วันพุธ ที่ 16 กันยายน 2569

Login
Login

'ซาอุดีอาระเบีย' อ้างฮูตียิงโดรนโจมตี ‘นครเมกกะ’ แต่สกัดได้ทัน

ทางการซาอุดีอาระเบีย อ้างฮูตีมุ่งเป้าโจมตี "นครเมกกะ" อันศักดิ์สิทธิ์ เมื่อวันอังคาร (15 ก.ย.69) แต่สามารถสกัดโดรนของฮูตีได้ทัน

โฆษกของกองกำลังพันธมิตรที่นำโดยซาอุดีอาระเบียในเยเมน รายงานในวันพุธ (16 ก.ย.69) ว่า ระบบป้องกันภัยทางอากาศซาอุดีอาระเบียสามารถทำลายโดรนของฮูตีได้บริเวณทางใต้ของนครเมกกะ ก่อนที่โดรนจะรุกล้ำน่านฟ้าต้องห้ามเหนือเมืองศักดิ์สิทธิ์ ขณะที่การสู้รบกำลังขยายวงกว้างในตะวันออกกลาง

ตูร์กี อัล-มัลกี โฆษกกระทรวงแถลงการณ์ว่า โดรนลำดังกล่าวถูกสกัดเมื่อเย็นวันอังคาร (15 ก.ย.69) ซึ่งเป็นความพยายามครั้งที่สองของกลุ่มฮูตีที่ต้องการโจมตีนครเมกกะ หลังจากเคยยิงขีปนาวุธใส่เมืองนี้เมื่อเดือนก.ค. ปี 2017 และเป็นการโจมตีที่เกิดขึ้นหลังจากมีการสู้รบกันอย่างต่อเนื่องหนึ่งสัปดาห์ระหว่างนักรบฮูตีที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน และซาอุดีอาระเบีย

ซาอุดีอาระเบียยังได้ออกประกาศเตือนภัยความปลอดภัยสำหรับนครเมกกะในวันอังคาร แต่ตามรายงานของสำนักข่าวซาบา โมฮัมเหม็ด อัล-ฟาราห์ สมาชิกสำนักงานการเมืองของกลุ่มฮูตี ปฏิเสธว่ากลุ่มไม่ได้โจมตีเมืองดังกล่าว และเรียกข้อกล่าวหานี้ว่า “เป็นการโกหก”

ทั้งนี้ นครเมกกะเป็นที่ตั้งของสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดแห่งหนึ่งในศาสนาอิสลาม และเป็นจุดศูนย์กลางของการประกอบพิธีฮัจญ์ประจำปี ด้านโฆษกกองกำลังพันธมิตร อัล-มัลกี กล่าวในแถลงการณ์ว่า การรักษาความปลอดภัยของนครเมกกะถือเป็น “เส้นแดง”

การโจมตีซาอุดีอาระเบียได้สั่นสะเทือนตลาดพลังงานโลก ซึ่งกำลังปั่นป่วนจากสงครามระหว่างสหรัฐกับอิหร่านที่ดำเนินมา 6 เดือนแล้ว และทำให้การขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซลดลงอย่างมาก

ล่าสุด กลุ่มฮูตีได้ยึดครองพื้นที่บางส่วนของชายฝั่งทะเลแดงของเยเมนในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ใกล้กับช่องแคบบาบ เอล มันเดบ หนึ่งในช่องแคบที่สำคัญที่สุดของโลก และเป็นภัยคุกคามต่อการส่งออกน้ำมันของซาอุดีอาระเบียที่เปลี่ยนเส้นทางขนส่งมาจากช่องแคบฮอร์มุซ

กลุ่มฮูตียังได้ประกาศการโจมตีครั้งใหญ่หลายครั้งต่อซาอุดีอาระเบียในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา รวมถึงการโจมตีฐานทัพอากาศเมื่อวันจันทร์ (14 ก.ย.69) ซึ่งพวกเขากล่าวว่า เป็นการตอบโต้การโจมตีทางอากาศในเยเมน เจ้าหน้าที่พันธมิตรทางทหารที่นำโดยซาอุดีอาระเบีย เผยว่า การโจมตีฐานทัพอากาศดังกล่าวทำให้พลเรือนบาดเจ็บ 13 ราย

ด้านซาอุดีอาระเบียกล่าวโทษกลุ่มเคลื่อนไหวที่สนับสนุนอิหร่านอีกกลุ่มหนึ่ง ซึ่งมีฐานอยู่ในอิรักว่าเป็นผู้ก่อเหตุโจมตีเส้นทางการขนส่งน้ำมันที่สำคัญที่สุดเส้นหนึ่งของราชอาณาจักรอย่าง “ท่อส่งน้ำมันตะวันออก-ตะวันตก” ที่ข้ามทะเลทรายอาหรับ เมื่อวันศุกร์ (11 ก.ย.69) ซึ่งทำให้ซาอุดีอาระเบีย ต้องปิดทำการท่อส่งดังกล่าว และยังไม่ชัดเจนว่าจะกลับมาดำเนินการได้เมื่อใด ขณะที่ต้องใช้น้ำมันสำรองในท่าเรือยันบูในทะเลแดง ส่งออกไปก่อน และน้ำมันเหล่านั้นกำลังจะหมดลง หากท่อส่งดังกล่าวยังไม่เปิดทำการ ตลาดพลังงานอาจได้รับผลกระทบอีกระลอก

 

 

 


พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์