บลูมเบิร์ก รายงานว่า จีนเปิดเผยว่า สหรัฐ ได้ให้คำมั่นว่าจะจำกัดเพดานภาษีศุลกากรทดแทน (Replacement Tariffs) สำหรับสินค้าจีนไว้ที่ไม่เกิน 20% ซึ่งเป็นการกำหนดขีดจำกัดสำหรับการขึ้นภาษีเพิ่มเติม หลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ได้กำหนดจัดเก็บภาษีอัตราใหม่
กระทรวงพาณิชย์ของจีนได้เปิดเผยข้อตกลงดังกล่าวเป็นครั้งแรกเมื่อวันจันทร์ (27 ก.ค. 69) โดยระบุว่าวอชิงตันได้ให้คำมั่นนี้ไว้ระหว่างการเจรจาการค้าทวิภาคี การที่ปักกิ่งชี้ให้เห็นว่าอัตราภาษีทดแทนปัจจุบันอยู่ที่ 12.5% ดูเหมือนเป็นการส่งสัญญาณว่าสหรัฐ ยังมีช่องว่างให้ปรับขึ้นได้อีก 7.5% ก่อนจะชนเพดานที่ตกลงกันไว้
ภาษีอัตราใหม่ของคณะทำงานทรัมป์เกิดขึ้นในขณะที่ประธานาธิบดีสหรัฐ กำลังสร้างกำแพงภาษีขึ้นมาใหม่เพื่อปกป้องอุตสาหกรรมในประเทศ หลังจากศาลฎีกาได้ยกเลิกมาตรการเก็บภาษีชุดเดิม อัตราภาษีใหม่นี้เป็นไปตามระดับภาษีที่เคยเสนอเมื่อเดือนที่แล้วกับพันธมิตรทางการค้า 60 ราย โดยอ้างเหตุผลเรื่องความพยายามที่ไม่เพียงพอในการจัดการกับปัญหาแรงงานบังคับ ทั้งนี้ อัตราภาษีใหม่จะมาแทนที่ภาษีทั่วโลกอัตรา 10% ซึ่งหมดอายุไปเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม
นอกจากนี้ สหรัฐ ยังได้เปิดการสอบสวนแยกต่างหากเกี่ยวกับจีน โดยอ้างประเด็น “กำลังการผลิตส่วนเกิน” ในภาคการผลิตของจีน ซึ่งผลการสอบสวนในอนาคตอาจนำไปสู่การขึ้นภาษีเพิ่มเติมได้อีกในอนาคต
ในส่วนของจีน มาตรการตอบโต้ต่อภาษีเฟนทานิลและภาษีตอบโต้รอบแรกของสหรัฐ ยังคงมีผลบังคับใช้ตามเดิม กระทรวงพาณิชย์จีนยังได้วิพากษ์วิจารณ์วอชิงตันที่กำหนดภาษีโดยอ้างความกังวลเรื่องแรงงานบังคับ โดยปักกิ่งย้ำว่าตนได้จัดตั้งกรอบกฎหมายที่ครอบคลุมเพื่อป้องกันและปราบปรามการกระทำดังกล่าวแล้ว
“เราจะยังคงเฝ้าระวังและประเมินมาตรการถัดไปของสหรัฐ อย่างใกล้ชิด และขอสงวนสิทธิ์ในการใช้มาตรการที่จำเป็นทั้งหมด” กระทรวงฯ ระบุ พร้อมเรียกร้องให้สหรัฐ แก้ไข “การกระทำที่ผิดพลาด” ยกเลิกภาษีฝ่ายเดียว และเดินหน้าแก้ไขความขัดแย้งผ่านการเจรจาต่อไป
จีนกล่าวเพิ่มเติมว่า สหรัฐ ได้ระบุว่าภาษีใหม่นี้จะเข้ามาแทนที่ภาษีที่เคยจัดเก็บภายใต้พระราชบัญญัติอำนาจฉุกเฉินทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ (IEEPA) และค่าธรรมเนียมนำเข้าตามมาตรา 122
- สงครามการค้าจีน-สหรัฐผ่อนคลาย
การที่จีนยังไม่ออกมาตรการตอบโต้เพิ่มเติมในทันที บ่งชี้ว่าทิศทางการผ่อนคลายความตึงเครียดกำลังดำเนินต่อไป ซึ่งในส่วนใหญ่มาจาก “ข้อตกลงพักรบด้านภาษี” ที่ช่วยยุติการปะทะกันในสงครามภาษี โดยก่อนหน้านี้ในปีที่แล้ว ภาษีที่สหรัฐ เรียกเก็บเคยพุ่งขึ้นไปสูงสุดถึง 145%
ข้อตกลงระยะเวลา 1 ปีฉบับนี้ ซึ่งถูกเปิดเผยในการประชุมสุดยอดระหว่างประธานาธิบดีทรัมป์และประธานาธิบดีสี จิ้นผิงที่เกาหลีใต้ และมีกำหนดจะหมดอายุในเดือนพฤศจิกายนนี้หากไม่ได้ขยายเวลา ได้ส่งผลให้มีการ “ระงับชั่วคราว” มาตรการภาษีบางส่วน มาตรการจำกัดด้านแร่หายาก ตลอดจนการสอบสวนผู้ประกอบการอู่ต่อเรือของจีนด้วย
ภายใต้เงื่อนไขของข้อตกลงที่บรรลุร่วมกันในมาเลเซียเมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว อัตราภาษีที่แท้จริงสำหรับสินค้านำเข้าจากจีนไปยังสหรัฐ เคยขึ้นไปถึงประมาณ 30% และต่อมาได้ลดลงหลังจากภาษีบางส่วนถูกศาลฎีการร่ายยกเลิก และในเดือนพฤษภาคม จีนส่งสัญญาณว่าจะยอมรับการขึ้นภาษีของสหรัฐ บางส่วนให้อยู่ในระดับที่เคยเจรจากันไว้เมื่อปีที่แล้ว และจะเดินหน้าเจรจาเพื่อขยายเวลาการพักศึกสงครามการค้าต่อไป


