วันอาทิตย์ ที่ 13 กันยายน 2569

Login
Login

เรืออิหร่านถูกโจมตีกลางฮอร์มุซ ดับ 1 เจ็บ 4 ซ้ำวิกฤติฮูตี-ซาอุฯ ปิดท่อส่งหลัก ดันราคาน้ำมันพุ่ง

เกิดเหตุโจมตีเรือพาณิชย์อิหร่านในช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่ซาอุดีอาระเบียสั่งปิดท่อส่งน้ำมันสายหลักชั่วคราวจากเหตุโดรนถล่ม

KEY POINTS

  • เกิดเหตุโจมตีเรือพาณิชย์อิหร่านในช่องแคบฮอร์มุซ ทำให้มีผู้เสียชีวิต 1 รายและบาดเจ็บ 4 ราย ท่ามกลางความขัดแย้งที่ทวีความรุนแรงขึ้นในตะวันออกกลาง
  • ซาอุดีอาระเบียสั่งปิดท่อส่งน้ำมันสายหลักเป็นการชั่วคราวหลังถูกโจมตีด้วยโดรน ขณะที่ความขัดแย้งกับกลุ่มฮูตีในเยเมนยังคงดำเนินต่อไป
  • วิกฤตการณ์ที่เกิดขึ้นสร้างความกังวลต่ออุปทานพลังงานโลก ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบพุ่งสูงทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางทวีความรุนแรงขึ้น หลังเกิดเหตุโจมตีเรือพาณิชย์อิหร่านในช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่ทางการซาอุดีอาระเบียต้องสั่งปิดท่อส่งน้ำมันสายหลักเป็นการชั่วคราวจากเหตุโดรนถล่ม จนสร้างความกังวลอย่างยิ่งต่อความมั่นคงด้านอุปทานพลังงานโลก ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบพุ่งทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

สำนักข่าว Al Jazeera รายงานว่า สำนักงานปฏิบัติการการค้าทางทะเลของสหราชอาณาจักร (UKMTO) รายงานเหตุโจมตีเรือในช่องแคบฮอร์มุซเมื่อวันที่ 13 ก.ย. ส่งผลให้เกิดเพลิงไหม้และลูกเรือต้องอพยพอย่างเร่งด่วน

ในเวลาไล่เลี่ยกัน สถานีโทรทัศน์ IRIB ของทางการอิหร่าน รายงานเหตุโจมตีเรือพาณิชย์อิหร่านใกล้กับเกาะเฮนกัมและชายฝั่งชิบเดราซของเกาะเคชม ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย และบาดเจ็บอีก 4 ราย

ฮอสเซน อามีร์ เตย์มูรี ผู้ว่าการเกาะเคชมประณามเหตุการณ์นี้ว่าเป็นการโจมตีโดย "ศัตรูผู้ก่อการร้ายสหรัฐ" ซึ่งนับเป็นความรุนแรงล่าสุดที่เกิดขึ้นในเส้นทางน้ำสายสำคัญ ท่ามกลางการตอบโต้กันไปมาระหว่างสหรัฐและอิหร่านผ่านการโจมตีเรือบรรทุกสินค้า

ด้านสำนักข่าว Reuters รายงานอ้างกองกำลังป้องกันภัยฝ่ายพลเรือนซาอุดีอาระเบียที่ระบุว่า กลุ่มฮูตีได้ยิงถล่มภูมิภาคจาซาน ทำให้มีผู้บาดเจ็บ 2 ราย และอาคารหลายแห่งรวมถึงมัสยิดได้รับความเสียหาย

ขณะที่สถานีโทรทัศน์ Al Masirah ของกลุ่มฮูตี อ้างว่าซาอุดีอาระเบียได้ปฏิบัติการโจมตีทางอากาศ 3 ครั้งในจังหวัดทาอิซของเยเมน และอ้างว่ามีการโจมตีทางอากาศจากซาอุดีอาระเบียถึง 129 ครั้งในช่วง 48 ชั่วโมงที่ผ่านมา

นอกจากนี้ แหล่งข่าวรัฐบาลเยเมนเปิดเผยกับสำนักข่าว Reuters ว่า กลุ่มฮูตีได้เข้ายึดครองเกาะเปริม ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญบริเวณช่องแคบบับเอลมันเดบ ทางตอนใต้ของทะเลแดงแล้วตั้งแต่วันที่ 11 ก.ย. ที่ผ่านมา จนอาจเพิ่มอำนาจต่อรองให้รัฐบาลเตหะรานสามารถควบคุมเส้นทางขนส่งน้ำมันหลักของภูมิภาคได้เบ็ดเสร็จ

