ราคาน้ำมันดิบปรับขึ้น หลังข้อตกลงยุติสงครามอิหร่าน และเปิดช่องแคบฮอร์มุซยังเลือนราง ทรัมป์ยังไม่พอใจกับผลการเจรจา สายเหยี่ยวในสหรัฐต้องการทำสงครามต่อ
บลูมเบิร์ก รายงานว่า ราคาน้ำมันดิบ ขยับสูงขึ้นเล็กน้อย ขณะที่สหรัฐ และอิหร่านยังมีความเห็นต่างกันเรื่องแนวทางเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง โดยสงครามยืดเยื้อเข้าสู่เดือนที่ 4 แล้ว
เช้าวันพฤหัสบดีนี้ (28 พ.ค.69) น้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสอินเตอร์มีเดียตของสหรัฐ (WTI) ปรับขึ้นไปเคลื่อนไหวใกล้ระดับ 90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังร่วงลงมากกว่า 5% เมื่อวันพุธ ขณะที่เบรนท์ อยู่ใกล้ 94 ดอลลาร์
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่าเขา “ยังไม่พอใจ” กับการเจรจา ขณะที่ทำเนียบขาวปฏิเสธรายงานของฝ่ายอิหร่านเกี่ยวกับร่างข้อตกลงที่ระบุว่าเตหะราน และโอมานจะเป็นผู้กำกับดูแลการเดินเรือในช่องแคบดังกล่าว
อย่างไรก็ดี น้ำมันดิบยังมีแนวโน้มปรับตัวลดลงเป็นสัปดาห์ที่สอง จากความหวังว่าฝ่ายที่ทำสงครามจะสามารถบรรลุอย่างน้อยข้อตกลงชั่วคราวได้ แม้จะยังมีอุปสรรคหลายด้าน ประเด็นปมขัดแย้งสำคัญในการเจรจาที่ยืดเยื้อ ได้แก่ ความต้องการของอิหร่านที่จะคงอำนาจควบคุมช่องแคบฮอร์มุซไว้ และอนาคตของโครงการนิวเคลียร์ของประเทศ
ยิ่งไปกว่านั้น ทรัมป์กล่าวในการประชุมที่ทำเนียบขาวว่าเขา “จะไม่เซ็นข้อตกลงที่เลวร้าย” และยืนยันว่าสหรัฐจะไม่ผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรอิหร่าน ซึ่งขัดกับข้อเรียกร้องของเตหะรานที่ต้องการให้ยุติการโจมตี และได้รับการผ่อนคลายด้านการเงิน ประธานาธิบดียังเผชิญแรงกดดันจากกลุ่มสายเหยี่ยวในพรรครีพับลิกันให้เดินหน้าทำสงครามต่อไป
“ขณะนี้ตลาดน้ำมันกำลังนิ่งนอนใจเกินไป” โจ เดอลอร่า นักกลยุทธ์ด้านพลังงานโลกจากธนาคาร Rabobank กล่าว โดยชี้ว่าการระบายสำรองน้ำมันยุทธศาสตร์ (SPR) รวมถึงการนำเข้าน้ำมันของจีนที่ลดลงอย่างมาก กำลังช่วยบรรเทาผลกระทบบางส่วนจากการสูญเสียซัปพลายเพราะสงคราม
“ภายในช่วงกลางเดือนกรกฎาคม หากจีนกลับมาเริ่มนำเข้าน้ำมันอีกครั้งเมื่อการระบาย SPR สิ้นสุดลง เราอาจจะเห็น ‘กราฟไม้ฮอกกี้’ ของราคา คือ จุดหักเหที่ดีดตัวขึ้นอย่างรุนแรงสำหรับผลิตภัณฑ์น้ำมันสำเร็จรูปหลายประเภท” เขากล่าว โดยอธิบายถึงความเป็นไปได้ที่ราคาจะพุ่งสูงขึ้น
ในสหรัฐอเมริกา กลุ่มอุตสาหกรรมได้รายงานการลดลงอีกครั้งของปริมาณน้ำมันดิบคงคลัง โดยสถาบันปิโตรเลียมแห่งอเมริกา (American Petroleum Institute) ระบุว่า ปริมาณน้ำมันดิบทั่วประเทศลดลง 2.8 ล้านบาร์เรล ในสัปดาห์ที่แล้ว รวมถึงการลดลงที่ศูนย์กลางในเมืองคุชชิง รัฐโอคลาโฮมา โดยข้อมูลทางการมีกำหนดเผยแพร่ในวันพฤหัสบดีต่อมา
ความล้มเหลวในการบรรลุข้อตกลงเพื่อยุติความขัดแย้งกำลังสร้างความเสี่ยงให้การหยุดชะงักของอุปทานน้ำมันยืดเยื้อต่อไป ซึ่งได้ทำให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรพุ่งขึ้นอย่างมากตั้งแต่ช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ เนื่องจากแรงกดดันเงินเฟ้อกลับมา ธนาคารกลางต่างๆ รวมถึงธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) คาดว่าจะต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในที่สุดเพื่อตอบสนองต่อสถานการณ์ดังกล่าว
อัปเดตราคาเช้าวันพฤหัสบดี (28 พ.ค.69)
- WTI สัญญาส่งมอบเดือนกรกฎาคม เพิ่มขึ้น 1.1% มาอยู่ที่ 89.63 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ณ เวลา 6:45 น. ตามเวลาสิงคโปร์
- Brent สัญญาส่งมอบเดือนกรกฎาคม ปิดตลาดร่วงลง 5.3% มาอยู่ที่ 94.29 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในวันพุธ
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์

