กองทัพสหรัฐโจมตีทางอากาศฐานปล่อยโดรนอิหร่าน ตอกย้ำทางออกยุติสงครามที่เคยคาดหวังกันเมื่อเร็วๆ นี้ยังเลือนราง
สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานอ้างคำพูดเจ้าหน้าที่สหรัฐรายหนึ่ง เผยว่า การโจมตีของสหรัฐเป็นการป้องกันตัว จริงๆ แล้วสหรัฐตั้งใจคงการหยุดยิงที่เริ่มต้นเมื่อเดือน เม.ย. เอาไว้ให้ได้ โดยกองบัญชาการสหรัฐ ได้ยิงโดรนใช้ครั้งเดียวของอิหร่านตกสี่ลำ ซึ่งยิงใส่เรือพาณิชย์ และยิงฐานปล่อยโดรนอีกแห่งหนึ่งในเมืองบันดาร์อับบาสใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ
ไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้านั้น ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศว่า ไม่มีชาติใดควบคุมช่องแคบสำคัญแห่งนี้ได้ ตอกย้ำถึงอุปสรรคสำคัญในการแก้ไขความขัดแย้งนี้
"จะไม่มีใครควบคุมมันได้ มันคือน่านน้ำสากล ช่องแคบนี้จะเปิดให้กับทุกคน สหรัฐจะคอยจับตา" ทรัมป์กล่าวระหว่างการประชุมคณะรัฐมนตรีที่ทำเนียบขาว
ทรัมป์ ไม่ได้บอกว่าสหรัฐจะใช้วิธีการใดรับประกันว่าเรือสามารถเดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้อย่างเสรี นับตั้งแต่สหรัฐและอิสราเอลเริ่มโจมตีอิหร่านในวันที่ 28 ก.พ. อิหร่านก็ปิดช่องแคบนี้ไปโดยปริยาย ส่งผลให้ราคาน้ำมันเพิ่มสูงเขย่าเศรษฐกิจโลก
ราคาน้ำมันดิบเบรนต์ ซึ่งเป็นดัชนีราคาน้ำมันดิบโลก ปรับตัวสูงขึ้น 2% สู่ระดับ 96.15 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ในช่วงเช้าวันพฤหัสบดี (28 พ.ค.) ขณะที่ตลาดหุ้นเอเชียร่วงลงจากระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ เนื่องจากนักลงทุนกำลังพิจารณาสัญญาณที่ขัดแย้งกันถึงโอกาสในการบรรลุข้อตกลง
ทรัมป์ พูดมาตลอดว่าใกล้บรรลุข้อตกลงแล้ว แต่เขากลับพบว่าตนเองติดอยู่ท่ามกลางข้อเรียกร้องจากอิหร่านให้ยุติการโจมตีและปล่อยทรัพย์สินที่อายัดไว้ ควบคู่กับแรงกดดันจากสายเหยี่ยวในพรรครีพับลิกันให้ “ทำงานให้สำเร็จ” หรืออย่างน้อยๆ ก็ต้องไม่ลงนามข้อตกลงแย่ๆ
แรงกดดันที่ขัดแย้งกันเหล่านี้ ทำให้ข้อตกลงยุติสงครามยังคงไม่สามารถบรรลุได้จนถึงขณะนี้