เหตุการณ์สำคัญที่สร้างแรงสั่นสะเทือนต่อตลาดพลังงานโลกเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 12 ก.ย. ที่ผ่านมา เมื่อทางการซาอุดีอาระเบียประกาศระงับการใช้งานท่อส่งน้ำมันตะวันออก-ตะวันตก (East-West pipeline) เป็นการชั่วคราว หลังจากเกิดการโจมตีด้วยโดรน ซึ่งทั้งรัฐบาลแบกแดดและริยาดระบุว่าโดรนเหล่านั้นมีต้นทางมาจากประเทศอิรัก อันเป็นพื้นที่ปฏิบัติการของกองกำลังติดอาวุธที่สนับสนุนอิหร่าน

ภาพถ่ายดาวเทียมเผยให้เห็นกลุ่มควันดำพวยพุ่งจากบริเวณท่อส่งน้ำมันทางตอนใต้ของเมืองเมดินา แม้กระทรวงการต่างประเทศซาอุดีอาระเบียจะยังไม่เปิดเผยรายละเอียดถึงผลกระทบต่อการส่งออก แต่ยืนยันว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บและความเสียหายซึ่งกำลังอยู่ระหว่างการประเมิน

ท่อส่งน้ำมันความยาว 1,200 กิโลเมตรสายนี้มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์อย่างยิ่ง เนื่องจากใช้เป็นเส้นทางหลักในการส่งออกน้ำมันตะวันออกกลางสู่ตลาดโลกในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา เพื่อทดแทนช่องแคบฮอร์มุซที่ถูกปิดกั้นจากภาวะสงคราม ท่อสายนี้สามารถลำเลียงน้ำมันได้ 4-5 ล้านบาร์เรลต่อวัน หรือคิดเป็น 4-5% ของอุปทานโลก ช่วยให้ซาอุดีอาระเบียรอดพ้นจากภาวะชะงักงันที่ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อผู้ส่งออกน้ำมันและก๊าซรายอื่นๆ ในอ่าวอาหรับ

วิกฤติที่ลุกลามนี้มีแนวโน้มดันราคาพลังงานให้พุ่งสูงขึ้นไปอีก หลังจากสัปดาห์ที่ผ่านมาราคาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งกลับไปเหนือระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่ราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลในสหรัฐทะยานทำสถิติสูงสุดเหนือ 6 ดอลลาร์ต่อแกลลอน

ความขัดแย้งที่ขยายวงกว้างทำให้สหรัฐต้องเผชิญกับภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออกว่า ควรเข้าช่วยเหลือซาอุดีอาระเบียปราบปรามกลุ่มกบฏฮูตีหรือไม่ เพราะอาจเสี่ยงต่อการดึงสหรัฐเข้าสู่สงครามเต็มรูปแบบ

แหล่งข่าว 3 รายระบุกับสำนักข่าว Reuters ว่า เจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน มกุฎราชกุมารแห่งซาอุดีอาระเบีย ทรงต่อโทรศัพท์หารือกับ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ เมื่อวันที่ 10 ก.ย. ที่ผ่านมา เพื่อขอรับการสนับสนุนทางทหาร ซึ่งผู้นำสหรัฐตอบกลับว่ารัฐบาลวอชิงตันจะยังไม่แทรกแซงโดยตรงในขณะนี้ แต่จะให้ความช่วยเหลือด้านข่าวกรอง

ทั้งนี้ ทรัมป์ยืนยันว่ามีการหารือกับผู้นำซาอุดีอาระเบียจริง พร้อมระบุเสริมว่ากลุ่มฮูตีก็ได้ติดต่อมายังรัฐบาลสหรัฐเพื่อขอให้ไม่เข้ามาเกี่ยวข้องโดยตรงกับความขัดแย้งครั้งนี้ และทรัมป์ยังแสดงความเห็นว่าอิหร่านน่าจะอยู่เบื้องหลังเหตุโจมตีท่อส่งน้ำมันด้วย

โอกาสในการคลี่คลายวิกฤตผ่านวิถีทางการทูตยังคงริบหรี่ นับตั้งแต่ข้อตกลงเมื่อเดือน มิ.ย. ล่มลง ก็ยังไม่มีการเจรจาระหว่างสหรัฐและอิหร่านเกิดขึ้นอีกเลย

อิบราฮิม อาซีซี หัวหน้าคณะกรรมการความมั่นคงแห่งชาติของรัฐสภาอิหร่าน ยืนกรานว่าการเจรจาจะไม่มีประโยชน์จนกว่าสหรัฐจะยอมรับเงื่อนไขทั้งหมดของฝ่ายอิหร่าน แม้กระทรวงการต่างประเทศอิหร่านจะเตรียมเข้าร่วมการประชุมหารือร่วมกับชาติอาหรับในอ่าวเปอร์เซียที่ประเทศโอมานในวันจันทร์นี้เพื่อหารือถึงอนาคตของช่องแคบฮอร์มุซ แต่เจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิหร่านกลับประเมินว่ามีโอกาสน้อยมากที่จะเกิดความก้าวหน้าสำคัญ หรือเกิดการลงนามในข้อตกลงใดๆ