วันเสาร์ ที่ 19 กันยายน 2569

Login
Login

‘ทรัมป์’ เซ็นคว่ำบาตร ‘รัสเซีย’ ระลอกใหม่ จ่อขายอาวุธ 2.7 พันล้านดอลลาร์ให้ ‘ยูเครน’

กต.สหรัฐอนุมัติขายระบบป้องกันภัยทางอากาศให้กับยูเครน ขณะทรัมป์ลงนามบังคับใช้กฎหมายคว่ำบาตรรัสเซียฉบับครอบคลุม

KEY POINTS

  • กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ อนุมัติข้อเสนอขายอาวุธยุทโธปกรณ์มูลค่า 2.7 พันล้านดอลลาร์ เพื่อยกระดับระบบป้องกันภัยทางอากาศให้แก่ยูเครน โดยข้อเสนอดังกล่าวยังต้องรอการอนุมัติจากสภาคองเกรส
  • ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ลงนามบังคับใช้กฎหมายคว่ำบาตรรัสเซียฉบับใหม่ เพื่อกดดันทางเศรษฐกิจและตัดแหล่งเงินทุนในการทำสงคราม
  • มาตรการคว่ำบาตรมุ่งเป้าไปที่อุตสาหกรรมสำคัญของรัสเซีย ได้แก่ พลังงาน, กลาโหม และกองเรือเงา (Shadow fleet) ที่ใช้หลบเลี่ยงการคว่ำบาตร

กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอนุมัติการขายอาวุธยุทโธปกรณ์มูลค่า 2.7 พันล้านดอลลาร์ เพื่อยกระดับระบบป้องกันภัยทางอากาศให้กับยูเครน ขณะเดียวกัน ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ได้ลงนามบังคับใช้กฎหมายคว่ำบาตรรัสเซียฉบับครอบคลุม เพื่อยกระดับการกดดันทางเศรษฐกิจและตัดท่อน้ำเลี้ยงในการทำสงคราม ท่ามกลางความพยายามยุติความขัดแย้งที่ยังคงยืดเยื้อ

สำนักข่าว Reuters รายงานว่า กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐแจ้งต่อสภาคองเกรสเมื่อช่วงดึกของวันที่ 18 ก.ย. ที่ผ่านมาว่า ได้อนุมัติข้อเสนอการขายยุทโธปกรณ์และบริการที่เกี่ยวข้องเพื่อยกระดับระบบป้องกันภัยทางอากาศให้แก่ยูเครน มูลค่ารวม 2.7 พันล้านดอลลาร์ โดยหากการซื้อขายเสร็จสิ้น ยูเครนจะใช้เงินทุนผสมผสานระหว่างเงินอุดหนุนจากยุโรป และโครงการจัดหาเงินทุนทางทหารต่างประเทศของสหรัฐ (Foreign Military Financing: FMF) ที่ได้รับการจัดสรรไว้ตั้งแต่ยุคอดีตประธานาธิบดี โจ ไบเดน

โครงการ FMF เป็นการให้เงินให้เปล่าเพื่อช่วยเหลือประเทศต่างๆ ในการจัดซื้ออาวุธและยุทโธปกรณ์ที่ผลิตในสหรัฐ โดยเงินก้อนนี้จะถูกนับเป็นเงินทุนสมทบของสหรัฐในกองทุนเพื่อการลงทุนและฟื้นฟูยูเครน (Ukraine Reconstruction Investment Fund) ด้วยการเบิกจ่ายในอัตรา 1:1 ซึ่งกองทุนดังกล่าวถูกตั้งขึ้นภายใต้ข้อตกลงด้านแร่ธาตุที่สหรัฐและยูเครนลงนามร่วมกันเมื่อปีที่แล้ว

สำหรับแพ็กเกจอาวุธในครั้งนี้ประกอบด้วย ขีปนาวุธที่ถอดแบบมาจากรุ่น S-300, ขีปนาวุธ GAM-67, ระบบขีปนาวุธนำวิถีด้วยเลเซอร์ต่อสู้อากาศยานระยะไกล, ชุดดัดแปลงเครื่องยิงและระบบยิงเคลื่อนที่ รวมถึงเรดาร์ระบบต่อต้านโดรน อย่างไรก็ตาม การเสนอขายดังกล่าวยังคงต้องผ่านการพิจารณาจากสภาคองเกรสต่อไป

ในวันเดียวกัน สำนักข่าว Reuters รายงานการแถลงจากทำเนียบขาวว่า ประธานาธิบดีทรัมป์ได้ลงนามบังคับใช้กฎหมายคว่ำบาตรรัสเซียแบบครอบคลุม ซึ่งพุ่งเป้าโจมตีอุตสาหกรรมพลังงาน กลาโหม และกองเรือเงา (Shadow fleet) หรือเรือบรรทุกน้ำมันที่ใช้หลบเลี่ยงการคว่ำบาตร เพื่อตัดแหล่งเงินทุนที่กรุงมอสโกใช้ในการทำสงครามกับยูเครน

กฎหมายฉบับนี้มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า รัฐบัญญัติคว่ำบาตรรัสเซียและอิหร่าน ลินด์ซีย์ โอ. เกรแฮม ปี 2026 เพื่อเป็นเกียรติแก่วุฒิสมาชิกพรรครีพับลิกันจากรัฐเซาท์แคโรไลนาผู้ล่วงลับเมื่อเดือน ก.ค. ซึ่งเป็นผู้สนับสนุนหลักและมีจุดยืนแข็งกร้าวต่อรัสเซีย โดยร่างกฎหมายเพิ่งผ่านการรับรองจากสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่ 16 ก.ย. และวุฒิสภาเมื่อเดือนที่แล้ว

นักวิเคราะห์ประเมินผลกระทบจากมาตรการคว่ำบาตรล่าสุดว่า กฎหมายฉบับนี้ครอบคลุมการเรียกเก็บภาษีศุลกากรจากประเทศคู่ค้าหลักของรัสเซีย อาจกลายเป็นสัญญาณเตือนประเทศอื่นๆ หากตกเป็นเป้าหมายของทรัมป์ในอนาคต เนื่องจากกฎหมายฉบับนี้ยังให้อำนาจประธานาธิบดีสหรัฐในการกำหนดอัตราภาษีที่อาจมีผลบังคับใช้ยาวนานข้ามวาระการดำรงตำแหน่งของประธานาธิบดีไปอีกด้วย

ความเคลื่อนไหวเหล่านี้เกิดขึ้นหลังจากที่ทรัมป์เคยประกาศเมื่อช่วงเข้ารับตำแหน่งเมื่อต้นปีที่แล้วว่า จะยุติสงครามรัสเซีย-ยูเครน แต่เป้าหมายดังกล่าวยังคงไร้ผลแม้จะผ่านวาระการดำรงตำแหน่งมาแล้วถึง 20 เดือนก็ตาม นอกจากนี้ เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา ทรัมป์ยังระบุด้วยว่าจะเรียกร้องให้ชาติต่างๆ ในยุโรปจ่ายเงินคืนแก่สหรัฐ สำหรับความช่วยเหลือทางทหารและอาวุธยุทโธปกรณ์ที่เคยส่งไปให้ยูเครนก่อนหน้านี้