คณะทำงานแสวงหาข้อเท็จจริงของสหประชาชาติ พบหลักฐานบ่งชี้ "สหรัฐ" ก่ออาชญากรรมสงคราม หลังโจมตีโรงเรียนประถมในอิหร่าน คร่าชีวิตประชาชนกว่าร้อยศพ
คณะทำงานแสวงหาข้อเท็จจริงของสหประชาชาติ (ยูเอ็น) เผยว่า มีหลักฐานบ่งชี้ "สหรัฐ" ก่ออาชญากรรมสงครามระหว่างทำสงครามอิหร่าน ซึ่งช่วยเพิ่มน้ำหนักให้กับอิหร่านที่กล่าวหาสหรัฐในลักษณะเดียวกัน
คณะทำงานแสวงหาข้อเท็จจริงระหว่างประเทศอิสระด้านอิหร่านของยูเอ็น เผยในวันพฤหัสบดี (17 ก.ย.) ว่า
"มีหลักฐานบ่งชี้ว่ากองทัพสหรัฐมีส่วนร่วมในการก่ออาชญากรรมสงครามจากการโจมตีแบบไม่จำแนกเป้าหมาย ซึ่งส่งผลให้พลเรือนเสียชีวิตหรือได้รับบาดเจ็บ หรือก่อให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินของพลเรือน”
คณะทำงานชี้ให้เห็นภาพว่า การโจมตีด้วยขีปนาวุธโทมาฮอว์กต่อโรงเรียนประถม คร่าชีวิตผู้คนไปมากกว่า 150 คนในเมืองมินาบ และการโจมตีทางอากาศอื่นๆ ขีปนาวุธได้พุ่งเป้าไปยังศูนย์กีฬาและย่านที่อยู่อาศัยที่สามารถระบุได้อย่างชัดเจน ซึ่งส่งผลให้มีพลเรือนเสียชีวิต 22 ราย
รายงานระบุว่า โรงเรียนที่ถูกโจมตีเป็นจุดปะทะที่กำหนดไว้ และความเสียหายที่เกิดขึ้น ไม่ได้เป็นผลมาจากการโจมตีที่พลาดเป้า หรือความเสียหายข้างเคียงจากการโจมตีฐานที่มั่นของกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามอิหร่าน (IRGC) ที่ตั้งอยู่ติดกับโรงเรียนดังกล่าว
ผู้เชี่ยวชาญเผยว่าพวกเขาไม่พบข้อมูลที่บ่งชี้ว่าโรงเรียนถูกใช้ตามวัตถุประสงค์ทางทหารในช่วงเวลาดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม คณะทำงานแสวงหาความจริงได้กล่าวหาอิหร่านด้วยเช่นกัน โดยบอกว่าอิหร่านละเมิดสิทธิมนุษยชน และก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติ
ด้านเจ้าหน้าที่กระทรวงต่างประเทศสหรัฐกล่าวว่า สหรัฐไม่ให้ความน่าเชื่อต่อการค้นพบของรายงานดังกล่าว และเสริมว่า ยูเอ็นพยายามผลักดันให้เกิดวาทกรรมต่อต้านอเมริกัน และแนวคิดต่อต้านชาวยิว ทั้งยังยอมตามใจระบอบการปกครองที่กดขี่
ซีเอ็นบีซีได้ติดต่อไปยังเพนตากอนเพื่อขอความคิดเห็นแล้ว แต่ยังไม่มีรายงานการตอบกลับคำขอความเห็น
ด้านสำนักข่าวเอพีรายงานว่า ทำเนียบขาวโต้แย้งรายงานดังกล่าวด้วยเช่นกัน โดยโฆษกทำเนียบขาว แอนนา เคลลี กล่าวว่า
“ฝ่ายเดียวในความขัดแย้งนี้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องอาชญากรรมสงคราม คือ ระบอบอิหร่าน”
ทั้งนี้ วอชิงตันได้ถอนตัวออกจากคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนยูเอ็นผ่านคำสั่งฝ่ายบริหารจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เมื่อเดือน ก.พ. 2025 โดยอ้างว่า หน่วยงานยูเอ็นและองค์กรยูเอ็นบางแห่ง รวมถึงคณะมนตรีดังกล่าว กระทำการขัดต่อผลประโยชน์ของสหรัฐ
อย่างไรก็ดี ความหวังที่จะเริ่มการเจรจาเกี่ยวกับความขัดแย้งในตะวันออกกลางอีกครั้งกำลังเพิ่มสูงขึ้น
ลุ้นอิหร่านร่วมประชุมสมัชชาใหญ่ยูเอ็น
รายงานจาก MS NOW ระบุว่า แหล่งข่าวเจ้าหน้าที่รัฐเผยว่า การประชุมระหว่างประเทศอาหรับในอ่าวเปอร์เซีย สหรัฐ และอิหร่าน อาจเกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกับการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติในสัปดาห์หน้า รายงานนี้ออกมาในขณะที่สหรัฐอนุมัติการเดินทางของผู้แทนอิหร่านในการเข้าร่วมงานประชุมสมัชชาใหญ่
ด้านโฆษกกระทรวงต่างประเทศกล่าวว่า คณะผู้แทนอิหร่านจะอยู่ภายใต้ข้อจำกัดด้านการเดินทาง และจะถูกห้ามไม่ให้ซื้อสินค้าลักชูรี หรือสินค้าอื่นๆ
เอพีรายงานว่า คณะผู้แทนอิหร่านอาจรวมถึง ประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเกียนของอิหร่าน และอับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน





