วันอาทิตย์ ที่ 19 กรกฎาคม 2569

Login
Login

‘ทรัมป์’ รื้อระบบเงินช่วยเหลือต่างประเทศ ทุ่มงบหนุนโครงการ Make America Great Again ทั่วยุโรป

สำนักข่าว Financial Times รายงานว่า รัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐ เตรียมปรับโครงสร้างและทิศทางการจัดสรรเงินช่วยเหลือต่างประเทศครั้งใหญ่ โดยมุ่งเน้นการอัดฉีดเม็ดเงินสนับสนุนโครงการที่สอดคล้องกับอุดมการณ์ทำให้อเมริกากลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง (Make America Great Again: MAGA) ในยุโรปและภูมิภาคอื่นๆ 

กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐส่งเอกสารแจ้งถึงสมาชิกสภานิติบัญญัติ ระบุถึงแผนการจัดสรรงบประมาณใหม่นี้ไว้อย่างชัดเจน โดยประเด็นที่น่าจับตาคือการเสนอวงเงิน 2 ล้านดอลลาร์เพื่อ “ต่อต้านการเซ็นเซอร์” ที่เป็นผลสืบเนื่องมาจากกฎระเบียบของสหภาพยุโรป (EU) เช่น กฎหมายบริการดิจิทัล (Digital Services Act) และกฎหมายตลาดดิจิทัล (Digital Markets Act)

นอกจากนี้ สหรัฐยังมีแผนอัดฉีดเงินอีก 5 ล้านดอลลาร์เพื่อ “สร้างพันธมิตรทางอารยธรรม” (Civilisational alliance) ในทวีปยุโรป โดยเงินทุนก้อนนี้จะถูกนำไปใช้ในโครงการที่มุ่งปกป้องเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น การแข่งขันทางการเมือง และอำนาจอธิปไตยของชาติต่างๆ

อีกหนึ่งความเคลื่อนไหวที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์คือ การเตรียมมอบเงิน 5 ล้านดอลลาร์ให้กับ Free Speech Union International ซึ่งเป็นเครือข่ายของกลุ่ม Free Speech Union ในอังกฤษที่ก่อตั้งโดย โทบี ยัง นักการเมืองฝ่ายอนุรักษ์นิยม แม้เว็บไซต์ขององค์กร จะระบุว่า มีจุดยืนเป็นกลางทางการเมือง แต่นักวิจารณ์มองว่ากลุ่มนี้เป็นหัวหอกสำคัญในการขับเคลื่อนอุดมการณ์ฝ่ายขวาและแนวคิด Anti-woke หรือต่อต้านกระแส Woke นั่นเอง 

ทางด้าน โทบี ยัง ยอมรับว่าเครือข่ายของตนมีความสนใจที่จะขอรับเงินสนับสนุนจากทางการสหรัฐ เพื่อส่งเสริมสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกในประเทศที่กลุ่มปฏิบัติงานอยู่จริง แต่ระบุว่าขณะนี้ยังไม่ได้ยื่นเรื่องขอรับทุนอย่างเป็นทางการ

แผนการจัดสรรงบยังครอบคลุมภูมิภาคอื่นด้วย โดยสหรัฐเสนอเงินทุน 2 ล้านดอลลาร์แก่กลุ่มเคลื่อนไหวในยุโรปตะวันออกและคาบสมุทรบอลข่าน เพื่อต่อต้านความพยายามทำลายบรรทัดฐานทางอารยธรรมตะวันตก (Western civilisational norms) 

นอกจากนี้ ยังมีแผนสนับสนุนความพยายามต่อต้านการแทรกแซงทางอำนาจศาลและการเซ็นเซอร์ในบราซิล ซึ่งเป็นประเทศที่สหรัฐเคยกล่าวหาว่าเจ้าหน้าที่รัฐจงใจดำเนินคดีกลั่นแกล้งอดีตประธานาธิบดี ฌาอีร์ โบลโซนารู ซึ่งเป็นพันธมิตรคนสำคัญของทรัมป์

สหรัฐยังเตรียมเงิน 1 ล้านดอลลาร์เพื่อใช้เก็บข้อมูลการละเมิดสิทธิมนุษยชนต่อชนกลุ่มน้อยในแอฟริกาใต้  แม้ในเอกสารจะไม่ได้ระบุถึงคนผิวขาวในแอฟริกาใต้โดยตรง แต่ที่ผ่านมารัฐบาลทรัมป์มักพยายามนำเสนอภาพว่าคนกลุ่มนี้ตกเป็นเหยื่อของการเลือกปฏิบัติและการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ที่รัฐบาลแอฟริกาใต้ให้การสนับสนุน

เงินช่วยเหลือมูลค่ามหาศาลที่สุดในแผนนี้คือ งบประมาณ 40 ล้านดอลลาร์ สำหรับมูลนิธิอนุสรณ์สถานเหยื่อคอมมิวนิสต์ (Victims of Communism Memorial Foundation) ซึ่งเป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรในสหรัฐที่อุทิศตนเพื่อรำลึกถึงเหยื่อจากระบอบคอมมิวนิสต์ การอัดฉีดเม็ดเงินก้อนนี้ถือเป็นการขยายขนาดองค์กรอย่างก้าวกระโดด เนื่องจากข้อมูลภาษีล่าสุดระบุว่ามูลนิธิมีสินทรัพย์รวมเพียง 12.1 ล้านดอลลาร์เท่านั้น

อย่างไรก็ตาม แผนการบางส่วนยังมีความสับสนอยู่บ้าง โดยเฉพาะประเด็นการเสนอเงิน 7 ล้านดอลลาร์ให้แก่ "878" ซึ่งเป็นสถาบันคลังสมอง (Think-tank) ก่อตั้งโดย เจคอบ รีส-มอกก์ อดีตรัฐมนตรีอนุรักษ์นิยมของอังกฤษ แหล่งข่าววงในเปิดเผยว่าแท้จริงแล้วสหรัฐไม่มีแผนให้เงินทุนแก่สถาบันดังกล่าว แต่เกิดจากความผิดพลาดของเจ้าหน้าที่ระดับล่างที่แอบใส่เนื้อหานี้ลงไปในเอกสาร จนสร้างความประหลาดใจให้แก่ผู้บริหารระดับสูง

ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐได้ออกมาชี้แจงประเด็นงบประมาณเหล่านี้เพียงสั้นๆ ว่า "โครงการทั้งหมดกำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาอย่างจริงจัง และจะไม่มีการรับประกันการมอบเงินทุนให้แก่องค์กรใดๆ หากไม่ผ่านข้อกำหนดและมาตรฐานของการรับเงินช่วยเหลือจากรัฐบาลกลาง"

การปรับเปลี่ยนทิศทางเงินช่วยเหลือของสหรัฐสู่กลุ่มเป้าหมายเหล่านี้ เกิดขึ้นในช่วงเวลาประจวบเหมาะกับที่ประธานาธิบดีทรัมป์กำลังพยายามยกระดับการโจมตีทางการเมืองต่อพรรคเดโมแครตอย่างดุเดือด โดยมุ่งเน้นการวาดภาพให้พรรคคู่แข่งกลายเป็นกลุ่มคอมมิวนิสต์ เพื่อสร้างกระแสและชิงความได้เปรียบก่อนที่การเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐจะมาถึงในเดือนพฤศจิกายนนี้