‘สหรัฐ’ แุถลงการณ์ประณามต่อการกระทำที่พวกเขามองว่าเป็นอันตรายของยามฝั่งฝ่ายจีนในพื้นที่พิพาททะเลจีนใต้ ด้านปักกิ่งโต้กลับ ยามชายฝั่งมะนิลาเป็นฝ่ายเริ่มก่อน
“สหรัฐ” ประณาม “จีน” ต่อสิ่งที่พวกเขามองว่าเป็น การกระทำที่ “อันตรายและก้าวร้าว” ต่อบุลคากรของกองทัพเรือฟิลิปปินส์ ในความขัดแย้งในน่านน้ำทะเลจีนใต้ หลังจากมะนิลาเผยว่า เจ้าหน้าที่ยามชายฝั่งชาวจีนคนหนึ่งใช้กระบองตีศีรษะลูกเรือชาวฟิลิปปินส์ซ้ำๆ จนได้รับบาดเจ็บ และเรือยางของกองทัพเรือก็ได้รับความเสียหาย
ทอมมี พิกอตต์ โฆษกกระทรวงต่างประเทศสหรัฐแถลงการณ์ในวันจันทร์ว่า “เรายืนเคียงข้างพันธมิตรของเรา ฟิลิปปินส์” พร้อมเรียกร้องให้ปักกิ่งยุติพฤติกรรมที่ก่อให้เกิดความไม่มั่นคงโดยทันที และยืนยันคำตัดสินของศาลอนุญาโตตุลาการในปี 2016 ที่ระบุว่าการอ้างสิทธิ์ในทะเลจีนใต้ของจีนนั้นไม่มีหลักการพื้นฐานรองรับในกฎหมายระหว่างประเทศ
กองทัพฟิลิปปินส์กล่าวว่าเหตุการณ์ปะทะเกิดขึ้นใกล้กับเรือรบ BRP Sierra Madre ซึ่งเป็นเรือรบที่กองทัพเรือฟิลิปปินส์นำมาจอดไว้บนสันดอนเมื่อเกือบ 30 ปีก่อนเพื่อยืนยันสิทธิ์ในพื้นที่ของตน
กองทัพฯ ระบุว่า
เรือยางของจีนซึ่งบรรทุกบุคลากร 8 คน เข้ามาใกล้ฐานปฏิบัติการในระยะใกล้ และ “ตอบโต้ด้วยความรุนแรงและก้าวร้าว” เมื่อเรือรบของกองทัพเรือฟิลิปปินส์ 2 ลำ เคลื่อนตัวเข้าไปขับไล่เรือของจีนออกไป
การเผชิญหน้ากันในสันดอนโธมัสที่ 2 ในวันจันทร์ (20 ก.ค.) มีขึ้นขณะที่ มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐมีกำหนดการเยือนมะนิลาในสัปดาห์นี้ เพื่อร่วมประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน)
การเยือนของรูบิโอยังมีขึ้นหลายวันหลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวหาปักกิ่งว่าแทรกแซงการเลือกตั้งของสหรัฐอย่างมาก
ทั้งนี้ สันดอนดังกล่าวเป็นหนึ่งในจุดปะทุความขัดแย้งที่อ่อนไหวที่สุดในทะเลจีนใต้ ซึ่งเป็นจุดที่ปักกิ่งอ้างความเป็นเจ้าของพื้นที่น่านน้ำดังกล่าวเกือบทั้งหมด แม้ว่าคำตัดสินของคณะอนุญาโตตุลาการในปี 2016 จะระบุว่าข้อเรียกร้องของปักกิ่งไม่มีหลักการพื้นฐานรองรับในกฎหมายระหว่างประเทศ
อนึ่ง พื้นที่แนวปะการังสันดอนโธมัสที่ 2 อยู่ในเขตเศรษฐกิจพิเศษของฟิลิปปินส์ แต่มักเกิดการปะทะกับจีนกันซ้ำแล้วซ้ำเล่าตั้งแต่ปี 2023 โดยเรือจีนได้ใช้ปืนฉีดน้ำ เลเซอร์ และการพุ่งชนเพื่อขัดขวางภารกิจส่งเสบียงของฟิลิปปินส์
ในขณะที่วอชิงตันมีภาระผูกพันกับมะนิลาด้วยสนธิสัญญาป้องกันร่วมกันที่ลงนามในปี 1951 ซึ่งหมายความว่าหากสถานการณ์ในพื้นที่ดังกล่าวบานปลายอย่างรุนแรง สหรัฐสามารถร่วมสนับสนุนฟิลิปปินส์ได้
อย่างไรก็ตาม ปักกิ่งแย้งคำกล่าวอ้างของฟิลิปปินส์ โดยหน่วยยามฝั่งจีนระบุว่า
เรือยางของฟิลิปปินส์ที่ปล่อยออกจากเรือ Sierra Madre อย่างผิดกฎหมาย ได้เพิกเฉยต่อคำเตือนซ้ำแล้วซ้ำเล่าของฝ่ายจีน และพุ่งชนเรือตรวจการณ์ของหน่วยยามฝั่งจีน ทั้งยังอ้างว่าเจ้าหน้าที่ฟิลิปปินส์ใช้ไม้พาย และไม้ยาวทำร้ายเจ้าหน้าที่จีน
‘จีน-ฟิลิปปินส์’ เรียกทูตเข้าพบ ปมขัดแย้งทะเลจีนใต้
สำนักงานประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ รายงานว่าประธานาธิบดีเฟอร์ดินาน มาร์กอส จูเนียร์ ได้เรียกเอกอัครราชทูตจีนประจำกรุงมะนิลาเข้าพบ ในวันอังคาร (21 ก.ค.) การประกาศนี้มีขึ้นหลายชั่วโมงนับตั้งแต่ทูตฟิลิปปินส์ประจำกรุงปักกิ่งถูกเรียกพบ หลังจากที่ทั้งสองฝ่ายต่างกล่าวหาว่าอีกฝ่ายเป็นผู้ก่อให้เกิดความตึงเครียดในทะเลจีนใต้ที่เป็นข้อพิพาท
แคลร์ คาสโตร ผู้ช่วยเลขาธิการฝ่ายสื่อสารของประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ ยืนยันกับผู้สื่อข่าวว่า มาร์กอสได้เรียกตัว จิง ฉวน เอกอัครราชทูตจีนเข้าพบ เมื่อเวลา 17.00 น. ของวันอังคาร ตามเวลาท้องถิ่น หลังจากที่ก่อนหน้านี้ในวันเดียวกัน กระทรวงการต่างประเทศจีนเผยว่าได้เรียกตัวทูตฟิลิปปินส์เข้าพบเช่นกัน ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศจีนกล่าวว่า ฝ่ายฟิลิปปินส์เป็นฝ่ายเริ่มก่อเหตุก่อน แต่กลับหันมากล่าวหาตอบโต้ บิดเบือนข้อเท็จจริง และสร้างกระแสข่าวที่เป็นอันตราย


