สำนักข่าว AP รายงานว่า นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล และประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ได้หารือแบบพบหน้ากันเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เปิดฉากสงครามร่วมกับอิหร่าน โดยผู้นำอิสราเอลระบุว่าการประชุมที่ทำเนียบขาวเมื่อวันอังคารที่ผ่านมาดำเนินไปอย่าง "ยอดเยี่ยม" ถือเป็นโอกาสสำคัญในการฟื้นฟูความสัมพันธ์ที่เริ่มมีรอยร้าวระหว่างสองชาติพันธมิตร ท่ามกลางแรงกดดันทางการเมืองในประเทศที่ทั้งสองผู้นำกำลังเผชิญ
การหารือใช้เวลานานเกือบชั่วโมงครึ่ง โดยโฆษกทำเนียบขาว ระบุว่าบรรยากาศเป็นไปในทิศทางบวกและสร้างสรรค์ ขณะที่ประธานาธิบดีทรัมป์ได้โพสต์ข้อความบนโซเชียลมีเดียในเวลาต่อมาว่า เป็นการประชุมที่ดีมากและมีการหารือในประเด็นสำคัญหลายเรื่อง แต่ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติม
การพบปะครั้งนี้เกิดขึ้นในห้วงเวลาที่ผู้นำทั้งสองต่างเผชิญแรงกดดันอย่างหนักในประเทศ โดยเนทันยาฮูกำลังเตรียมตัวลงสู้ศึกเลือกตั้ง ท่ามกลางกระแสวิจารณ์จากความสัมพันธ์ที่แย่ลงกับทรัมป์ ในขณะที่ผู้นำสหรัฐเองก็ถูกกดดันให้ยุติสงคราม ซึ่งสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจและดันให้ราคาสินค้าพุ่งสูงขึ้น ก่อนที่การเลือกตั้งกลางเทอมจะมาถึงในเดือนพฤศจิกายนนี้
แหล่งข่าวเจ้าหน้าที่อิสราเอลที่ทราบข้อมูลการประชุมเปิดเผยโดยไม่ประสงค์ออกนามว่า เนทันยาฮูได้ยืนยันอย่างชัดเจนต่อทรัมป์และคณะรัฐมนตรีว่า หากอิสราเอลถูกอิหร่านโจมตี อิสราเอลจะต้องตอบโต้ แต่อิสราเอลจะเชื่อมั่นในการตัดสินใจของประธานาธิบดีสหรัฐสำหรับก้าวต่อไป
แม้ก่อนหน้านี้จะมีสัญญาณความตึงเครียดระหว่างผู้นำทั้งสอง แต่หลังการประชุม เนทันยาฮูได้โพสต์ข้อความแสดงความพึงพอใจอย่างมาก โดยระบุว่าการประชุมครั้งนี้มี "ทีมงานระดับสูงทั้งหมด" ของทรัมป์เข้าร่วม ซึ่งรวมถึงรองประธานาธิบดี เจ.ดี. แวนซ์ ที่ก่อนหน้านี้เคยวิจารณ์อิสราเอลและเตือนว่าทรัมป์คือเพื่อนคนเดียวที่อิสราเอลมีในหมู่ผู้นำโลก
เนทันยาฮูกล่าวเป็นภาษาฮีบรูว่า "เมื่อผมบอกว่ายอดเยี่ยม ผมไม่ได้หมายถึงแค่ผิวเผิน แต่เป็นการพูดคุยด้วยความเป็นหุ้นส่วนที่สมบูรณ์แบบ มีการสนับสนุนซึ่งกันและกัน และเข้าใจถึงเป้าหมายร่วมกันในการป้องกันไม่ให้อิหร่านมีอาวุธนิวเคลียร์ ตลอดจนเป้าหมายอื่นๆ ด้วย"
ทั้งนี้ หลังจากการหารือครั้งสำคัญ เนทันยาฮูได้เดินทางไปร่วมพิธีศพของวุฒิสมาชิก ลินด์ซีย์ เกรแฮม พร้อมกับทรัมป์และแวนซ์ โดยผู้นำอิสราเอลยังมีโอกาสได้พูดคุยกับประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน ที่เพิ่งเข้าพบผู้นำสหรัฐไปก่อนหน้านั้นในวันเดียวกัน
ก่อนหน้าการพบปะ ทรัมป์ได้แสดงความไม่พอใจต่อเนทันยาฮูจากรายงานที่ว่า ผู้นำอิสราเอลเตรียมหารือเกี่ยวกับข้อมูลข่าวกรองเรื่องกิจกรรมของอิหร่านที่ภูเขาพิกแอกซ์ ซึ่งเป็นพื้นที่ต้องสงสัยว่าเป็นศูนย์นิวเคลียร์ที่ผู้นำสหรัฐเคยขู่หลายครั้งว่าจะทิ้งระเบิดโจมตี ทรัมป์ให้สัมภาษณ์กับสื่อว่าเขารู้ดีว่าเกิดอะไรขึ้นที่นั่น และมองว่าสิ่งที่อิหร่านทำไม่ใช่ปัญหาใหญ่ พร้อมระบุว่าเนทันยาฮูหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาเพียงเพราะอยากให้สหรัฐมีส่วนร่วมต่อไป
เจ้าหน้าที่อิสราเอลเผยถึงประเด็นนี้ว่า เนทันยาฮูได้ย้ำกับทรัมป์ไปว่า อิสราเอลจะแบ่งปันข้อมูลข่าวกรองกับสหรัฐเสมอ แต่ก็เข้าใจดีว่าสหรัฐมีกรอบเวลาและปัจจัยที่ต้องพิจารณาของตนเอง โดยเฉพาะผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับชาติพันธมิตรอื่นๆ ในภูมิภาค หากสหรัฐตัดสินใจยกระดับปฏิบัติการทางทหาร
ท้ายที่สุด เจ้าหน้าที่อิสราเอลระบุว่า ผู้นำทั้งสองยังได้ประเมินทิศทางและหารือถึงกรอบข้อตกลงที่สหรัฐและอิสราเอลได้ลงนามร่วมกับเลบานอนเพื่อยุติสงครามระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ รวมถึงแนวทางการขยายผลข้อตกลงอับราฮัม (Abraham Accords) ซึ่งเป้าหมายหลักในระยะต่อไปของข้อตกลงนี้ คือการเป็นกุญแจสำคัญในการฟื้นฟูความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างชาติอาหรับและชาติที่มีประชากรส่วนใหญ่เป็นมุสลิมกับอิสราเอลให้กลับสู่ระดับปกติ เพื่อสร้างเสถียรภาพระยะยาวในภูมิภาคตะวันออกกลางต่อไป


