จับตา พันธมิตรยุโรป เตรียมประชุม "กลุ่มพันธมิตรที่เต็มใจ” (Coalition of the Willing) เพื่อหารือเกี่ยวกับการให้ความช่วย ‘ยูเครน’ ป้องกันภัยทางอากาศ ยามสงครามเดือด
พันธมิตรตะวันตกเตรียมหารือเพื่อจัดหาการสนับสนุนการป้องกันภัยทางอากาศเพิ่มเติมให้กับยูเครน ในงานประชุม "กลุ่มพันธมิตรที่เต็มใจ” (Coalition of the Willing) ณ กรุง ปารีส ประเทศฝรั่งเศสในวันจันทร์ (13 ก.ค.69) เนื่องจากภาวะขาดแคลนทำให้ยูเครนตกอยู่ในความเสี่ยงถูกโจมตีด้วยขีปนาวุธรัสเซีย แม้ว่าสถานการณ์ในสนามรบเปลี่ยนแปลงไปเมื่อไม่นานมานี้
โวโลดิมีร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครน เตรียมเข้าร่วมการประชุมกลุ่มพันธมิตรที่เต็มใจที่จะมีผู้นำอย่างน้อย 25 ประเทศเข้าร่วมด้วย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามเป็นวงกว้างในการจัดทำข้อเสนอร่วมกันเพื่อนำไปเสนอต่อรัสเซีย และรับประกันความมั่นคงเพื่อสนับสนุนข้อตกลงสันติภาพที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
การประชุมในวันจันทร์นี้ มีขึ้นหลายวันหลังจากการประชุมนาโตที่มีเป้าหมายเพื่อแสดงความเป็นเอกภาพระหว่างประเทศในแถบแอตแลนติก และแสดงการสนับสนุนยูเครนในระยะยาวเสร็จสิ้น และมีขึ้นไม่กี่วันหลังจากรัสเซียยิงขีปนาวุธ และโดรนถล่มยูเครนในวันเสาร์ (11 ก.ค.69) คร่าชีวิตประชาชนไป 8 ราย บาดเจ็บหลายสิบราย ขณะที่เซเลนสกีเรียกร้องความพยายามจัดหาอาวุธให้เคียฟเร็วขึ้น
ด้านรัสเซียเผยว่า การโจมตีมุ่งเป้าไปที่เป้าหมายทางทหารที่เกี่ยวข้อง และปฏิเสธการโจมตีพลเรือน
ทั้งนี้ ในการประชุมกลุ่มพันธมิตรที่เต็มใจ ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครงแห่งฝรั่งเศส เผยว่า จะให้ความสำคัญกับความร่วมมือด้านการต่อต้านขีปนาวุธ ครอบคลุมตั้งแต่การจัดหาขีปนาวุธสกัดกั้นแพทริออตจากสหรัฐเพิ่มเติม และการเร่งติดตั้งระบบป้องกันภัยทางอากาศ SAMP-T ของฝรั่งเศส และอิตาลี ไปจนถึงการพิจารณาว่าอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของยุโรป และยูเครนสามารถพัฒนาทางเลือกอื่นอย่างไรได้อีกบ้าง และทางเลือกหนึ่งกำลังอยู่ระหว่างพิจารณาเกี่ยวกับการที่ประเทศต่างๆ ในยุโรปจะร่วมกันพัฒนาระบบที่จะเสริมระบบป้องกันขีปนาวุธ SAMP-T และ/หรือ แพทริออต และให้ยูเครนมีบทบาทสำคัญในการผลิต
มาครงให้คำมั่นสัญญาในวันจันทร์ด้วยว่า การหารือบางส่วนจะเกี่ยวกับข้อตกลงทวิภาคี ซึ่งอาจรวมเรื่องการผลิตอาวุธร่วมกัน และว่าพันธมิตรอาจประกาศการฝึกซ้อมทางทหารร่วมกันด้วย เพื่อสนับสนุนแนวคิดการจัดตั้งกองกำลังข้ามชาติในยูเครน (MNFU) ในอนาคตให้เป็นไปได้จริงมากขึ้น
รอยเตอร์ระบุว่า ยูเครนกำลังขาดแคลนกระสุนสำหรับระบบต่อต้านขีปนาวุธ และในช่วงเดือนที่ผ่านมายูเครนยิงสกัดขีปนาวุธความเร็วเหนือเสียงแทบไม่ได้
ยูเครนจึงร้องขอซัปพลายจากพันธมิตรเพิ่มเติม และผลักดันให้ยุโรปทำงานร่วมกันเพื่อพัฒนาระบบต่อต้านขีปนาวุธเป็นของตนเอง
ในขณะที่การโจมตีของรัสเซียเพิ่มขึ้น เคียฟก็โจมตีเข้าไปในรัสเซียอย่างหนัก มุ่งเป้าไปที่โรงกลั่นน้ำมัน และการผลิตอาวุธเพื่อบั่นทอนขีดความสามารถทางเศรษฐกิจของมอสโกที่ใช้สนับสนุนการทำสงคราม
บรรดาผู้นำจึงเตรียมหารือเกี่ยวกับการจำกัดแหล่งรายได้ของมอสโก โดยเฉพาะ “กองเรือเงา” ซึ่งเป็นเรือบรรทุกน้ำมันที่มีโครงสร้างการเป็นเจ้าของที่ไม่โปร่งใส ใช้หลีกเลี่ยงการกำกับดูแลในการขนส่งน้ำมันของรัสเซีย ขณะที่สหภาพยุโรป (อียู) ก็เตรียมประกาศใช้มาตรการคว่ำบาตรชุดที่ 21 ต่อรัสเซียในสัปดาห์หน้าด้วย
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์


