วันพฤหัสบดี ที่ 16 กรกฎาคม 2569

Login
Login

Écailler Oyster Competition 2026 ค้นหาแชมป์แกะหอยนางรมสู่ฝรั่งเศส l World Pulse

สองปีที่ผ่านมาความสัมพันธ์ไทย-ฝรั่งเศสรุ่งเรืองมาก ปี 2025 ครบรอบ 340 ปีการติดต่อกันครั้งแรก ส่วนปีนี้ครบรอบ 170 ปีความสัมพันธ์ทางการทูต และฝรั่งเศสเพิ่งฉลองวันชาติไปเมื่อวันที่ 14 ก.ค. ที่ World Pulse ได้ร่วมเฉลิมฉลองกับเขาด้วย

ใจหายนิดหน่อยเมื่อ ฌ็อง-โกลด ปวงเบิฟ เอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำประเทศไทย กล่าวระหว่างเปิดงานเฉลิมฉลองวันชาติฝรั่งเศสว่า นี่คืองานวันชาติครั้งสุดท้ายของเขาในฐานะเอกอัครราชทูตเพราะถึงวาระเกษียณ World Pulse เคยคุยกับท่านทูตปวงเบิฟหลายครั้ง ล่าสุดในงาน “Écailler Oyster Competition 2026 ครั้งที่ 2" การแข่งขันแกะหอยนางรมเพื่อหาตัวแทนไปแข่งชิงแชมป์โลกในประเทศฝรั่งเศสเดือน ต.ค.นี้ มางานอาหารก็ต้องคุยกันเรื่องอาหาร เพราะฝรั่งเศสเป็นสุดยอดด้านนี้อยู่แล้ว  Écailler Oyster Competition 2026  ค้นหาแชมป์แกะหอยนางรมสู่ฝรั่งเศส l World Pulse

ท่านทูตเล่าว่า งานปีนี้จัดขึ้นเป็นปีที่ 2 หลังจากปีแรกประสบความสำเร็จอย่างงดงาม  โดยตั้งข้อสังเกตว่าการพูดคุยระหว่างคนไทยกับคนฝรั่งเศสส่วนหนึ่งก็เป็นเรื่องของอาหารการกิน

“ผมอยู่ที่นี่มา 3 ปีแล้วสังเกตเห็นว่า คนไทยและคนฝรั่งเศสชอบพูดคุยกันเรื่องอาหารมาก เพราะมันฝังรากลึกอยู่ในวัฒนธรรมของเรา เมื่อใดก็ตามที่คนไทยและคนฝรั่งเศสพบกันเพื่อกินอาหาร เขาคุยกันเรื่องอะไรรู้มั้ยครับ เขาคุยกันว่ามื้อก่อนกินอะไรมา แล้วมื้อต่อไปจะกินอะไร นี่เป็นสิ่งที่ฝังรากลึกอยู่ในวัฒนธรรมของพวกเรา งานนี้จึงเป็นอีกหนึ่งงานที่จะเชื่อมวัฒนธรรมของสองประเทศ” ทูตปวงเบิฟกล่าวและว่าฝรั่งเศสและไทยมีอาหารทะเลมากมาย แต่วิธีรับประทานไม่เหมือนกัน ดังนั้นการจัดแข่งขันแกะหอยนางรม ก็อาจเป็นการเปิดโลกทัศน์ให้คนไทยได้รู้จักกับอาหารขึ้นชื่อจากฝรั่งเศสมากขึ้น ผู้ชนะจะได้เป็นตัวแทนประเทศไทยไปแข่งที่ฝรั่งเศสด้วย

สำหรับผลการแข่งขันอย่างเป็นทางการ  เชฟโป้ง  ชาญวิทย์ แซ่ลี้ จาก โรงแรมชาเทรียม แกรนด์ กรุงเทพฯ เป็นผู้คว้าตำแหน่งชนะเลิศ พร้อมรับโอกาสเดินทางสู่ประเทศฝรั่งเศสในฐานะตัวแทนประเทศไทย เพื่อพัฒนาทักษะและต่อยอดองค์ความรู้ด้านศาสตร์การแกะหอยนางรมในระดับสากล ซึ่งท่านทูตชมเชยว่า น่าภาคภูมิใจมาก เพราะกว่าจะชนะได้ต้องเป็นคนเก่งมีทักษะและเทคนิคดี ถือเป็นความภาคภูมิใจของประเทศ และประเทศไทยจะถูกกล่าวขวัญถึงในการแข่งขันชิงแชมป์โลก

