วันอังคาร ที่ 1 กันยายน 2569

Login
Login

ไทยแจ้งกัมพูชาร่วมกระบวนการประนอมเพื่อกำหนดเขตทางทะเลเท่านั้น

กระทรวงการต่างประเทศสรุปการแถลงข่าวเรื่องไทยตอบรับเข้าร่วมกระบวนการประนอมภายใต้ UNCLOS เพื่อกำหนดเขตทางทะเลเท่านั้น ย้ำไม่ใช่การขึ้นศาล

 กระทรวงการต่างประเทศสรุปการแถลงข่าว เรื่องไทยตอบเข้าร่วมกระบวนการประนอมเกี่ยวกับข้อพิพาทในการกำหนดเขตทางทะเลภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ. 1982 (UNCLOS) โดยนางมาระตี นะลิตา อันดาโม รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศและรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ และนายเบญจมินทร์ สุกาญจนัจที อธิบดีกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย เมื่อวันจันทร์ (22 มิ.ย.) ว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2569 ไทยส่งหนังสือถึงกัมพูชาแจ้งการตอบรับเข้าร่วมกระบวนการประนอมภาคบังคับภายใต้อนุสัญญา UNCLOS อย่างเป็นทางการ ตามที่กัมพูชาได้มีหนังสือถึงแจ้งไทยในเรื่องนี้เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2569

เนื้อหาของหนังสือ ไทยย้ำวัตถุประสงค์ของกระบวนการนี้ว่า  เป็นไปเพื่อการกำหนดเขตทางทะเลภายใต้ UNCLOS เท่านั้น โดยไทยแต่งตั้งตัวแทนสองคน ทำหน้าที่ผู้แทนไทยในกระบวนการประนอม ได้แก่ (1) นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เป็นตัวแทนหรือ Agent และ (2) นายทรงชัย ชัยปฏิยุทธ เอกอัครราชทูต ณ คูเวต ซึ่งเป็นอดีตรองอธิบดีกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย เป็นรองตัวแทน หรือ Deputy Agent

ไทยแต่งตั้งผู้ประนอมสองคน  ได้แก่ (1) ผู้พิพากษา อัลเบิร์ต เจ. ฮอฟฟ์แมน สัญชาติแอฟริกาใต้ และ (2) ผู้พิพากษา รือดิเกอร์ โวล์ฟรุม สัญชาติเยอรมนี ผู้ประนอมทั้งสองคนที่ฝ่ายไทยแต่งตั้งในคณะกรรมาธิการประนอมเป็นผู้เชี่ยวชาญระดับโลกด้านกฎหมายทะเลและเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวางในวงการกฎหมายระหว่างประเทศ

ภายใน 30 วัน นับจากวันที่ไทยนำส่งหนังสือตอบกัมพูชา ผู้ประนอมทั้ง 4 คน ที่ได้รับการแต่งตั้งจะคัดเลือกผู้ประนอมคนที่ 5 เพื่อทำหน้าที่ประธานคณะกรรมาธิการประนอมกระบวนการ

ต่อจากนั้นจะใช้ระยะเวลา 12 เดือน (สามารถขยายเวลาออกไปได้ตามที่ทั้งสองฝ่ายจะตกลงกัน หากมีเหตุจำเป็น) ให้คณะกรรมาธิการประนอมจัดทำรายงานพร้อมข้อเสนอแนะเอกสารข้อเสนอแนะไม่มีผลผูกพันทางกฎหมาย แต่เป็นแนวทางให้ประเทศคู่กรณีใช้เป็นพื้นฐานในการเจรจาหาข้อยุติที่เป็นที่ยอมรับของทั้งสองฝ่ายต่อไป ซึ่งจะกลับมาสู่แนวทางที่ไทยเสนอมาตั้งแต่ต้น คือ การเจรจาทวิภาคี

ทั้งนี้ การประนอมไม่ใช่การขึ้นศาล และผู้ประนอมไม่ใช่ทนายของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่เป็นผู้ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญสูงและน่าเชื่อถือ ทั้งยังเป็นคนกลางที่รับฟังข้อมูลจากทุกฝ่ายอย่างเสมอภาค เข้าใจบริบทของข้อพิพาท และช่วยหาจุดสมดุลระหว่างทั้งสองฝ่าย ดังนั้น ผลลัพธ์ของการประนอมจึงไม่ใช่คำพิพากษาและไม่มีผลผูกพันทางกฎหมาย แต่เป็นข้อเสนอแนะแนวทางที่ทุกฝ่ายยอมรับได้