แหล่งข่าววงในชาวอิหร่านสามรายเผย จีนขออิหร่านเป็นการส่วนตัวให้ช่วยควบคุมกลุ่มฮูตี ตามที่ซาอุดีอาระเบียร้องขอมา
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานอ้างแหล่งข่าวอิหร่านสามรายว่า ซาอุดีอาระเบียหันมาขอความช่วยเหลือจากจีน หลังกลุ่มฮูตีรุกคืบอย่างรวดเร็วตามแนวชายฝั่งทะเลแดงและรอบช่องแคบบับเอลมันเดบ ทำให้การส่งออกน้ำมันของซาอุดีและการเดินเรือตกอยู่ในความเสี่ยง
แหล่งข่าวกล่าวว่า จีนเรียกร้องให้อดทนอดกลั้น พูดคุย และฟื้นฟูความปลอดภัยในการเดินเรือ แต่ข้อความส่วนตัวถึงอิหร่านไปไกลกว่าที่แถลงการณ์ต่อสาธารณะ รัฐบาลปักกิ่งต้องการให้อิหร่านใช้อิทธิพลที่มีเหนือฮูตีช่วยป้องกันความขัดแย้งไม่ให้ขยายวงไปถึงเส้นทางพลังงาน ที่จีน ประเทศที่มีเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับสองของโลกต้องใช้
แหล่งข่าวไม่ได้เผยรายละเอียดว่าข้อความมีว่าอย่างไร หรือเป็นการพูดคุยระหว่างที่นายอับบาส อารักชี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอิหร่านไปเยือนจีนเมื่อวันพุธ (16 ก.ค.) หรือไม่
รัฐบาลเตหะรานตอบจีนว่า เสถียรภาพและสันติภาพในภูมิภาคขึ้นอยู่กับการสิ้นสุดของสงครามสหรัฐ-อิสราเอลทำต่ออิหร่าน
แหล่งข่าวทั้งสามคนกล่าวด้วยว่า ทางการจีนไม่ได้ข่มขู่ชัดเจนหรือส่งสัญญาณว่าปักกิ่งจะกดดันทางเศรษฐกิจ หากเตหะรานไม่ใช้อิทธิพลที่มีต่อกลุ่มฮูตี
“จีนไม่อยากเห็นความตึงเครียดในภูมิภาคขยายวงไปถึงเยเมนและทะเลแดง ความไร้เสถียรภาพที่ขยายวงไม่เป็นประโยชน์กับฝ่ายใดทั้งสิ้น” กระทรวงการต่างประเทศจีนตอบข้อซักถามของรอยเตอร์
“อธิปไตยและความมั่นคงของทุกประเทศควรได้รับความเคารพ โครงสร้างพื้นฐานสำคัญต่อการดำรงชีวิตของประชาชนต้องไม่ตกเป็นเป้า จีนขอเรียกร้องให้ยุติการกระทำที่ทำให้สถานการณ์ซับซ้อนยิ่งขึ้นไปอีก และขอให้แก้ปัญหาผ่านการพูดคุยและเจรจา”
กระทรวงการต่างประเทศอิหร่านและสำนักงานสื่อรัฐบาลซาอุดียังไม่ให้ความเห็นกับรอยเตอร์
- อันตรายขยายวง
จีนเป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของอิหร่านมานานกว่าทศวรรษและยังคงเป็นผู้ซื้อน้ำมันรายหลักของอิหร่าน ข้อมูลจาก Kpler บริษัทวิเคราะห์และรวบรวมข้อมูลสินค้าโภคภัณฑ์ระบุว่า การสั่งซื้อของจีนคิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 80% ของปริมาณการส่งออกน้ำมันทางทะเลของอิหร่านในปี 2025 ปริมาณเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 1.4 ล้านบาร์เรลต่อวัน
“ปักกิ่งเป็นรัฐบาลหนึ่งในไม่กี่รายที่สามารถกดดันอิหร่านให้คุมฮูตีได้” นักการทูตอาวุโสชาวตะวันตกรายหนึ่งในภูมิภาคให้ความเห็น
ฮูตี มีบทบาทในทศวรรษ 1990 ต่อต้านอิทธิพลทางศาสนานิกายซุนนีของซาอุดีอาระเบียในเยเมน ได้รับการติดอาวุธ ฝึกฝน และได้เงินทุนจากอิหร่าน กลายเป็นส่วนหนึ่งของ “อักษะแห่งการต่อต้าน” (Axis of Resistance) ไม่เอาชาติตะวันตกและอิสราเอล
ภัยคุกคามใด ๆ ของฮูตีต่อการเดินเรือในทะเลแดงและผ่านช่องแคบบับเอลมันเดบ จะยิ่งทำให้วิกฤติพลังงานโลกเลวร้ายลงไปอีก เนื่องจากอิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุซไปแล้ว และเพิ่มความเสี่ยงอันตรายขยายวงไปในภูมิภาค