ท่านทูตยังแนะนำวัฒนธรรมการรับประทานหอยนางรมในฝรั่งเศสว่า  ไม่ใช่สิ่งที่คนทั่วไปจะได้รับประทานทุกวัน ค่อนข้างเป็นอาหารพิเศษคล้ายกับฟัวกราส์  ส่วนใหญ่บริโภคกันในฤดูหนาวและในวาระสำคัญ เช่น คริสต์มาส อาหารมื้อใหญ่ของครอบครัว หรือออกไปร้านอาหารดีๆ ก็ต้องสั่งหอยนางรมซึ่งเข้ากันได้ดีกับแชมเปญหรือไวน์ขาวดีๆ Écailler Oyster Competition 2026  ค้นหาแชมป์แกะหอยนางรมสู่ฝรั่งเศส l World Pulse

ในแง่มุมธุรกิจอาหารฝรั่งเศสระดับพรีเมียมในประเทศไทย ท่านทูตเผยว่า เติบโตขึ้นทุกปี มูลค่าการค้าราว 200 ล้านยูโร การค้าอาหารทะเลเพิ่มขึ้นมากถึง 80% จากปี 2024-2025  คนไทยรู้จักสินค้าอาหารจากฝรั่งเศสมากขึ้น โดยอาหารถือเป็นมิติที่สำคัญมากของเศรษฐกิจฝรั่งเศส การจัดงาน Écailler Oyster Competition 2026 ครั้งที่ 2 เป็นโอกาสสร้างความตระหนักรู้ของผู้บริโภคชาวไทยเกี่ยวกับหอยนางรมและอาหารทะเลของฝรั่งเศส ช่วยดึงดูดลูกค้าใหม่ๆ ให้รู้จักสินค้าที่มีคุณภาพสูง 

ทั้งนี้ หอยนางรมที่ใช้ในการแข่งขันได้รับการสนับสนุนจากบริษัท จาโกต้า บราเดอร์ส เทรดดิ้ง จำกัด ผู้นำด้านการนำเข้าและจัดจำหน่ายวัตถุดิบอาหารและเครื่องดื่มพรีเมียมในประเทศไทย ด้วยประสบการณ์มากกว่า 30 ปี Écailler Oyster Competition 2026  ค้นหาแชมป์แกะหอยนางรมสู่ฝรั่งเศส l World Pulse

เมื่อเชฟมีทักษะได้มาเจอกับวัตถุดิบที่มีคุณภาพก็ต้องถามว่า มีบทเรียนใดที่ผู้ผลิตหอยนางรมหรือซีฟู้ดของไทยสามารถเรียนรู้จากฝรั่งเศสได้บ้าง ทูตปวงเบิฟตอบกลับอย่างน่าประทับใจ 

“เราต่างคนต่างต้องเรียนรู้จากกันและกันครับ ถ้าคุณดูเทรนด์อาหารฝรั่งเศสจะเห็นว่าเชฟของเรานำส่วนผสมจากเอเชียมาใช้มากขึ้นเรื่อยๆ รวมถึงจากไทยด้วย ปัจจุบันเราเห็นส่วนผสมจากไทยในอาหารฝรั่งเศสได้ทั่วไป เช่นเดียวกันบางทีอาหารของฝั่งคุณก็มีอาหารฝรั่งเศสมาผสมผสานด้วย” 

จากเรื่องอาหารมาสู่ประเด็นสำคัญในวาระครบรอบ 170 ปีความสัมพันธ์ทางการทูต  ทูตปวงเบิฟย้ำว่า ความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศเก่าแก่มาก เป็นพันธมิตรชาติแรกของฝรั่งเศสในเอเชียตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 17 ตั้งแต่ยุคสยามจนตอนนี้เป็นประเทศไทย  

“เป็นเพื่อนเก่าเพื่อนแก่ แต่ก็มุ่งเน้นอนาคตไปพร้อมๆ กัน” สิ่งหนึ่งที่ฉายภาพความสัมพันธ์ไทย-ฝรั่งเศสคือความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจที่สดใสรวมทั้งในภาคส่วนอุตสาหกรรมเกษตร ตอนที่นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูลไปเยือนฝรั่งเศสพบกับประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง 

“ผู้นำทั้งสองเห็นว่า สองประเทศควรร่วมมือกันมากขึ้นในด้านนวัตกรรม ไฮเทค การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานซึ่งเป็นประเด็นที่สำคัญมาก จึงมีโอกาสในการเพิ่มความร่วมมือระหว่างกันมากขึ้น” ทูตปวงเบิฟกล่าว