เรือบรรทุกเครื่องบินยูเอสเอส จอร์จ วอชิงตัน เดินทางถึงตะวันออกกลางแล้วตั้งแต่วันพุธ และเริ่มปฏิบัติการในน่านน้ำที่เกี่ยวข้องกับอิหร่านอย่างต่อเนื่อง ความเคลื่อนไหวนี้มีผลอย่างไรต่อภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก
เว็บไซต์นิกเกอิเอเชียรายงานว่า โดยปกติเรือบรรทุกเครื่องบินยูเอสเอส จอร์จ วอชิงตัน ประจำการอยู่ที่ฐานทัพโยโกสุกะ ประเทศญี่ปุ่น การที่เรือเดินทางไปถึงตะวันออกกลางตั้งแต่วันพุธ (19 ส.ค.) เท่ากับว่าปัจจุบันไม่มีเรือบรรทุกเครื่องบินสหรัฐประจำอยู่ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกเลย
เมื่อสมทบกับเรือยูเอสเอส จอร์จ เอช ดับเบิลยู บุช ที่อยู่ในพื้นที่ก่อนแล้ว หมายความว่ามีเรือบรรทุกเครื่องบินสองลำในตะวันออกกลาง ตรงข้ามกับภูมิภาคอินโดแปซิฟิกที่ก่อนเกิดความขัดแย้งกับอิหร่านต้องมีเรือบรรทุกเครื่องบินประจำการอยู่สองลำ ตอนนี้มีไม่สักลำ ถ้าการสู้รบเกี่ยวข้องกับอิหร่านยืดเยื้อ เอเชียแปซิฟิกก็จะไม่มีเรือบรรทุกเครื่องบินสหรัฐต่อไปอีก
เรือจอร์จ วอชิงตัน มาแทนที่ เรือยูเอสเอส อับราฮัม ลินคอล์น ที่ปฏิบัติการในทะเลอาหรับมาตั้งแต่เดือน ม.ค. และไม่ได้แวะเทียบท่าที่ไหนเลยนับตั้งแต่ออกจากกวมในเดือน ธ.ค. เป็นเรือบรรทุกเครื่องบินสหรัฐที่ปฏิบัติการยาวนานที่สุดทุบสถิติ จนเกิดความกังวลว่า สุขภาพกายและใจของลูกเรือจะเสื่อมถอย
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยกเลิกแผนโจมตีทางทหารต่ออิหร่าน หันมาใช้วิธีกดดันทางเศรษฐกิจอย่างเข้มข้น กองทัพสหรัฐยังอยู่ในทะเลอาหรับเพื่อปิดล้อมเรือไม่ให้เข้าออกท่าเรืออิหร่าน การสับเปลี่ยนเรือบรรทุกเครื่องบินจึงถูกมองว่าเป็นการเตรียมการกดดันทางเศรษฐกิจยืดเยื้อ
เรือจอร์จ วอชิงตัน ถูกส่งไปประจำการที่โยโกสุกะในปี 2024 และตั้งแต่นั้นมาก็ได้ฝึกซ้อมร่วมกับกองกำลังป้องกันตนเองทางทะเลของญี่ปุ่นอย่างกว้างขวางเพื่อเสริมสร้างความสามารถในการทำงานร่วมกัน เรือลำนี้ถูกใช้เป็นสัญลักษณ์การดำรงอยู่ในเอเชียของกองทัพสหรัฐ ในปี 2025 ยังเป็นสถานที่ที่ทรัมป์และนายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทาคาอิจิ แสดงสุนทรพจน์ระหว่างที่ประธานาธิบดีสหรัฐมาเยือนญี่ปุ่นด้วย
การที่สหรัฐหั่นการซ้อมรบร่วมกับเกาหลีใต้ที่เริ่มต้นขึ้นเมื่อวันจันทร์ (17 ส.ค) โดยหันไปให้ความสำคัญกับการปรับความสัมพันธ์เกาหลีเหนือ ส่งผลให้กิจกรรมทางทหารของสหรัฐในเอเชียแปซิฟิกอาจลดลงต่อเนื่องอีก ขณะที่จีนเร่งปฏิบัติการกองทัพของตน
ในเดือน ก.ค. จีนทดสอบขีปนาวุธปล่อยยิงจากเรือดำน้ำ (SLBM) ขีดความสามารถติดหัวรบนิวเคลียร์ ตกลงใกล้เขตเศรษฐกิจจำเพาะของตูวาลู ประเทศเกาะแปซิฟิก ในเดือน มิ.ย. และ ก.ค. กองทัพจีนและรัสเซียยังซ้อมรบร่วมกันหลายครั้ง รวมถึงการลาดตระเวนของเครื่องบินทิ้งระเบิดและการฝึกซ้อมทางทะเลด้วยกระสุนจริง
ที่มา: นิกเกอิเอเชีย



