วันอังคาร ที่ 1 กันยายน 2569

Login
Login

ทูตไทยชี้คาซัคสถานโอกาสมหาศาล รอผู้ประกอบการไทย l World Pulse

“คาซัคสถาน” พันธมิตรสำคัญในเอเชียกลาง เป็นที่จับตามองของคนไทยมากขึ้น หลังจากสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้ไปเยือนอย่างเป็นทางการในเดือนที่ผ่านมา ตามคำเชิญของ เยียร์เมค โคเชียร์บาเยฟ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสาธารณรัฐคาซัคสถาน

 ปี 2027 ไทยและคาซัคสถานเตรียมฉลองครบรอบ 35 ปีความสัมพันธ์ทางการทูต ถือเป็นหมุดหมายสำคัญของมิตรภาพสองประเทศ วันก่อนในงานวันชาติฝรั่งเศส 14 ก.ค. World Pulse แอบเห็น มาร์กุลาน บัยมุข่าน (H.E. Mr. Margulan Baimukhan) เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐคาซัคสถานประจำประเทศไทย คุยอะไรกับนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล อยู่นานสองนาน แอบถามแหล่งข่าววงในได้ความว่า “อาจจะเป็นการเชิญเยือนคาซัคสถานอย่างเป็นทางการ” ถ้าเป็นเช่นนั้นจริงๆ ความสัมพันธ์ทวิภาคีก็จะยกระดับไปอีกขั้น 

ถ้าจะคุยเรื่องประเทศนี้ให้ลึกซึ้งต้องคุยกับ ปิยะพิณ นิยมฤกษ์ เอกอัครราชทูต ณ กรุงอัสตานา ซึ่งมารับตำแหน่งได้ปีครึ่งแล้ว

"จริงๆ แล้วอยากบอกว่า พี่ตื่นมาทุกๆ วันก็ยังรู้สึกมีความสุขที่ได้อยู่ที่นี่   เป็นประเทศที่ไม่ค่อยมีใครรู้จัก แต่มีความสวยงามในแต่ละฤดูทั้งสี่ฤดู  หน้าหนาวที่ติดลบ 40 องศาแต่จริงๆ แล้วสวยเหมือนหนังเรื่อง Frozen พอเปลี่ยนเป็นฤดูใบไม้ผลิ ก็มีความงามอีกแบบหนึ่ง หน้าร้อนก็มีความเฉียบอีกแบบหนึ่ง"  ทูตปิยะพิณกล่าวกับ World Pulse นอกรอบการประชุมธุรกิจ Thailand Kazakhstan Business Forum ที่เมืองอัลมาตี อดีตเมืองหลวง 

ไหนๆ มาคุยกันที่เมืองศูนย์กลางธุรกิจท่านทูตจึงแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวของคาซัคสถานที่ไม่ใกล้ไม่ไกลแต่คนไทยยังไม่รู้จัก  นั่นคือ ทะเลสาบโคลไซ (Kolsai Lakes) อยู่ไม่ห่างจากอัลมาตี ขับรถไปประมาณ 3.5 ชั่วโมงก็ถึง 

"สวยไม่แพ้ทะเลสาบในสวิตเซอร์แลนด์หรือแคนาดาแล้วค่าใช้จ่ายก็ไม่สูงมากเท่ากับเราไปยุโรปค่ะ" ท่านทูตการันตี 

หาข้อมูลเพิ่มเติมจากเว็บไซต์ kazakhstan-tourism.com พบว่า ทะเลสาบโคลไซ ได้รับการยกย่องเป็น “ไข่มุกแห่งเทียนชาน” ธรรมชาติงดงามตระการตา ห่างจากอัลมาตี 300 กม. ประกอบด้วยทะเลสาบสามแห่งท่ามกลางเทือกเขาคุงเกอ-อาลาเตา แต่ละแห่งมีความงามเฉพาะตัว ทั้งยังมีน้ำตกและภูมิทัศน์หลากหลายเหมาะกับการทำกิจกรรมกลางแจ้งนานาชนิด  

ได้ยินอย่างนี้หลายคนคงอยากแพ็กกระเป๋าไปเที่ยวคาซัคสถานกันในทันที แล้วนักธุรกิจล่ะ มีโอกาสอะไรให้พวกเขาบ้าง เพราะคาซัคสถานเป็นประเทศใหญ่สุดในเอเชียกลาง หนทางทำธุรกิจก็น่าจะมากด้วยเช่นกัน 

ทูตปิยะพิณกล่าวว่า จริงๆ แล้วสองประเทศมีศักยภาพสูงมาก แต่การค้าและการลงทุนใหญ่ๆ ยังน้อย เท่ากับว่าศักยภาพที่ยังไม่ได้ใช้ยังมีอีกมาก จำเป็นต้องศึกษากัน ประกอบกับสถานการณ์ด้านภูมิรัฐศาสตร์ตอนนี้ทำให้สองฝ่ายหันมามองกันมากขึ้น คาซัคสถานเป็นประตูสู่เอเชียกลาง ไทยเป็นประตูสู่อาเซียน การจัดงาน Thailand Kazakhstan Business Forum ถือเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูต นักธุรกิจทั้งสองฝ่ายได้มารู้จักกัน สร้างเครือข่าย สร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ 

"ที่ผ่านมาเรารู้สึกเหมือนเป็นคนแปลกหน้า เขาไม่รู้จักเราในฐานะหมุดหมายของการลงทุนการค้า ต่อไปนี้เขาเห็นเราแล้ว เมื่อมีคำว่า Thailand ขึ้นมา เขารู้แล้วว่าเรามีดีในเรื่องของการค้า การลงทุน ไม่ใช่แค่เป็น จุดหมายการท่องเที่ยวเท่านั้น" ทูตปิยะพิณย้ำ 

สำหรับนักธุรกิจไทยที่อยากมาตลาดคาซัคสถาน  ท่านทูตแนะนำว่า ต้องเริ่มต้นจากการศึกษากฎระเบียบ หาพันธมิตรที่ไว้วางใจได้ แล้วสร้างเครือข่าย โดยสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอัสตานา พร้อมอำนวยความสะดวก หลังจากรองนายกฯ สีหศักดิ์มาเยือนในครั้งนี้ได้สร้างโมเมนตัมทางการเมืองตามมามากมาย แค่จัดงาน Business Forum ในช่วงเช้า ตกบ่ายมีอีเมลมาสอบถามสถานทูตมากมายถึงโปรไฟล์ของบริษัทไทยที่มาร่วมงานซึ่งสถานทูตรับหน้าที่ประสานต่อไป

ส่วนการบ้านที่รองนายกฯ สีหศักดิ์ฝากไว้อีกหนึ่งเรื่องคือ ปีนี้คาซัคสถานเป็นประธาน Eurasian Economic Union (EAEU ประกอบด้วยอาร์เมเนีย เบลารุส คาซัคสถาน คีร์กิซสถาน และรัสเซีย) และยินดีสนับสนุนให้ไทยเปิดเจรจาการค้าเสรีกับ EAEU ซึ่งสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอัสตานามีหน้าที่ต้องติดตามความคืบหน้าอย่างใกล้ชิด แล้ว World Pulse จะนำมาอัปเดตเรื่อยๆ คาดว่ากว่าจะถึงวาระครบรอบ 35 ปีความสัมพันธ์ ไทยกับคาซัคสถานน่าจะมีความร่วมมือที่ก้าวหน้ายิ่งขึ้นในหลายๆ ด้าน