วันพุธ ที่ 16 กันยายน 2569

Login
Login

สงครามอิหร่าน ‘เผาเงิน’ สหรัฐ ทะลุ ‘1.2 ล้านล้านบาท’

สงครามสหรัฐ-อิหร่าน ‘เผาเงิน’ ไปแล้วกว่า 1.2 ล้านล้านบาท และจ่อเผาเพิ่มอีกเดือนละ 1 แสนล้านบาท สะเทือนตั้งแต่คลังอาวุธที่อาจต้องใช้ถึง 5 ปีในการเติมกลับ ไปจนถึงราคาพลังงาน เงินเฟ้อ และฐานะการคลัง ท่ามกลางหนี้สหรัฐที่ทะลุ 1,300 ล้านล้านบาท

สงครามสหรัฐกับอิหร่านที่ยืดเยื้อมา “นาน 6 เดือน” นอกจากทำให้ช่องแคบฮอร์มุซหยุดชะงักแล้ว ยังกำลังสร้างภาระหนักอึ้งทั้งต่อคลังแสง เศรษฐกิจ และฐานะการคลังของสหรัฐ โดยสำนักงานงบประมาณรัฐสภาสหรัฐ (CBO) ประเมินว่า สงครามครั้งนี้สร้างต้นทุนไปแล้ว 3.8 หมื่นล้านดอลลาร์หรือราว “1.2 ล้านล้านบาท”  และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 3 พันล้านดอลลาร์หรือราว “1 แสนล้านบาท” ต่อเดือน หากการสู้รบยังดำเนินต่อไป

รายงานของ CBO ซึ่งรวบรวมค่าใช้จ่ายถึงวันที่ 1 ส.ค. ระบุว่า ต้นทุนส่วนใหญ่เกิดจากการใช้ยุทโธปกรณ์และกระสุนจำนวนมาก โดยเฉพาะขีปนาวุธพิสัยไกลความแม่นยำสูง ขณะที่การเติมคลังอาวุธสหรัฐให้กลับสู่ระดับเดิม อาจต้อง “ใช้เวลานานถึง 5 ปี”

ปัญหาดังกล่าวสร้างความกังวลต่อความพร้อมของกองทัพสหรัฐ หากต้องเผชิญความขัดแย้งครั้งใหญ่อื่นในอนาคต โดยเฉพาะสถานการณ์ที่อาจเกี่ยวข้องกับจีนและไต้หวัน ก่อนหน้านี้ พีต เฮกเซธ รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐ ได้ร้องขอเงินฉุกเฉินเกือบ 9 หมื่นล้านดอลลาร์ (ราว 3 ล้านล้านบาท) จากสภาคองเกรส เพื่อเร่งเติมคลังอาวุธ พร้อมเตือนว่า หากไม่ได้รับงบประมาณดังกล่าว สหรัฐอาจเผชิญภาวะขาดแคลนยุทโธปกรณ์สำคัญ

อย่างไรก็ตาม ทำเนียบขาวและกระทรวงกลาโหมสหรัฐโต้แย้งข้อกังวลจากข้อมูลสำนักข่าวต่าง ๆ เรื่องคลังอาวุธ โดยยืนยันว่า สหรัฐยังมีอาวุธ กระสุน และยุทโธปกรณ์เพียงพอต่อเป้าหมายทางยุทธศาสตร์ของรัฐบาล

ผลกระทบของสงคราม ยังลุกลามเข้าสู่เศรษฐกิจ หลังการโจมตีในช่องแคบฮอร์มุซและโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในประเทศรอบอ่าวเปอร์เซีย จนทำให้ราคาพลังงานสูงขึ้น โดย CBO ประเมินว่า สงครามอาจทำให้อัตราเงินเฟ้อสหรัฐ “เพิ่มขึ้นราว 0.5%” ในช่วง 3 เดือนแรกของปี 2570

สำหรับ “ตัวเลขราว 1.2 ล้านล้านบาท” ยังอาจไม่ใช่ต้นทุนทั้งหมด เนื่องจากรายงานยังไม่รวมความเสียหายจากการโจมตีเรือพาณิชย์และฐานทัพสหรัฐในระยะหลัง รวมถึงต้นทุนดอกเบี้ยจากการกู้เงินเพื่อทำสงคราม ซึ่งอาจเพิ่มภาระอีกหลายหมื่นล้านดอลลาร์

ความเสียหายไม่ได้จำกัดอยู่เพียงค่าอาวุธ กระทรวงกลาโหมสหรัฐยังรายงานว่า อิหร่านสร้างความเสียหาย และทำลายอาคารหลายร้อยหลังในฐานทัพสหรัฐทั่วตะวันออกกลาง รวมถึงเครื่องบินรบ เครื่องบินเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศ และโดรน

ยิ่งไปกว่านั้น สงครามยังสร้างความสูญเสียด้านชีวิต โดยมี “ทหารสหรัฐเสียชีวิตแล้ว 18 นาย” นับตั้งแต่ความขัดแย้งเริ่มต้นขึ้น

ทั้งนี้ ทรัมป์มักเปรียบเทียบสงครามอิหร่านกับสงครามครั้งใหญ่ของสหรัฐในอดีต โดย “สงครามอิรัก” ที่กินเวลานาน 8 ปี และมีทหารภาคพื้นดินสหรัฐมากกว่า 100,000 นายในช่วงสูงสุด มีต้นทุนประมาณ 2 ล้านล้านดอลลาร์ (ราว 66 ล้านล้านบาท)

ส่วน “สงครามอัฟกานิสถาน” ที่กินเวลายาวนานถึง 2 ทศวรรษ และเคยมีกำลังทหารสหรัฐมากกว่า 100,000 นายในช่วงที่การสู้รบรุนแรงที่สุด มีต้นทุนรวมประมาณ 2.3 ล้านล้านดอลลาร์ (ราว 76 ล้านล้านบาท)

แม้ต้นทุนสงครามอิหร่านในปัจจุบันยังห่างจากสงครามทั้งสองครั้ง แต่ตัวเลขที่เพิ่มขึ้นประมาณ “1 แสนล้านบาททุกเดือน” โดยเฉพาะเมื่อเกิดขึ้นในช่วงที่ฐานะการคลังของสหรัฐเผชิญแรงกดดันอยู่แล้ว หลังหนี้สาธารณะรวมของประเทศ “ทะลุ 40 ล้านล้านดอลลาร์” (ราว 1,300 ล้านล้านบาท) ในเดือนส.ค. สะท้อนว่า หากสงครามยังคงยืดเยื้อ นี่จะเป็นหนึ่งในตัวบั่นทอนเศรษฐกิจและสถานะการคลังของสหรัฐในระยะยาว

อ้างอิง: reuters