาศเตือนภัยด้านความปลอดภัยในนครเมกกะ ซึ่งเป็นที่ตั้งของกะอ์บาฮ์ สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดของศาสนาอิสลาม

สำนักข่าวอัลจาซีรารายงานว่า ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาการโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรนของกลุ่มฮูตี มุ่งเป้าไปที่เมืองต่างๆ โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน และการขนส่งทางเรือของซาอุดีอาระเบียมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งเป็นการเปิดแนวรบใหม่ในความขัดแย้งระดับภูมิภาคที่เริ่มต้นจากสงครามระหว่างสหรัฐและอิสราเอลกับอิหร่านในเดือนกุมภาพันธ์

สถานการณ์ความขัดแย้งที่ทวีความรุนแรงขึ้นยังส่งผลให้ความมั่นคงด้านพลังงานของโลกตกอยู่ในความเสี่ยงมากยิ่งขึ้น เนื่องจากกลุ่มนักรบฮูตีได้ขยายอิทธิพลเข้าควบคุมพื้นที่ชายฝั่งทะเลแดงทั้งหมดของเยเมน ซึ่งเป็นเส้นทางทางเลือกสำหรับการส่งออกน้ำมันของซาอุดีอาระเบียในช่วงที่มีการปิดกั้นช่องแคบฮอร์มุซ

ท่ามกลางความตึงเครียดในภูมิภาคที่เพิ่มสูงขึ้น เมื่อเดือนที่ผ่านมา ซาอุดีอาระเบีย ตุรกี และปากีสถาน ได้ลงนามในข้อตกลงป้องกันประเทศร่วมกันแห่งนครเมกกะ (Mecca Joint Defence Agreement) ซึ่งกำหนดให้การโจมตีด้วยกำลังอาวุธต่อประเทศสมาชิกประเทศใดประเทศหนึ่งถือเป็นการโจมตีต่อทั้งสามประเทศ แต่ยังไม่แน่ชัดว่าการโจมตีของฮูตีจะส่งผลให้สามประเทศเริ่มใช้ข้อตกลงดังกล่าวหรือไม่ หากประกาศใช้ ฮูตีอาจเจอคู่ขัดแย้งเพิ่ม และความขัดแย้งเสี่ยงทวีความรุนแรงมากกว่าเดิม