วันอาทิตย์ ที่ 26 กรกฎาคม 2569

Login
Login

รมต. ต่างประเทศออสเตรเลีย เตือน เอเชียเสี่ยงไร้เสถียรภาพ หลัง จีนเดินหน้าเสริมแกร่งกองทัพหนัก

รัฐมนตรีต่างประเทศออสเตรเลีย เผย ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกเผชิญความเสี่ยงไร้เสถียรภาพเพิ่มมากขึ้น โดยชี้ไปที่ความพยายามในการเพิ่มความแข็งแกร่งของกองทัพจีน

เพนนี หว่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศออสเตรเลีย ให้สัมภาษณ์พิเศษกับสถานีโทรทัศน์บลูมเบิร์ก ในช่วงการเยือนประเทศฟิลิปปินส์วันนี้ ว่า ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกเผชิญกับการกระทำที่บ่อนทำลายเสถียรภาพ (more destabilizing actions) ที่เพิ่มมากขึ้นจากการทดสอบขีปนาวุธและความพยายามในการเสริมความแข็งแกร่งทางการทหาร

“ช่วงเวลานี้เป็นช่วงเวลาที่ยากลำบาก เราเห็นการกระทำที่บ่อนทำลายเสถียรภาพ เรากำลังเผชิญกับความท้าทายต่อสันติภาพและความปลอดภัย” หว่องกล่าว

เธอกล่าวต่อว่า “เราเห็นการเสริมสร้างความแข็งแกร่งของกองทัพครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่สอง” พร้อมทั้งเสริมว่า “จีนอาจโต้แย้งกลับมาว่าเป็นสิทธิ์ของตนที่จะพัฒนากองทัพของตัวเอง แต่สิ่งที่ประเทศต่างๆ ต้องการจากความพยายามของจีนในครั้งนี้คือความชัดเจนของเจตนาและความโปร่งใส”

ทั้งนี้ หว่องเดินทางไปฟิลิปปินส์เพื่อเข้าร่วมประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน (Association of Southeast Asian Nations) ร่วมกับ มาร์โก รูบิโอ และ หวัง อี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศสหรัฐและจีน ตามลำดับ

หว่องกล่าวต่อว่า กลุ่มประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีความสำคัญต่อผลประโยชน์เชิงยุทธศาสตร์ของออสเตรเลีย เพราะผลประโยชน์มีความคล้ายคลึงกันมาก ขณะที่ความสัมพันธ์เชิงยุทธศาสตร์หลักยังเป็นสหรัฐ แต่ออสเตรเลียก็พยายามอย่างมากในการสร้างความสัมพันธ์กับฟิลิปปินส์ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อินโดนีเซีย และประเทศอื่นในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ความพยายามเชื่อม 'ออสเตรเลีย' กับ 'เอเชีย'

หว่องเริ่มพัฒนาความสัมพันธ์กับประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งในปี 2022 ร่วมทั้งลงนามข้อตกลงทางการทหารกับปาปัวนิวกินี ฟิจิ อินโดนีเซีย และอินเดีย รวมทั้งอีกหลายประเทศหมู่เกาะแปซิฟิก

ทั้งนี้ บทวิเคราะห์บลูมเบิร์ก เผยว่า ที่ผ่านมา ออสเตรเลียพยายามกระชับความสัมพันธ์กับจีนหลังจากที่ความสัมพันธ์ทางการทูตแย่ลงในช่วงโควิด-19 แม้ว่าจะยังไม่ได้กลับมาสู่จุดที่ใกล้ชิดแบบเดิมก็ตาม

ที่ผ่านมา ออสเตรเลียพยายามป้องกันไม่ให้นักลงทุนจีนเข้าถึงอุตสาหกรรมที่มีความละเอียดอ่อนในประเทศ รวมทั้งจำกัดการเข้าถึงของทุนจีนในกลุ่มประเทศแปซิฟิก

ออสเตรเลียพยายามสร้างสมดุลระหว่างความสัมพันธ์ทางการทูตกับผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจที่เกิดจากการค้ากับจีน รวมทั้งพันธมิตรทางการทหารกว่าเจ็ดทศวรรษกับสหรัฐอเมริกา ซึ่งความพยายามในการสร้างสมดุลนี้ยิ่งซับซ้อนมากขึ้นจากความคาดเดาไม่ได้ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์

อ้างอิง: Bloomberg