ในเมื่อช่องแคบฮอร์มุซตกอยู่ในสภาพที่แทบจะปิดตายอยู่แล้ว การที่กลุ่มฮูตีโจมตีเรือหรือท่าเรือในทะเลแดงอย่างต่อเนื่องจะส่งผลให้เส้นทางส่งออกน้ำมันสายหลักทั้งสองสายของตะวันออกกลางต้องหยุดชะงักลงพร้อมกันถือเป็นการเปิดสมรภูมิใหม่ทั้งในวิกฤติพลังงานและความขัดแย้งในภาพรวมระหว่างอิหร่านกับสหรัฐอเมริกา
แหล่งข่าวรายหนึ่งกล่าวว่า ขณะนี้อิหร่านและพันธมิตรกำลังกดดันทั้งสองจุดยุทธศาสตร์ของเส้นทางเดินเรือที่สำคัญในภูมิภาค ซึ่ง “จีนต้องพึ่งพาเส้นทางทั้งสองแห่งนี้”
อเล็กซ์ วาทันกา ผู้อำนวยการโครงการอิหร่านที่สถาบันตะวันออกกลางในวอชิงตัน กล่าวว่า ปักกิ่งอาจต่อต้านแรงกดดันของสหรัฐต่อเตหะราน แต่ผลประโยชน์ของจีนในตะวันออกกลางไปไกลเกินอิหร่าน น้ำมันนำเข้าของจีนราวครึ่งหนึ่งมาจากภูมิภาคนี้ ขณะที่การค้าขายระหว่างจีนกับรัฐสภาความร่วมมืออ่าวเปอร์เซียรวมแล้วราว 3 แสนล้านดอลลาร์ต่อปี
“อิหร่านอาจป่วนช่องแคบฮอร์มุซได้ แต่ถึงจุดหนึ่งข้อได้เปรียบนั้นเริ่มทำลายทุก ๆ อำนาจที่เตหะรานต้องพึ่งพามากขึ้นทุกขณะ” วาทันกาให้ความเห็น
- จีนบนทางสองแพร่ง
แหล่งข่าวทั้งสามรายกล่าวต่อ ยังไม่ทราบแน่ชัดว่า เตหะรานจะทำตามที่ปักกิ่งร้องขอหรือไม่ แต่ความสัมพันธ์ดังกล่าวถือว่าสำคัญยิ่งสำหรับอิหร่านทั้งในด้านเศรษฐกิจและยุทธศาสตร์ ในช่วงที่อิหร่านยังคงเผชิญกับความเป็นปฏิปักษ์จากสหรัฐ
จีนเป็นหนึ่งในไม่กี่ประเทศที่มีขีดความสามารถด้านการเงิน เข้ามาลงทุนในสิ่งที่เตหะรานต้องการเพื่อคงอุตสาหกรรมน้ำมันและบรรเทาแรงกดดันทางเศรษฐกิจได้ จากความบอบช้ำเพราะสงครามและมาตรการคว่ำบาตร
ไม่เพียงเท่านั้นปักกิ่งยังมีอิทธิพลทางการทูต ในปี 2023 เคยเป็นคนกลางทำข้อตกลงฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างอิหร่านกับซาอุดีอาระเบีย หลังจากเป็นปรปักษ์กันมานานหลายปี
กระนั้น อิทธิพลที่ว่าก็มีจำกัด เสียงวิจารณ์ในอิหร่านโอดครวญว่า การค้าการลงทุนนอกภาคน้ำมันของจีนมีค่อนข้างน้อยนับตั้งแต่สองประเทศลงนามความร่วมมือ 25 ปีกันในปี 2021 โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเทียบกับคำมั่นที่จีนรับปากมากขึ้นเรื่อย ๆ ว่าจะลงทุนกับประเทศในอ่าวเปอร์เซีย
จีนยังคงเป็นตัวแปรที่อิหร่านเพิกเฉยไม่ได้ก็จริง แต่แหล่งข่าวสองรายมองว่า ผลประโยชน์ของปักกิ่งเป็นเพียงหนึ่งในหลาย ๆ ตัวแปรที่ต้องพิจารณา การตัดสินใจของอิหร่านถูกกำหนดโดยลำดับความสำคัญทางยุทธศาสตร์ เศรษฐกิจ และการเมือง
“เตหะรานและปักกิ่งต่างต้องการกันและกัน จีนเป็นตัวแปรที่อิหร่านไม่อาจมองข้ามได้ปักกิ่งต้องการให้เปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้งและรักษาความปลอดภัยในการขนส่งทางทะเลในทะเลแดง” นักการทูตตะวันตกรายเดิมกล่าว
นักวิเคราะห์ระบุว่า บททดสอบสำคัญอยู่ที่ว่าจีนพร้อมที่จะกำหนดมาตรการตอบโต้หากข้อเรียกร้องของตนไม่ได้รับการตอบสนองหรือไม่ โดยมองว่าท้ายที่สุดแล้ว สัญญาณที่ชัดเจนที่สุดถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลปักกิ่งก็คือหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่าจีนพร้อมจะใช้ประโยชน์จากอำนาจต่อรองที่มีเหนืออิหร่าน





